30 ตำนานสยองของเมืองนอก..ที่ต่อมากลายเป็นเรื่องจริง! รวบรวมโดยเว็บ Creepypasta

ตำนานเมืองเป็นเรื่องเล่าชนิดหนึ่งที่มีทั้งเรื่องที่น่าเชื่อและไม่น่าเชื่อ ขึ้นอยู่กับผู้เล่าเรื่องนั้น ที่จะทำให้เนื้อเรื่องมันสมจริงที่สุดให้กับคนฟัง และมันก็เหมือนกับ Creepypasta ตำนานเมืองที่น่ากลัวที่สุดก็คือตำนานเมืองที่มันกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา บางคนก็สามารถเอาชีวิตรอดมาได้และนำเรื่องที่เขาประสบมาเล่าให้เราฟัง ในขณะที่คนที่เหลือนั้นไม่โชคดีอย่างนั้น และนี่คือ 30 อันดับตำนานเมืองที่กลายเป็นจริงขึ้นมาครับ…

 

 

30.ศัลยแพทย์ฆาตกร

 

ตำนาน : หลายร้อยชีวิตได้ฝากชีวิตของพวกเขาไว้ให้กับหมอผ่าตัดฝีมือดีที่ถูกฝึกมาอย่างดีในทุกๆวัน แต่ก็มีฆาตกรโรคจิตบางคนที่ยอมทนเรียนในโรงเรียนแพทย์จนสามารถเป็นศัลยแพทย์ได้ เพื่อที่จะรอโอกาสอันงามในการที่จะทำให้คนไข้ของเขาเสียโฉม

 

เรื่องจริง : มีศัลยแพทย์นายหนึ่งชื่อว่า Glenn Tucker ทุกๆครั้งที่เขาทำการผ่าตัดเขามักจะฝากรอยแผลเอาไว้ให้กับคนไข้ของเขา ที่ไม่สามารถลบเลือนไปได้หลายปี ทำให้ชีวิตของคนไข้พังพินาศ หลังจากนั้น Tucker ก็บินไปที่รัฐฟลอริดาโดยที่ฝากรอยแผยที่มีรอยเย็บให้กับคนไข้ของเขาจำนวนมาก เขาได้ฆ่าตัวตายหนึ่งปีต่อมา พร้อมกับภรรยา และแมวที่เค้าเลี้ยงไว้

 

 

29.ลิฟท์ตัดหัว

 

ตำนาน : เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่ติดอยู่ในลิฟท์ เขาพยายามออกจากลิฟท์โดยการง้างประตูลิฟท์ด้วยตัวเขาเอง และชะเง้อหัวของเขาออกมาร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่โชคร้ายที่ขณะนั้นลิฟท์กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ในขณะที่ลิฟท์กำลังเลื่อนขึ้นนั้น หัวที่ชะเง้อออกจากประตูลิฟท์ของเขาก็หลุดออกจากบ่าทันที

 

เรื่องจริง : ลิฟท์หมายเลข 14 ในชั้นสองของโรงพยาบาล Christus St. Joseph ถูกปิดการใช้งานอยู่สี่วัน ในวันต่อมาป้ายที่กั้นเอาไว้ว่าห้ามเข้าลิฟท์ก็ถูกเอาออก ผู้ช่วยแพทย์นาม Steinau ก็นึกว่าลิฟท์ใช้งานได้ตามปกติแล้ว เธอจึงกดปุ่มเรียกให้ลิฟท์ลงมา จนกระทั่งมีอีกคนนึงที่มารอลิฟท์คือนายแพทย์ Hitoshi Nikaidoh เนื่องจากว่าลิฟท์ของโรงพยาบาลลงมาช้ามาก นาง Steinau จึงยืนรอระหว่างประตูลิฟท์สองอันว่าอันไหนจะมาถึงก่อน

 

จนกระทั่งลิฟท์มาถึงชั้นที่ทั้งคู่รออยู่ Steinau ได้เข้าไปในลิฟท์ก่อนและกดปุ่มขึ้นชั้นที่หก จากนั้นนายแพทย์ Nikaidoh ก็เข้ามา ทันใดนั้นประตูก็ปิดลง งับหัวไหล่ของเขา เขาพยายามที่จะดึงตัวให้หลุดออกมา แต่ก็ไม่สำเร็จ นาง Steinau ไม่สามารถหาปุ่มเปิดประตูลิฟท์ให้ทันก่อนที่ลิฟท์จะเริ่มเลื่อนขึ้น นายแพทย์ Nikaidoh พยายามทุกวิธีทาง ไม่ว่าจะยักไหล่ออกมา หรือว่าดันตัวเองเข้าไปในลิฟท์ แต่ลิฟท์ก็ยังคงเลื่อนขึ้นต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเพดานลิฟท์ก็เฉือนส่วนหัวของเขาออกมาเกือบทั้งหมด แต่หูข้างซ้าย ริมฝีปากล่าง ฟันและกรามยังคงติดอยู่กับร่างกายของเขา Steinau กดปุ่มทุกปุ่มบนลิฟท์เพื่อจะช่วยเขา จู่ๆลิฟท์นั้นก็หยุดกะทันหันก่อนที่จะถึงชั้นห้า เธอถูกขังไว้ในลิฟท์พร้อมกับหัวของนายแพทย์ Nikaidoh มากกว่าชั่วโมง ” ฉันยังคงจำดวงตาที่เขามองมาที่ฉันได้จนถึงทุกวันนี้ ” เธอได้กล่าวระหว่างการให้การกับตำรวจ

 

 

28.สาวพิษ

 

ผู้หญิงคนหนึ่งเกิดอาการป่วย เธอถูกส่งเข้าโรงพยาบาล และเมื่อนางพยาบาลใช้สายยางเพื่อนำมาต่อกับถุงเลือดสำรองกับพบว่าเลือดเธอเป็นพิษแสนน่ากลัว ทำให้นางพยาบาลและคนอื่นๆ ที่สัมผัส-ดมเลือดของเธอเข้าเกิดอาการผิดปกติและตายอย่างทรมานในเวลาต่อมา………………..

 

เมื่อเวลา 8:15 ในตอนเย็น เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์, 1994 กลอเรีย รามิเรซ Gloria Ramirez อายุ 31 ปี เกิดอาการป่วยต้องเข้าห้องภาวะฉุกเฉินของโรงพยาบาลในเมืองแคลิฟอร์เนียทางใต้ของRiverside ตอนนั้นเธอใส่เสื้อยืดคอกลมแขนสั้น มีอาการแปลกๆ อาการตื่น หายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็วเกินไป ความดันเลือดสูง และเธอตอบสนองกับคำถามสั้นๆ เท่านั้นแต่ก็พูดตะกุตะกะ

 

โดยขั้นแรกนั้นคณะแพทย์สันนิษฐานว่าเธอเป็นมะเร็งที่คอคณะแพทย์ที่รักษากลอเรีย ได้ทำการฉีดให้กับ แต่เธอก็กระตุกเป็นระยะๆ ทำให้คณะแพทย์ต้องทำการปั๊มหัวใจเธอ เขาลอกเสื้อเชิ้ตของเธอออก และกดขั้วไฟฟ้าที่หน้าอกของเธอ ในระหว่างนั้นเอง บางคนได้กลิ่น ของผลไม้ออกจากปากของเธอแพทย์เลยทำการเจาะเลือดเพื่อวิเคราะห์ นางพยาบาล Susan Kaneทำการแนบกระบอกฉีดยา และเธอเลือดของเธอมีสีแปลกๆ มีกลิ่นเหมือนแอมโมเนีย จากนั้นหายนะก็เกิด เมื่อเลือดของเธอพุ่งกระเด็นจากช่องรูเข็มฉีดยามันไปโดนหน้านางพยาบาลจนหน้าของเธอไหม้!! เธอล้มลงไปกับพื้น คลื่นเยนอาเจียน จากนั้นพยาบาลอีกคนก็ล้มชักอีกคน จากนั้นมันเริ่มลุกลามมายังคนใกล้เคียง จนผู้บริหาร

 

โรงพยาบาลออกประกาศภาวะฉุกเฉินภายใน ผลสุดท้ายมีผู้ป่วยจากเหตุการณ์นี้จำนวน 23 (คณะที่รักษาเธอมี 37 คน) ซึ่งทั้งหมดถูกจับเพื่อเข้าเขตกักกังเชื้อโรคทั้งหมด โดยมีอาการเหมือนหญิงที่ป่วยในตอนแรกไม่มีผิด

 

ภายหลังมีผลสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้พบว่าหญิงคนนั้นและคนป่วยทั้งหมดในเหตุการณ์คนนี้ เป็นหลายโรคมากๆ ทั้ง ฮิสทีเรียมวล, โรคตับอักเสบ, เนื้อเยื่อตาย, กระดูกผิดปกติ ส่งผลให้ผู้ป่วยบางรายทนทุกข์ทรมานและตายในสองสัปดาห์ให้หลัง ส่วนตัวกลอเรียเธอตายหลังจากนั้น 40 นาที หลังเธอเข้าโรงพยาบาล ผลชันสูตรศพ(แบบปลอดเชื้อสุดๆ) พบว่าเลือดของเธอเป็นพิษ สามารถระเหยเป็นไอได้ ใครสูดสามารถตายได้ทันทีเสมือนหนึ่งเป็นแก๊สพิษ แต่สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าเธอไปทำอะไรมาถึงเกิดเลือดพิษแบบนี้ ทำให้เรื่องราวของเธอยังเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้

 

 

27. ศพในพรม

 

ตำนาน : มีชายคนหนึ่งพบพรมปูพื้นเก่าๆ ในซอย เขาชอบพรมนี้เลยเอากลับบ้านเพื่อปูพื้นบ้านแบบฟรีๆ แต่เมื่อเขาคลี่พรมออกเขากลับพบสิ่งหน้ากลัวที่อยู่ในพรม มันคือศพที่ถูกหั่นเป็นท่อนๆ ของชายคนหนึ่ง และตู้เย็นและตู้เสื้อผ้าของเขาเก็บมาได้ก็เช่นกัน เมื่อเขาเปิดออกมามีศพเป็นชิ้นส่วนถูกสับทิ้งราวกับขยะไม่ปาน มันเป็นเครื่องเตือนความจำว่าอย่าเก็บของเก่ามาใช้ใหม่เด็ดขาดไม่งั้นคุณอาจเจอดี

 

เรื่องจริง : ในปี ค.ศ. 1984 สามนักเรียนมหาวิทยาลัยโคลัมเบียพบการม้วนพรมบนทางเดินริมถนน จากนั้นพวกเขาก็ลากมันกลับบ้าน และเมื่อเขาลากพรมเข้าห้องนอนรวม พวกเขาก็ม้วนพรมออกและค้นพบศพที่เน่าเหม็นนานแล้วของผู้ชายไม่ปรากฏชื่อคนหนึ่ง เขาตายด้วยกระสุนปืนสองนัดในกะโหลกศีรษะของเขา และคดีนี้เป็นคดีปริศนาไม่มีใครรู้ตัวฆาตกร แต่ที่แน่ๆ สามนักเรียนคนนั้นโดนปรับเงินกว่า 5หมื่นดอลลาร์ฐานทำลายหลักฐาน เคลื่อนย้ายศพออกจากที่เกิดเหตุ

 

 

26.หนูในห้องน้ำ

 

ตำนาน : มีหนูประมาณสองร้อยล้านตัวในเมืองนิวยอร์กเมืองเดียว ดังนั้นไม่เป็นเรื่องแปลกเลยที่มันจะมุดเข้าไปยังบ้านคุณ และไปโผล่ที่ห้องนอนของคุณ

 

เรื่องจริง : ในปี 2002 นาย Ian กลับมาบ้านหลังจากปาร์ตี้พร้อมกับแฟนสาวของเขา หลังจากดื่มมาอย่างหนัก เขาก็เข้าไปในห้องน้ำ แล้วก็เจอกับหนูตัวหนึ่งเข้า จากคำให้การของ Ian นั้นเขาบอกว่า หนูนั้นดูเหมือนจะตกใจเขาเหมือนกับที่เขาตกใจมัน จนเขาดึงสติกลับมาได้ เขาจึงปิดฝาชักโครกแล้วพยายามที่จะกดชักโครกให้หนูจมลงไปในชักโครก ทำให้หนูโกรธมาก เรื่องจบลงโดย Ian ได้ฆ่าหนูตัวนั้นในห้องน้ำ ส่งผลให้เขาหวาดระแวงทุกครั้งเวลาเข้าห้องน้ำตราบจนถึงทุกวันนี้

 

 

25.ตำรวจฆาตกร

 

ตำนาน : เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เคาะประตูบ้านหนึ่ง เตือนครอบครัวนั้นว่าได้มีฆาตกรหายตัวไป ตำรวจนายนั้นได้ขออนุญาตเข้าไปในบ้านเพื่ออธิบายถึงรายละเอียด ครอบครัวนั้นก็ตกลงให้เขาเข้ามาในบ้านได้ เมื่อเขาเข้ามาได้แล้วนั้น ตำรวจนายนั้นก็เผยตัวว่าเขานั่นแหละคือฆาตกรที่ว่า

 

เรื่องจริง : มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นคล้ายคลึงกับเรื่องดังกล่าว แต่เรื่องที่ดังที่สุดนั้นคงหนีไม่พ้น Ted Bundy ได้ปรากฏตัวขึ้นให้ Carol DaRonch เห็นที่ห้างแห่งหนึ่งใน Utah แต่งตัวในเครื่องแบบตำรวจ บอกกับเธอว่ามีใครบางคนพยายามมางัดรถของเธอ เขาจึงบอกกับเธอให้มากับเขาที่โรงพักเพื่อทำบันทึก

 

จนเมื่อเธอไปกับเขาเธอก็เอะใจว่าเขาไม่ได้ขับรถตำรวจแต่เป็นรถ VW Bug และเธอยังได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวเขาอีกด้วย ระหว่างนั่งรถนั้นเอง เธอก็ตระหนักได้ว่าทางที่เขาขับรถไปนั้นเป็นคนละทางกับที่จะไปสถานีตำรวจเลย เธอจึงพยายามหาทางหนี Bundy พยายามกุญแจมือเธอ และถือปืนขู่ แต่เธอก็หนูออกมาจากรถได้ และรีบวิ่งไปขอขึ้นรถคันใดก็ตามที่เธอเห็นเป็นคันแรก

 

เธอถูกพาตัวไปยังสถานีตำรวจ และถูกปลดกุญแจมือออก ต่อมาในคืนนั้น Bundy ได้ลักพาตัวสาววัย 17 ปี และไม่ปรากฏตัวออกมาให้เห็นอีกเลย

 

 

24.ศพใต้พื้นสระน้ำ

 

ตำนาน : เราคงเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับคนที่ไปเจอพลาสเตอร์ปิดแผล ผ้าอ้อม หรือว่าของน่าขยะแขยงอย่างอื่นที่อยู่ใต้พื้นสระน้ำมาก่อน แต่ก็มีเรื่องเล่ารอบกองไฟเรื่องนึงที่เป็นเรื่องของคนๆนึงที่พบศพอยู่ใต้พื้นสระน้ำแทน

 

เรื่องจริง : ศพของหญิงวัย 36 ปีที่ชื่อ Marie แล้วถูกพบในขณะที่จมอยู่ใต้พื้นสระน้ำแห่งหนึ่งในคืนวันอังคาร โดยเด็กชายอายุ 9 ขวบ เขารีบไปบอก เจ้าหน้าที่คอยช่วยชีวิตคนตกน้ำทันที โดยที่ไม่มีใครพบศพนี้เลยทั้งๆที่ตายมาแล้วถึงสามวัน นั่นหมายความว่าวันจันทร์ก่อนที่จะพบศพนั้น เด็กๆที่เข้ามาว่ายน้ำในสระน้ำแห่งนี้กำลังว่ายน้ำอยู่กับศพโดยที่ไม่รู้ตัวเลย

 

 

23.ถูกแช่แข็งทั้งเป็น

 

ตำนาน : มีเรื่องเล่าถึงผู้คนที่ถูกแช่แข็งทั้งเป็น และสามารถรอดชีวิตได้ทั้งๆที่คิดว่าได้ตายไปแล้ว ตามหลักทางการแพทย์

 

เรื่องจริง : เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคืนวันที่อากาศหนาวเหน็บคืนหนึ่ง ซึ่งคืนนั้นอากาศได้ลดลง -25 องศา นาง Jean Hilliard ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ลื่นไถลไปบนพื้นถนนที่เป็นน้ำแข็ง จากนั้นเธอจึงพยายามที่จะออกไปหาคนช่วย แต่เธอไปไม่ถึงไหนเพราะอากาศที่หนาวเหน็บทำให้เธอต้องติดอยู่ท่ามกลางหิมะจนกระทั่งเธอสลบไป เธอถูกพบโดยเพื่อนบ้านและส่งไปยังโรงพยาบาลโดยร่างของเธอถูกน้ำแข็งเกาะคลุม และแข็งทื่อ แพทย์ลงความเห็นว่าเธอไม่มีทางรอดแน่ๆ แต่หลังจากที่ทีมแพทย์ได้พยายามช่วยเธอ ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมงเธอก็กลับตื่นขึ้นมาและชักอย่างรุนแรง และหลังจากนั้นเธอก็กลับเข้ามามีสติอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สร้างความตกตะลึงให้กับทีมแพทย์เป็นอย่างมาก

 

 

22.เสียงเรียกจากหลุมศพ

 

ตำนาน : เรื่องนี้เกี่ยวกับชายคนนึงที่เสียชีวิต แต่เขายังสามารถติดต่อกับครอบครัวของเขาผ่านทางโทรศัพท์มือถือของเขาได้

 

เรื่องจริง : ในเดือนกันยายนปี คศ 2008 รถไฟที่บรรจุผู้โดยสาย 225 คน โดยเคลื่อนไปด้วยความเร็ว 83 ไมล์ต่อชั่วโมงจนไม่ได้เห็นไฟเตือน ทำให้ไปชนกับรถไฟอีกคันนึง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 135 คน เสียชีวิตอีก 25 คน อุบัติเหตุนี้รู้จักกันในชื่อ Chatsworth Crash อย่าไรก็ตามครอบครัวของเหยื่อผู้ตายรายหนึงที่ตายในอุบัติเหตุครั้งนี้ อ้างว่าพวกเขาได้รับโทรศัพท์ที่โทรมาจากเหยื่อผู้ตายรายนั้น และแปลกที่ผู้ตายได้โทรไปหาพวกเขาทีละคน จนครบทุกคนในครอบครัว จนกระทั่งศพถูกพบในซากปรักหักพัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ยังสร้างความคาใจให้กับคนที่รู้เหตุการณ์จนถึงทุกวันนี้

 

 

21.ศพในปล่องไฟ

 

ตำนาน : หลังจากได้ข่าวว่ามีคนคนนึงได้หายตัวอย่างอย่างน่าประหลาด จนมีคนที่เกี่ยวข้องกับคนๆนั้นได้เริ่มค้นหาตัวเขา แต่ก็เปล่าประโยชน์ จนกระทั่งครอบครัวของเขาเริ่มได้กลิ่นเน่าเหม็นลอยออกมาจากเตาผิง เมื่อไปดูก็พบว่าเป็นศพที่ตายมาหลายวันแล้ว ของคนที่หายตัวไปคาอยู่ในปล่องไฟ ตำนานเมืองนี้มักจะเล่าเพื่อไม่ให้เด็กๆไม่เข้าไปใกล้เตาผิง

 

เรื่องจริง : เหตุการณ์ที่คล้ายกันนี้เกิดขึ้นใน คศ 2011 เมื่อศาสตรจารย์ Jacquelyn Kotarac พยายามที่จะแอบเข้าไปยังบ้านของแฟนเธอผ่านทางปล่องไฟ เธอมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยแน่นอนกับแฟนของเธอเท่าไรนัก เธอพยายามหาทางที่จะเข้าไปยังบ้านของแฟนเธอให้ได้ จนกระทั่งพบปล่องไฟนั้นเอง โชคร้ายที่เธอเสียชีวิตคาปล่องไฟนั้นเป็นเวลาถึงสามวัน ถึงจะถูกพบเป็นศพโดยเจ้าของบ้านนั้น

 

 

20.โจรขโมยไต

 

ตำนาน : มีอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่น่ากลัวออกอาละวาดในเมือง โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวหรือนักเดินทางที่กำลังผ่อนคลาย โดยไปที่ร้านหรือบาร์เพื่อดื่มกินเครื่องดื่ม และระหว่างดื่มกินจะมีคนแปลกหน้ามาพูดคุยทำความสนิทสนม และคนแปลกหน้าจะเอาเครื่องดื่มให้เหยื่อคนนั้นดื่ม หลังจากนั้นเหยื่อคนนั้นจะเกิดอาการมึนงง และง่วงนอน จนหมดสติไป ก่อนที่จะตื่นขึ้นในอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งที่ห้องพักโรงแรมหรือบ้านร่างแห่งหนึ่ง และมีโทรศัพท์อยู่ถัดไปและเมื่อเหยื่อโทร 911 แพทย์ก็มาถึงก็พบว่าที่ร่างกายของเหยื่อมีรอยผ่าตัดและตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าไตถูกขโมยไป และไตที่ว่านั้นได้ถูกนำไปขายในตลาดขายอวัยวะมืดในราคาแพงลิบลิ่ว

 

และนี้คือตำนานเมืองที่หลายคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จนถึงขั้นมีการร้องเรียนต่อมูลนิธิไตแห่งชาติว่าควรตรวจสอบไตว่าไตไหนเป็นไตที่ถูกขโมยมา และเรื่องขโมยไตนี้ก็โด่งดังในประเทศไทยด้วย โดยเนื้อหาเปลี่ยนเป็นผู้ป่วยไปรักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทำการผ่าตัด และผู้ป่วยก็พบว่าไตหาย เป็นต้น

 

เรื่องจริง : เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงในอินเดีย โดยไตที่ถูกขโมยมาได้นั้นจะถูกนำไปขายในตลาดมืด มีคนงานก่อสร้างชาวอินเดียคนหนึ่งตกลงที่จะทำงานให้กับบริษัทใหม่แห่งนึง โดยสัญญากันว่าจะได้รับค่าจ้างมากกว่าคนทั่วไป และจ่ายเป็นรายวัน สองวันหลังจากที่รอที่จะได้เริ่มงานนั้น เขาถูกจับตัวไปโดยชายสวมหน้ากากสองคน เขารายงานว่าเขาตื่นขึ้นมาและรู้สึกเจ็บตรงร่างกายส่วนขวาของเขา หนึ่งในคนที่ลักพาตัวเขาบอกว่า พวกเขาได้นำไตออกมาจากตัวของเขาแล้ว และห้ามไม่ให้คนงานคนนั้นปริปากเรื่องนี้ออกไปแม้แต่นิดเดียว ตำรวจกล่าวว่าเขาไม่ได้เป็นเหยื่อเพียงคนเดียวที่โดนขโมยไตไป ยังมีคนงานคนอื่นๆที่ถูกขโมยอวัยวะภายในไป และถูกนำไปขายในตลาดมืดอีกจำนวนมาก

 

 

19.ตายโดยรถขนขยะ

 

ตำนาน : เด็กๆส่วนใหญ่มักถูกห้ามไปเล่นแถวๆรถขนขยะ เนื่องจากมีตำนานเมืองเล่ากันว่ามีชายคนหนึ่งที่ถูกรถขนขยะขนไปและนำไปทำลายพร้อมกับกองขยะเหล่านั้น

 

เรื่องจริง : มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งมาก หนึ่งในนั้นเกิดขึ้นกับชายหนุ่มวัย 17 ปีในประเทศ Luxembourg โดยเค้าซ่อนตัวอยู่ในที่เก็บขยะด้านหลังของรถขนขยะ จนกระทั่งเค้าโดนบดขยี้เสียชีวิตคารถขนขยะคันนั้น ชายคนนี้ไม่ทันสังเกตว่าเค้าเผลอเข้าไปในที่เก็บขยะโดยไม่รู้ตัว จนเค้ารู้สึกได้นั้นเค้าก็เริ่มร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ คนเก็บขยะที่อยู่แถวนั้นได้ยินเสียงเค้าร้อง แต่มันก็สายเกินไป

 

 

18. ศพใต้เตียง

 

ตำนาน : หลังจากที่มีคนกลุ่มหนึ่งพักอยู่ในโรงแรมสองสามคืนก็เริ่มได้กลิ่นแปลกๆออกมาจากเตียงที่พวกเขานอน ในเช้าวันถัดมาพวกเขาได้แจ้งไปยังทางโรงแรมเรื่องกลิ่นดังกล่าว หลังจากที่ทำการตรวจสอบทั่วห้องก็ทำให้พบว่า มีศพอยู่คู่นึงใต้เตียงนอนของพวกเขา

 

เรื่องจริง : ตำนานเมืองนี้เคยเกิดขึ้นจริงหลายครั้งมาก ใน Las Vegas ยกตัวอย่างมาเหตุการณ์นึงก็คือในเดือนกรกฏาคมปี คศ 2003 ณ โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในเมืองแคสซัสซิตี้ เขาได้แจ้งไปยังทางโรงแรมว่าเขาได้กลิ่นเหม็นเน่าภายในห้องของเขา แต่ผู้จัดการโรงแรมแห่งนี้ก็ดูจะไม่แยแสกับคำร้องเรียนของเขาเท่าไรนัก สามคืนถัดมาเขาก็ check out ออกจากโรงแรมเนื่องจากทนกลิ่นนั้นไม่ไหว ทีมทำความสะอาดก็มาทำความสะอาดห้องของเขา พวกเขายกฟูกที่นอนขึ้นเพื่อจะทำความสะอาด แต่กลับพบกับศพของชายคนหนึ่งที่เน่าเปื่อยมาเป็นเวลานานแล้ว

 

 

17. แขวนคอวันฮัลโลวีน

 

ตำนาน : ของตกแต่งวันฮาโลวีนที่เป็นหญิงคนหนึ่งแขวนคอจากต้นไม้นั้น ดูสมจริงและน่าสยดสยองภายในเวลาเดียวกันนั้น ถูกพบเห็นโดยคนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น พวกเค้าคิดว่ามันก็คงเป็นของตกแต่งวันฮัลโลวีนเหมือนกับทุกๆปี แต่จริงๆแล้วมันคือศพของมนุษย์จริงๆที่ได้ฆ่าตัวตายโดยการแขวนคอลงมาจากต้นไม้ต้นนั้น

 

เรื่องจริง : หญิงแก่วัย 42 ปีคนหนึ่งได้ทำการแขวนคอตนเองลงมาจากต้นไม้ที่ใกล้ๆกับบ้านของเธอ โดยร่างที่ไร้วิญญาณของเธอที่แขวนอยู่บนต้นไม้นั้นยังคงนิ่งอยู่อย่างนั้นทั้งคืนจนกระทั่งวันต่อมา การฆ่าตัวตายของเธอนั้นไม่ได้รับการแจ้งความให้กับทางตำรวจอยู่หลายชั่วโมง เนื่องจากตอนแรกนั้น คนแถบนั้นคิดว่ามันเป็นมุกสยองในวันฮัลโลวีนป ร่างของเธอถูกแขวนอยู่เหนือพื้นดิน 15 ฟุต แม้แต่คนที่ขับรถผ่านเธอไปก็ยังเห็นศพของเธอได้ จนกระทั่งใครบางคนพบว่ามันเป็นการฆ่าตัวตายของจริงจึงทำการโทรแจ้งตำรวจในที่สุด

 

 

16. การพยายามเผยแพร่โรคเอดส์ให้กับคนอื่น

 

ตำนาน : มักจะเริ่มต้นเรื่องโดยมีหญิงสาวสวยคนหนึ่งในโรงหนัง หรือว่าในคลับแห่งหนึ่ง เธอสังเกตเห็นรอยแทงเข็มบนแขนของเธอ จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงกระซิบจากใครบางคน ” ยินดีต้อนรับสู่โลกอันแสนมหัศจรรย์ของเอดส์” แล้วเค้าก็หนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย เธอเห็นเข็มฉีดยาตกอยู่บนพื้น เธอจึงตัดสินใจไปโรงพยาบาลจนกระทั่งพบว่าเธอได้ติดโรคเอดส์เข้าเสียแล้ว

 

เรื่องจริง : มักรู้จักกันในชื่อ “Pinch Prick Attack” มีกรณีของคนที่ถูกเข็มฉีดยาหรือว่าไซริงค์ทิ่มแทงร่างกายของพวกเขาโดยที่ปลายเข็มนั้นมีเลือดของผู้ป่วยที่ติดเชื้ออยู่หลายกรณี ในวันที่ 26 เดือนกรกฏาคม ค ศ 1990 เจ้าหน้าที่ห้องขังในเรือนจำแห่งหนึ่ง ถูกเข็มฉีดยาที่เต็มไปด้วยเลือดที่มีเชื้อ HIV อยู่โดยนักโทษคนหนึ่งทิ่มไปที่ตัวเขา เขารีบทำการตรวจโรคโดยทันที โอกาสติดเชื้อนั้นอยู่ที่ 1 ใน 200 ผลการตรวจเลือดของเขาเป็นบวก (ติดเอดส์) และเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ในปี คศ 1997

 

 

15. เชฟฆาตกร

 

ตำนาน : คุณเคยสงสัยมั้ยว่ากรรมวิธีการทำอาหารแต่ละอย่างนั้นผ่านขั้นตอนอะไรบ้างก่อนที่จะนำมาให้คุณกินกัน เราจะเชื่อใจได้มั้ยว่าสิ่งที่เรากินไปนั้นไม่มีพิษภัย? แล้วพวกเค้าใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง?

 

เรื่องจริง : เชฟนามว่า David Viens ได้ทำการฆ่าภรรยาของตนเอง และพยายามที่จะนำศพของเธอไปปรุงอาหารเพื่อที่จะทำลายหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีคลิปเสียงสัมภาษณ์เขาเกี่ยวกับคดีดังกล่าวอีกด้วย

 

ผู้คุม : หลังจากเธอตายแล้วคุณทำอะไรกับศพของเธอบ้าง ?

David : ผมก็ต้มน้ำให้เดือด

ผู้คุม : แล้วหม้อที่ต้มมันใหญ่ขนาดไหน ?

David : มันใหญ่พอควร

ผู้คุม : 50 แกลลอนหรือเปล่า..

David : ใหญ่กว่านั้น

ผู้คุม : 55 แกลลอนหรื…

David : เอาเป็นว่าผมยกมันไม่ไหวแล้วกัน

ผู้คุม : คุณใส่ภรรยาของคุณลงไปในหม้อนั้นเลยหรอ ? เธอเข้าไปในหม้อนั้นได้ทั้งตัวเลยใช่มั้ย ?

David : ครับ

ผู้คุม : แล้วคุณทำอะไรต่อจากนั้น?

David : ผมก็จัดการกับหน้าของเธอก่อน หลังจากหน้าของเธอถูกเฉือนออกหมดแล้ว ผมก็ใช้ที่ถ่วง ถ่วงให้เธอจมลงไปในหม้อ และผมก็เริ่มปรุงเธอพร้อมๆไปกับวัตถุดิบทำอาหารอื่นๆ ผมใช้เวลาในการปรุงอาหารไปทั้งหมดสี่วัน

 

 

14. เมื่อการแสดงโชว์ในวันฮัลโลวีนเกิดความผิดพลาด

 

ตำนาน : เด็กวัยรุ่นคนนึงต้องการจะแสดงโชว์ที่น่าตื่นเต้นในวันฮัลโลวีน ด้วยการแสดงแขวนคอตนเองต่อหน้าฝูงชน จนเกิดความผิดพลาดบางประการ ส่งผลให้เขาทำการแขวนคอตัวเองจริงๆและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

เรื่องจริง : ในปี คศ 2001 เด็กวัยรุ่นอายุ 14 ปีชื่อว่า Caleb Rebh ได้ทำงานอยู่ใน haunted hayride ( คล้ายๆกับบ้านผีสิง แต่ว่าเราจะได้นั่งไปในรถขนหญ้าของพวกชาวนาแล้วเราก็จะพบกับสิ่งที่สยองขวัญตามทางที่รถเดินทางไป ) เขาต้องการให้ hayride นี้ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น เขาต้องการจะใช้เชือกขึงขอตนเอง แต่ก็มีบางอย่างผิดพลาดขึ้น เขาได้เสียชีวิตจริงๆ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ได้เห็นเขาตายไปต่อหน้าต่อตา โดยเขาได้ดิ้นทุรนทุรายก่อนที่จะสิ้นใจลง แต่พวกเขาคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงเท่านั้น

 

 

13. มีบางอย่างแปลกๆเกี่ยวกับภาพใบนี้

 

ตำนาน : คุณเคยมองภาพอะไรแล้วเริ่มสงสัยว่ามีอะไรแปลกๆในภาพนั้นรึเปล่า ? คุณไม่รู้ว่ามันคืออะไร คุณแค่รู้สึกว่ามันมีบางสิ่งที่ผิดปกติภายในภาพนั้น

 

เรื่องจริง : ในปลายศตวรรษที่ 19 นั้นมีการถ่ายรูปที่เรียกว่า Post- Mortem photography เป็นวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ตามแถบอเมริกา จากรูปคุณจะเห็นชายคนหนึ่ง ถูกแต่งตัวอย่างดี เปิดตา และถูกจัดฉากให้ดูเหมือนกับว่าชายคนนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ จุดประสงค์ของการถ่ายรูปแบบนี้ก็เพื่อเป็นที่ระลึกถึงคนในครอบครัวที่เสียชีวิตนั่นเอง

 

 

12.นำดำ

 

ตำนาน : ครอบครัวหนึ่งได้ทำการย้ายบ้านมาที่บ้านหลังนึง แล้วสังเกตเห็นน้ำทั้งหมดในบ้านนั้นสีดำสนิท คนในครอบครัวคิดว่าคงไม่มีอะไรผิดปกติ เนื่องจากว่ามันเป็นบ้านหลังใหม่ หลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์ คนในครอบครัวนั้นก็ตระหนักได้ว่าน้ำนั้นมาจากของเหลวที่หลงเหลือมาจากศพที่เน่าเปื่อยภายในบ้านนั้นเอง

 

 

เรื่องจริง : ใจกลางกรุง Los angeles แขกในโรงแรมแห่งหนึ่งได้สังเกตว่าน้ำที่เค้าใช้อยู่นั้นมีสีและกลิ่นแปลกไป เวลาเขาเปิดก๊อกน้ำนั้นตอนแรกมันจะไหลอย่างช้าๆและน้ำเป็นสีดำ หลังจากนั้นชั่วครู่นึงมันจะกลับมาไหลตามปกติและกลับไปเป็นน้ำใสสะอาด แขกคนนั้นยังคงใช้น้ำจากโรงแรมนั้นต่อไป สัปดาห์ต่อมาหลังจากที่มีการร้องเรียนไปที่ทางโรงแรมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงส่งพนักงานไปตรวจสอบ จนกระทั่งหนึ่งในสี่ของแท้งค์เก็บน้ำอันใหญ่ที่อยู่บนดาดฟ้าของโรงแรมนั้น ได้พบกับศพของหญิงคนหนึ่งอยู่ที่ก้นแท้งค์ ศพดังกล่าวภายหลังก็ได้ทราบชื่อคือนาง Elisa Lam อายุ 21 ปี นักศึกษาชาวแคนาดาซึ่งได้หายตัวไปเป็นเวลา 3 สัปดาห์ การพบเห็นเธอครั้งสุดท้ายถูกบันทึกไว้ในคลิปกล้องวงจรปิดซึ่งเธอได้กระทำบางสิ่งซึ่งแปลกมากๆ ซึ่งผมคิดว่าทุกคนก็คงจะเคยดูคลิปนั่นแล้ว เพราะคดีนี้มันดังและก็เกิดขึ้นนานแล้ว

 

 

11. เด็กสุนัข

 

ตำนาน : เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งซึ่งทำการทรมาน และทำการทดลองกับสุนัขและแมวที่อาศัยอยู่ใกล้ๆบ้านของเขา มีตำนานเมืองเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายแบบ แต่ทุกแบบก็บอกกันว่าเด็กชายคนนั้นจะมีพลังเหนือธรรมชาติ

 

เรื่องจริง : ในปี คศ 1954 มีเพื่อนบ้านแถบนั้นได้สังเกตว่าเด็กชาย Gerald Floyd มักจะนำสุนัขและแมวเร่ร่อนกลับมาที่บ้านของเขาด้วยเสมอๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เค้าจะทำกับสัตว์เหล่านั้นมันน่ากลัวกว่าคนแถวนั้นคิดเอาไว้ Gerald มักจะทรมานสัตว์พวกนั้นจนตาย เมื่อเขาอายุมากขึ้น เขาได้ทำการกักขังพ่อแม่ของเขาไว้ในห้องใต้หลังคา นานถึง 3 ปี เขาทำร้ายพ่อกับแม่ของเขาอย่างทารุณ จนพ่อของเขาได้เสียชีวิตจากการกักขังของเขา ทำให้ Gerald ถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมพ่อของตน และได้จบชีวิตลงโดยการเสพยาเกินขนาดในขณะที่อยู่ในห้องขัง

 

 

10. นักสะสม

 

ตำนาน : ในหนังสยองขวัญส่วนใหญ่มักจะแฝงตำนานเมืองที่เล่าถึงเพื่อนบ้านลึกลับ ที่มักจะมีของสะสมส่วนตัวแปลกๆอยู่ในห้องชั้นใต้ดินของพวกเขา อาจจะเป็นชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ สรุปก็คือเพื่อนบ้านของคุณมักจะมีนิสัยแปลกๆ เหมือนกับว่ากำลังปกปิดบางสิ่งบางอย่างไม่ให้คุณรู้อะไรทำนองนั้น

 

เรื่องจริง : ในรัสเซีย ชายที่ชื่อ Anatoly Moskvin นั้นมีตุ๊กตาที่มีขนาดเท่ามนุษย์สะสมอยู่ภายในอพาร์ตเมนท์ของเขา โดยเขาได้ขโมยศพมาจากสุสานที่อยู่ในหลายๆเมืองทางตะวันออกของกรุง Moscow เขาได้นำศพเหล่านั้นมาทำเป็นตุ๊กตาโดยแต่งเสื้อผู้หญิง และใส่วิก เพื่อนำมาตกแต่งห้องของเขา

 

 

9. ฟาร์มศพมนุษย์

 

ตำนาน : ว่ากันว่ามีหลายพื้นที่บนโลกใบนี้ที่จะมีศพหรือชิ้นส่วนมนุษย์จำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ตรงบริเวณนั้น บางคนก็บอกว่ามันเป็นการบูชายัญอย่างหนึ่ง แต่บางคนก็บอกว่ามันเป็นพื้นที่ฝังศพของฆาตกรต่อเนื่องซักคน

 

เรื่องจริง : มีพื้นที่ดังกล่าวปรากฏขึ้นจริงถึงสามแห่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกใช้งานโดยหน่วยพิสูจน์หลักฐานและนักมานุษยวิทยานิติเวช เพื่อใช้ในการศึกษาตัวอย่างการเน่าเปื่อยของศพในแต่ละสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องถูกกฏหมาย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เรื่องฟาร์มศพนั้นดูสยองน้อยลงเลย

 

 

8. คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

 

ตำนาน : ชายคนหนึ่งอาศัยอยู่ตัวคนเดียว แต่เขาก็สะบัดความรู้สึกที่ว่าเขากำลังถูกใครบางคนจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา

 

เรื่องจริง : มีหญิงคนหนึ่งอาศัยอยู่ในห้องใต้เพดานของชายคนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา ชายคนนี้อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนท์แห่งหนึ่ง สังเกตเห็นว่ามีของบางอย่างในห้องของเขาได้ถูกวางเปลี่ยนตำแหน่งไปจากเดิม และอาหารในตู้เย็นของเขาก็หายไปบางอย่าง ด้วยความหวาดระแวง เขาจึงแอบตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในห้องของเขา สิ่งที่เค้าเห็นก็คือหญิงแก่อายุ 58 ปี ได้แอบออกมาจากห้องใต้เพดานของเขาเพื่อที่จะมาขโมยอาหาร เธอเป็นคนไร้บ้าน เธอกล่าวคำสารภาพกับตำรวจว่าเธอได้อาศัยอยู่แบบนั้นมาเป็นปีๆแล้ว

 

 

7. เฟนไซคลิดีนกินคน

 

ตำนาน : มีผู้คนมากมายเถียงกันถึงผลข้างเคียงของการเสพสารเสพติด ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หนึ่งในนั้นว่ากันว่าใครที่เสพสารเฟนไซคลิดีนนั้นจะทำให้พวกเขากลายเป็นมนุษย์กินคน

 

เรื่องจริง : กรณีที่โด่งดังที่สุดเกิดขึ้นกับชายที่ชื่อ Antron Singleton หรือรู้จักกันในนาม Big Lurch หลังจากที่เขาเสพเฟนไซคลิดีนได้หนึ่งสัปดาห์นั้น ตำรวจก็ได้พบกับเขาในร่างเปลือยเปล่าพร้อมเลือดทั่วร่างนอนอยู่ที่ถนนของ Los angeles ระหว่างการค้นห้องอพาร์ตเมนท์ของเขานั้นเอง ตำรวจก็ได้พบกับศพของเพื่อนร่วมห้องหญิงของเขา อายุ 21 ปี หน้าอกของเธอถูกฉีกออก และพบรอยฟันกัดตรงใบหน้าและปอดของเธอ จากการชันสูตรศพพบว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบในกระเพาะอาหารของ Antron นั้นไม่ได้เป็นของเขา

 

 

6.หัวย่อส่วน

 

ตำนาน : มีบางชนเผ่าบนโลกนี้ได้ทำการย่อหัวศพของสมาชิกในเผ่าตนเองเพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม และใช้ในการบูชายัญ

 

เรื่องจริง : มีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหัวย่อส่วนอยู่จริงที่ Flo rida แต่มันเป็นไปได้จริงรึเปล่าที่หัวของมนุษย์จริงๆจะถูกย่อส่วน ชนเผ่าล่าหัวมนุษย์มีอยู่จริง ซึ่งพบได้มากในลุ่มแม่น้ำอะเมซอน การย่อส่วนหัวมนุษย์นั้นใช้เวลาฝึกฝนยาวนาน และไม่ใช่ทุกคนในชนเผ่าที่จะสามารถทำมันได้ อย่างไรก็ตาม มันกลับเป็นที่หมายตาของเหล่าพ่อค้าหัวใสที่จะเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าที่ชอบสะสมของแปลกๆ

 

 

5. บันนี่แมน

 

ตำนาน : ในปี คศ 1904 คนที่อาศัยอยู่บริเวณ Clifton ในรัฐ Virginia ได้ทำการประท้วงให้ทางการสั่งปิดโรงพยาบาลบ้าโดยย้ายผู้ป่วยเหล่านั้นไปยังคุกแทน ระหว่างการขนย้ายผู้ป่วยนั้นเอง ได้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้ป่วยบางส่วนที่หลบหนีออกมา ซึ่งผู้ป่วยเหล่านั้นถูกจับได้ทั้งหมดในภายหลังยกเว้นก็แต่นาย Marcus Wallster และนาย Douglas J. Grifon ระหว่างทางการตามรอยสองคนนั้นเอง ตำรวจก็ได้พบกับซากศพกระต่ายที่ถูกกัดกินไปครึ่งนึง หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจได้พบร่างของ วอลสเตอร์ ถูกแขวนอยู่ใต้สะพานรางรถไฟที่โคลเชสเตอร์ และมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า “คุณไม่มีทางหาฉันพบ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม” –บันนี่แมน ต่อมาสะพานรางรถไฟแห่งนี้ก็ถูกขนานนามกันว่า สะพานบันนี่แมน ว่ากันว่าใครก็ตามที่ลอดผ่านอุโมงค์นั้นในเวลาเที่ยงคืน บันนี่แมนจะจับคุณแขวนลงมาตายบนสะพานแห่งนั้นเอง

 

เรื่องจริง : มีพยานพบเห็นบันนี่แมนมากมาย บ้างก็กล่าวว่าเขามักจะมีขวานเป็นอาวุธประจำกาย บ้างก็ว่าเขามักจะปรากฏตัวออกมาในคืนวันฮัลโลวีน เพื่อที่จะหลอกให้เด็กๆที่อยู่ข้างนอกตกใจกลัว อย่างไรก็ตาม มีคดีการฆาตกรรมที่แปลกประหลาดเกิดขึ้นจริงบนสะพานบันนี่แมน ชายหนุ่มคนหนึ่งได้เดินลอดผ่านสะพานแห่งนั้น และต่อจากนั้นเขาได้ทำการฆาตกรรมพ่อแม่ของเขา จากนั้นก็ลากศพของพวกเขาเข้าไปในป่าเพื่อที่จะนำร่างของพวกเขาไปแขวนอยู่บนสะพานบันนี่แมน อีกคดีนึงเกิดขึ้นในคืนวันฮาโลวีน ปี 1905 วัยรุ่น 3 คน ได้ไปทดสอบความกล้ายังสะพานบันนี่แมน หลังจากนั้นมีคนพบศพวัยรุ่นทั้ง 3 คน ถูกปาดคอและร่างกายถูกเฉือนยาวจนมาถึงหน้าท้อง คนทั้งสามมีโน้ตติดไว้อยู่ที่เท้าของพวกเขาเขียนไว้ว่า “คุณไม่มีทางจับบันนี่แมนได้หรอก”

 

 

4. หนอนไชสมอง

 

ตำนาน : ตำนานเมืองนี้กล่าวถึงนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศ เขาคนนั้นได้กลับมายังประเทศตนเองแล้วพบว่าที่สมองของเขามีหนอนไชอยู่ รวมไปถึงแมลงตัวอื่นๆอยู่ในกะโหลกของเขาอีกด้วย

 

เรื่องจริง : หญิงสาวที่ชื่อ Michelle Harris ได้ยินเสียงที่หยุกหยิกเหมือนมีอะไรขยับอยู่ในหัวของเธอ หลังจากที่เธอกลับมาจากเปรู เธอไม่ได้กังวลอะไรนักในตอนแรก จนกระทั่งเสียงมันเริ่มดังขึ้น เธอเริ่มมีอาการปวดหัว และสังเกตเห็นของเหลวแปลกๆไหลออกมาจากหัวติดที่หมอนของเธอ เธอจึงตัดสินใจไปหาหมอ ผลปรากฏว่ามีหนอนตัวใหญ่ 8 ตัวอาศัยอยู่ภายในหูของเธอ หมอเป็นห่วงว่าในไม่ช้าหนอนพวกนี้อาจจะไชไปถึงสมองของเธอได้ เขาถึงทำการเทน้ำมันมะกอกลงไปในหูของเธอเพื่อที่จะทำลายรังและไข่ที่พวกมันอาจสร้างเอาไว้

 

 

3. Cropsey

 

ตำนาน : เป็นเรื่องของผู้ป่วยโรงพยาบาลบ้ารายหนึ่งที่ทำการหนีออกมาจากโรงพยาบาล แล้วมาอาศัยอยู่ในสถาบันจิตเวชที่ถูกทิ้งร้างที่ชื่อ Willowbrook ในนิวยอร์ค ว่ากันว่า Crop จะออกมาในตอนกลางคืนและลักพาตัวเด็กๆที่อยู่ตามท้องถนน บ้างก็ว่า Crop นั้นมีแขนเป็นตะขอ บ้างก็ว่าเขามีขวานที่เปื้อนเลือดเป็นอาวุธประจำกาย ถึงกระนั้นตำนานนี้ก็สอนให้เด็กๆไม่ให้ออกไปข้างนอกบ้านตอนกลางคืน หรือไม่ให้เข้าไปไกลตึกร้าง

 

เรื่องจริง : ในปี คศ 1987 เด็กหญิงอายุ 12 ปีคนหนึ่งที่มีอาการดาวน์ซินโดรม ได้หายตัวออกไปจากบ้านของเธอ ในนิวยอร์ค มีการทำสารคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ให้ข้อมูลถึงการหายตัวไปของเด็กหญิงคนนี้รวมไปถึงเด็กคนอื่นๆที่หายตัวไปอีกสี่คน ตำรวจเริ่มสงสัยชายคนหนึ่งที่ชื่อ Andre Rand ว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเด็กเหล่านั้น เขาเป็นอดีตลูกจ้างของสถาบันจิตเวช Willowbrook เขาถูกจำคุก 50 ปีในข้อหาลักหาตัว และกระทำการฆาตกรรมโดยไตร่ตรองล่วงหน้า

 

 

2. The Green Man

 

ตำนาน : หรือรู้จักกันในชื่อ Charlie ไร้หน้า เป็นตำนานเมืองที่กล่าวถึงการปรากฏตัวของคนหรือปีศาจที่มีสีเขียวเรืองแสง ที่มักจะเร่ร่อนอยู่ตามถนนใน Pennsylvania ในตอนกลางคืน ชายคนนี้ไม่มีเค้าโครงหน้าที่เหมือนกับมนุษย์เลย เขาสูบบุหรี่และพ่นควันออกมาทางรูที่อยู่บนแก้มของเขา และมักจะอาศัยอยู่ในอุโมงค์ร้างที่เรียกกันว่า อุโมงค์ Green Man

 

เรื่องจริง : ชื่อจริงของ Green Man นั้นคือ Raymond Robinson เมื่อเขาอายุได้ 9 ขวบ เพื่อนของเขาได้ท้าให้เขาปีนคานใหญ่เพื่อที่จะเอื้อมไปหยิบรังนกที่อยู่บนนั้น คานนั้นได้มีสายไฟที่พาดไว้โดยมีกระแสไฟฟ้าแรงถึง 22000 โวลต์ Ray ได้เผลอไปแตะมันเข้า ทำให้เขาตกลงมา ส่งผลให้หน้าและร่างกายของเขาไหม้เกรียม แขนซ้ายด้วน เสียจมูกและลูกตา ปากของเขาเบี้ยวจนผิดรูปทรง เขาเป็นคนที่ไม่ชอบนอนนัก ดังนั้น Ray จึงมักจะสวมเสื้อสีเขียวตัวโปรดของเขาแล้วออกไปเดินเล่นข้างนอกในเวลากลางคืนโดยใช้ไม้เท้า คนที่พบเห็นก็ตกใจและสร้างความสยองให้กับเด็กๆที่กำลังจะกลับบ้านในเวลานั้น ซึ่งเป็นต้นแบบของตำนานเมือง Green Man นั้นเอง

 

 

1.มนุษย์แวมไพร์

 

ตำนาน : เรื่องนี้กล่าวขานกันมาตั้งแต่ 400 ปีที่แล้วในเปรู คนแถวนั้นมักจะเห็นเงาคนที่มักจะแอบติดตามชาวนา หรือว่าคนท่องเที่ยว และทำการฆ่าพวกเขา จากนั้นจะทำการดูดไขมันออกจากตัวของเหยื่อจนหมด และทิ้งศพเอาไว้

 

เรื่องจริง : ตำรวจในเปรูได้ทำการจับกุมแก๊งแก๊งหนึ่ง ตำรวจได้พบกับกองซี่โครงกระดูกมนุษย์ หัวที่เน่าเปื่อยแล้ว และขวดโค้กสองขวดที่ภายในบรรจุไปด้วยไขมันของมนุษย์ สมาชิกในแก๊งนี้เป็นพวกค้ามนุษย์ ซึ่งจะทำการฆ่าเหยื่อ และนำไขมันของเหยื่อไปขายในตลาดมืด หัวหน้าแก๊งได้สารภาพว่าได้ทำแบบนี้มาตั้งแต่สมัยคศ 1980 แล้ว ได้ทำการฆ่าเหยื่อถึง 60 คน โดยไขมันขวดหนึ่งนั้นจะขายได้ในราคา 15000 ดอลลาร์ คนในแก๊งอ้างว่าพวกเขาขายให้กับบริษัทที่จะทำครีมยาอายุวัฒนะ หรือขายให้กับหมอผีเพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมบางอย่าง จากเรื่องดังกล่าวทำให้เรามีข้อสงสัยถึงสองประการ หนึ่งก็คือ ทำไมถึงมีกลุ่มคนที่ต้องการซื้อไขมันมนุษย์ตั้งแต่ในตอนแรก และสอง ทำไมคนในแก๊งเหล่านี้ถึงสนใจแต่เพียงไขมันของเหยื่อ ทั้งๆที่อวัยวะอื่นๆนั้นสามารถนำไปขายได้เงินมากกว่านั้นหลายเท่าตัวด้วยซ้ำ

 

 

ขอบคุณที่มา : my.dek-d.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *