Kill Bill (2003) : “ล่า” แบบฝรั่ง!! สาวท้องแก่ถูกกระทืบ ต้องลุกขึ้นมาฆ่าล้างโคตรแก๊งมาเฟียผัวเก่า

 

เมื่อผู้หญิงที่ถูกกระทำจะไม่ทนอีกต่อไป! มนปลายปีที่ผ่านมาหลายคนคงติดและอินกำละครเรื่อง “ล่า” ของทางช่อง One HD ซึ่งเป็นละครที่แหวกแนวออกมาจากละครในยุคนี้อย่างเห็นได้ชัด ทั้งความรุนแรงในสตรีเพศและเด็ก จนถึงการตีแผ่สังคม ซึ่งหลายคนก็ชื่นชอบในแง่ของความ “สะใจ” ดูแล้วมันมันส์และเอาใจช่วย “มุธุสร” ให้ออกตามล่าอดีตปีศาจในคราบมนุษย์ที่เคยย่ำยีเธอและลูก แต่ยังมีอีกเรื่องหนุ่ง เป็นหนังดังปี 2003 ที่มีตัวละครเอกเป็นผู้หญิง(มีลูก) ที่ถูกกระทำอย่างแสนสาหัส จนวันนึงฟ้ายังมีตา เธอจึงโกงความตายมาล้างแค้นผู้กระทำ!! นั่นก็คือ Kill Bill vol.1-2 นั่นเอง

 

หากจะพูดถึงหนังแนวแก้แค้นล่ะก็หนังเรื่อง Kill Bill เป็นหนึ่งในหนังแก้แค้นที่มีความสะใจมากเรื่องหนึ่ง เรื่องราวของเจ้าสาวที่ต้องกลับมาแก้แค้นเหล่าคนที่ทำให้ชีวิตเธอต้องสูญเสียลูกในท้อง Kill Bill หรือในชื่อไทย นางฟ้าซามูไร เป็นผลงานของผู้กำกับและเขียนบท เควนติน ทาแรนติโน ซึ่งเขาเป็นผู้กำกับหนังแหวกแนวที่ไม่เหมือนใครหรือเรียกอีกอย่างว่า หนังคลัท์ เป็นหนังที่มีการเหล่าเรื่องและการดำเนินที่แปลกจากหนังทั่วไป หากกล่าวถึงนางฟ้าซามูไร เป็นหนังคัลท์อีกเรื่องนี้ของผู้กำกับคนนี้ Kill Bill ออกฉายเมื่อปี 2003 โดยแบ่งเรื่องราวออกเป็น 2 พาท ซึ่งทั้ง 2 พาทมีธีมการเล่าเรื่องที่แตกต่างออกไปโดยพาท 2 ออกฉายในปี 2005

ผลงานเรื่องที่ 4 ของเควนติน ทารันติโน่ ที่คราวนี้จับแนวงานคารวะหนังแนวญี่ปุ่นล้างแค้นผสมแนวหนังจีนกำลังภายใน เควนติน เป็นผู้กำกับที่ไว้ใจได้ในเรื่องของการล้อเลียนขนบธรรมเนียมต่างๆ ของหนังและนำองค์ประกอบเหล่านั้นมายำในฉบับของตัวเองได้แบบสนุกและดูไม่ขัดเลยสักนิด ยิ่งสไตล์เลือดสาดจัดจ้านและซาวน์แทรคในหนังอย่างที่ไหลลื่น บ้าคลั่งอย่างถูกปากถูกคอคนดูเหลือเกิน

งานนี้ สร้างภาพจำแบบแกะยังไงก็แกะไม่ออกของ อูม่า เธอร์แมน ทันที กับชุดรัดรูปสีเหลืองคาดดำข้างๆ และชื่อหนังที่เรียกง่ายๆ สั้นๆ ว่า คิล บิลล์ ซาวน์แทรคของ RZA ที่ใครได้ยินก็ต้องร้องอ๋อทันทีเพราะถูกนำไปเผยแพร่และทำซ้ำมากมายเลย

หนังบันเทิงมากครับ เต็มไปด้วยการดำเนินเรื่องที่เร้าใจ สไตล์ของหนังก็โดดเด่น เอกลักษณ์ชัดๆ ที่เห็นได้เลยคือ ความรุนแรงแบบสุดโต่ง คนดูจะได้เห็นอวัยวะของตัวละครในเรื่องปลิวว่อนทั่วจอ ในระดับเลือดที่พุ่งกระฉูดแบบท่อประปาแตก ท่วมจอชนิดที่ว่า ช่วงหนึ่งของหนัง พยายามหยอกล้อคนดูด้วยการเปลี่ยนให้เป็นภาพขาว-ดำ

[​IMG]

หนังเควนติน มักสร้างเซอร์ไพรส์ในเรื่องนักแสดงอยู่ตลอดเวลาว่า ดาราคนไหนจะโผล่มา อย่างในนี้ก็คงเป็นการปรากฏตัวของ หลิวเจียฮุย นักแสดงหนังกำลังภายในของชอว์ บราเดอร์ชื่อดัง มาในบทหัวหน้าตัวร้ายที่ฉะกับนางเอกเราอย่างสมน้ำสมเนื้อ รวมถึงการที่หนังได้ถึงระดับนักออกแบบฉากศิลปะการต่อสู้ระดับปรมาจารย์อย่าง หยวน วูผิง ที่เคยกำกับฉากต่อสู้สุดมันส์ใน The Matrix มาแล้ว ฉากต่อสู้สุดมันส์ได้อารมณ์เหมือนอยู่ในหนังจีนกำลังภายใน

Kill Bill

Kill Bill ภาคแรก เป็นจุดเริ่มต้น ณ โบถส์กลางทะเลทรายแห่งหนึ่งทุกคนในงานถูกฆ่าตายอย่างทารุณ เดอะไบร์ด อดีตนักฆ่าในกลุ่มอสรพิษ บาดเจ็บสาหัส เธอพบว่าผู้บงการนั้นคือ บิล สามีเก่าซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มอสรพิษพร้อมกับพวกอีก 4 คน บิลยิงที่หัวของเดอะไบร์ด ก่อนหมดสติเธอบอกเขาว่าลูกในท้องคือลูกของเขา 4 ปีต่อมาเธอตื่นขึ้นและพบว่าลูกในท้องเธอไม่อยู่แล้ว เธอโกรธแค้นและถึงเวลาแล้วที่เธอจะแก้แค้นทุกคนที่ทำกับเธอไว้ เป้าหมายแรกคือ เวโรนิต้า กรีน หนึ่งในกลุ่มที่สังหารเธอ ต่อมาเธอเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้อาจารย์ด้านดาบซามูไร เธอบอกจุดประสงค์เขาว่าต้องการจะแก้แค้น และเป้าหมายต่อไปคือ โอแรน โอชิอิ….เรื่องราวของภาคแรกเป็นธีมแนวตะวันออก ซาไมรู กำลังภายใน

เบียทริกซ์ คิดโด/เจ้าสาว/เพชรฆาตดำ(อูมา เธอร์แมน) ในชุดเจ้าสาวถูกบิล(เดวิด คาราดีน)ยิงที่หัวทั้งที่ขอร้องและบอกว่าในท้องนี่ลูกของคุณนะ ตัดไปที่ 4 ปีต่อมา เบียทริกซ์ไปที่บ้านของเวอร์นิตา กรีน(เหยื่อรายที่ 2 ในลิสท์) อดีตมือสังหารในสังกัดอีกคนของบิลเพื่อล้างแค้นเพราะเวอร์นิตาก็อยู่ในเหตุการณ์สังหารหมู่ในโบสถ์ครั้งนั้น เวอร์นิตาตอนนี้วางมือมีครอบครัว มีลูกสาวอายุ 4 ขวบ เบียทริกซ์ฆ่าเวอร์นิตาตาย ก่อนไปบอกลูกสาวของเวอร์นิตาที่มาเห็นเหตุการณ์ว่าถ้ายังแค้นโตขึ้นให้มาหา

ตัดไปที่ 4 ปี 6 เดือนก่อนหน้าที่โบสถ์ตำรวจกับนายอำเภอมาตรวจสอบพบว่าเจ้าสาวยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นเธอก็หลับเป็นเจ้าหญิงนิทรา แอลล์ลูกน้องอีกคนของบิล(ปิดตาข้างนึง)จะมาฆ่าโดยฉีดยาพิษแต่บิลโทรมาห้าม เบียทริกซ์ฟื้นขึ้นมาคิดว่าตัวเองแท้งลูกไปแล้ว ระหว่างไม่ได้สติเธอถูกบัคขายให้คนหื่นกามมาข่มขืน เบียทริกซ์ฆ่าบัคแล้วเอารถบัคไป

เบียทริกซ์ไปญี่ปุ่นเพื่อหาฮัตโตริ ฮันโซอดีตอาจารย์ของบิลที่ตอนนี้หันมาขายซูชิ ฮัตโตริเป็นช่างตีดาบซามูไรที่โด่งดังแต่สาบานว่าจะวางมือจากการสร้างอาสุธฆ่าคน แต่พอเบียทริกซ์บอกจะเอาไปฆ่าบิลก็ยอมทำให้ ระหว่างรอดาบก็ให้เบียทริกซ์อาศัยและฝึกดาบอยู่ที่บ้าน

โอเร็น อิชิอิ(ลูซี ลิว)ได้เป็นเจ้าแม่คุมมาเฟียที่ญี่ปุ่น สมัยเด็กพ่อแม่ของโอเร็นถูกฆ่าตาย โอเร็นแก้แค้นให้พ่อแม่ได้ตั้งแต่อายุ 11 แล้วจากนั้นมาก็เข้าสู่วงการ พอดาบเสร็จเบียทริกซ์ก็มาตามทวงหนี้แค้นจากโอเร็น แต่กว่าจะเข้าถึงตัวโอเร็นได้ต้องผ่านลูกน้องเป็นฝูง(แกงค์ 88คนคลั่ง)รวมทั้งคนสนิทอีก 3 คนของโอเร็นได้แก่โซฟี(เบียทริกซ์จับตัดแขน) โกโกเด็กนักเรียนแต่ฝีมือไม่เด็กและจอห์นนี โม(ใส่หน้ากากคล้ายเฉินเจิน)

เบียทริกซ์ดวลดาบกับโอเร็น เบียทริกซ์เป็นฝ่ายตัดกะโหลกศีรษะโอเร็นได้ เบียทริกซ์จับตัวโซฟีไปทรมานเค้นสืบที่อยู่ของคนที่เหลือแต่ไม่ฆ่าโซฟีเพราะต้องการให้โซฟีกลับไปส่งข่าวให้บิลรู้ว่าเธอรู้อะไรบ้าง บิลถามโซฟีว่า เบียทริกซ์รู้หรือไม่ว่าลูกยังไม่ตาย……แล้วก็จบ Volumn 1

ความสยอง(ในที่นี้หมายถึงความสนุก+มันส์+มันส์โครตตตต!) –
★★★★★
สนุกแบบไม่เหมือนในหนังแอ็คชั่นเรื่องอื่นๆที่มักเน้นซีเรียส ดนตรีที่ให้บรรยากาศยิ่งใหญ่ แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่ต้องใช้CGหรือเงินจำนวนมาก ก็สามารถสร้างหนังที่มีคุณภาพควรค่าต่อการรับชมได้แล้ว
เนื้อเรื่อง –
★★★
เนื้อเรื่องง่ายๆ แบบไม่ต้องไต่บันไดคิด แนวล้างแค้นเด็ดหัวถือว่าซ้ำซาก แต่เควนตินปัดฝุ่นให้เข้ากับลุคใหม่ที่เขาต้องการจะให้เป็น
ความน่าดู –
★★★★★
หนังแอ็คชั่นที่มีความอาร์ตเบาๆ บทเยี่ยม การดำเนินเรื่องที่สนุก ไม่น่าเบื่อ เป็นต้นแบบที่หนังแอ็คชั่นเรื่องอื่นควรจะเป็น

เฉลี่ยคะแนน –
★★★★★
เว็บให้คะแนนหนังต่างๆ ให้คะแนนเรื่องนี้อย่างสวยงาม ไม่ว่า IMdb : 8.1/10, Rogerebert : 4/4,Rotten Tomatoes 89% กานรันตีได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ควรหยิบมาดูใหม่ หรือเก็บไว้ในรูปแบบบลูเรย์จริงๆ!

Kill Bill ภาค 2 หลังจากที่สังหารโอเรน โอชิอิ เดอะไบร์ด กลับมายังสหรัฐเช่นเดิมเพื่อตามล่าคนที่ยังเหลือโดยในภาคสองที่เล่าเรื่องจะต่างจากภาคแรกไปเลยซึ่งจะเป็นแนวตะวันตกแบบ คาวเกลิร์ ตัวหนังจะเล่าถึงที่มาที่ไปของตัวละครเดอะไบร์ดว่าเธอมีทักษะการต่อสู้มายังไง จุดกำเนิดความรักระหว่างเธอกับบิลจนไปถึงช่วงตั้งครรถ์ลูกของเธอ ซึ่งสุดท้ายแล้วเมื่อเธอสืบจนพบที่อยู่ของบิล เธอพบว่าลูกของเธอยังมีชีวิตอยู่

Vol.2 เปิดมาด้วยฉากซ้อมพิธีแต่งงานในโบสถ์ บิลตามมาเบียทริกซ์แนะนำว่าบิลเป็นพ่อ วันงานบิลกับพวกมายิงถล่มสังหารหมู่คนทั้งโบสถ์เหลือเบียทริกซ์ที่รอดตามที่ภาคแรกดูไปแล้ว ตัดไปที่ 4 ปีถัดมาบิลมาเตือนบัดด์น้องชายให้ระวังเบียทริกซ์กลับมาแก้แค้น บิลเคยให้ดาบซามูไรของฮัตโตริกับบัดด์ไว้แต่บัดด์บอกว่าจำนำไปแล้ว บัดด์ใช้กระสุนยางยิงเบียทริกซ์แล้วจับฉีดยาสลบมัดไว้ บัดด์โทรหาแอลล์บอกจะขายดาบให้ ให้แอลล์มาพร้อมเงิน 1 ล้าน แอลล์ตกลงบอกทำยังไงก็ได้ให้เบียทริกซ์ทรมานที่สุด บัดด์จับเบียทริกซ์ใส่โลงฝังทั้งเป็น แต่เบียทริกซ์เคยเรียนวิชาฝ่ามือจากไป่เม่ยอดีตอาจารย์อีกคนของบิล บิลเคยเล่าว่าไป่เม่ยใช้วิชาฝ่ามือ 5 จุดฆ่าคนตายทั้งสำนักมาแล้ว ในอดีตบิลเคยพาเบียทริกซ์ไปฝากตัวเป็นศิษย์ไป่เม่ย บิลเรียนสำเร็จเลยชกฝาโลงแตกจนขึ้นมาจากหลุมได้ แอลล์เอาเงินให้บัดดด์แต่ในกระเป๋าซ่อนงูพาไว้ บัดด์ถูกงูกัดตาย เบียทริกซ์เข้ามาต่อสู้กับแอลล์ เบียทริกซ์เจอดาบของบัดด์(ดาบฮัตโตริ ฮันโซที่บิลเคยมอบให้บัดด์) เอามาสู้กับแอลล์ แอลล์เล่าวว่าเป็นคนฆ่าไป่เม่ยด้วยพิษ เบียทริกซ์ควักลูกตาแอลล์อีกข้าง แล้วปล่อยทิ้งไว้กับงูพิษของตัวเอง เบียทริกซ์ไปสืบหาที่อยู่บิลจากคนที่เปรียบเสมือนพ่อของบิล พอไปถึงเบียทริกซ์เจอกับ บีบี ลูกสาวที่คิดว่าแท้งไปแล้ว บิลบอกกับลูกว่าแม่นอนหลับ เบียทริกซ์พาลูกเข้านอนแล้วมาสะสางกับบิล บิลยิงยาสารภาพความจริงใส่เบียทริกซ์ ตอนนั้นบิลให้เบียทริกซ์ไปฆ่าคนแต่เธอรู้ตัวว่าท้องเลยขอร้องมือสังหารขอเลิกแล้วต่อกันแล้วหายตัวไป บิลคิดว่าเบียทริกซ์ตายแล้ว พอสืบไปสืบมาปรากฏว่าไปเจอเบียทริกซ์กำลังท้องและกำลังจะแต่งงานกับคนอื่นบิลมันเลยโกรธจนสังหารหมู่ครั้งนั้น<<<โหดไปมั้ยพี่? บิลกับเบียทริกซ์สู้กัน เบียทริกซ์ใช้ฝ่ามือ 5 จุดที่เบียทริกซ์ไม่เคยบอกให้บิลรู้ว่าไป่เม่ยยอมสอนให้ บิลลุกขึ้นยืนพอเดินไปได้ 5 ก้าวก็ล้มลงตาย เบียทริกซ์พาลูกไป แล้วก็จบลงตรงที่แม่ลูกนั่งดูทีวีด้วยกันอย่างมีความสุข

จุดเด่นของหนังคงจะเป็นฉากแอ็คชั่นที่สะใจ หนังถูกจัดในเรท R โดยเฉพาะภาคแรกที่เนื้อหาอุดมไปด้วยความรุนแรง การฆ่าฟันเลือดสาด ซึ่งในฉากท้ายของเรื่องเป็นฉากที่นางเอกบุกเดี่ยวที่ร้านอาหารห่างหนึ่งและต่อสู้กับเหล่ายากูซ่า ซึ่งเรียกว่าฉากขาขาด แขนขา หัวหลุด เลือดสาดมาเต็ม จนผู้กำกับมีการตัดต่อฉากนี้โดยการเปลี่ยนเป็นภาพขาว-ดำ เพื่อลดความรุนแรงให้ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ และใส่ฉากนี้เป็นภาพสีและไม่ตัดทอนฉากใน DVD แทน

 

หลังจาก Kill Bill 1 และ Kill Bill 2 ได้ออกฉายไปในปี 2003 – 2004 ตามลำดับ ได้รับเสียงตอบรับทางบวกถึงความมันส์และสะใจกลายเป็นหนังในดวงใจของแฟนหนังขาโหดหลายต่อหลายคน ก่อเสียงเรียกร้องจากแฟน ๆ ของเควนตินให้เขาทำภาค 3 ออกมาเสียที

นิตยสาร Variety ได้โอกาสถามถึงความเป็นไปได้ขณะที่เควนตินให้สัมภาษณ์สื่อตอนทัวร์โปรโมทหนัง The Hateful Eight “ผมไม่เคยให้สัญญานะว่าจะทำภาคต่อ แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจหรอกถ้า เดอะไบรด์ จะกลับมาปรากฎตัวอีกรอบ ผมก็เคยเกริ่น ๆ กับอูมาร์ เธอร์แมน ไว้แล้วบ้าง เพราะผมมีเรื่องที่เขียนไว้แล้วแต่ยังไม่ได้เอามาทำเป็นหนัง ซึ่งน่าจะหยิบมาใช้ได้ 13 ปีให้หลังจากนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้างนะ บีทริกซ์ ที่ปลีกตัวไปใช้ชีวิตสงบจะเป็นยังไงบ้าง ไอเดียพวกนี้ มันดึงดูดผมแบบไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย Kill Bill นับเป็นงานที่เพ้อฝันที่สุดของผมแล้ว ผมได้สร้างโลกที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมา และมันมีความเป็นตะวันออกมาก หลังจาก Kill Bill งานเขียนผมก็ออกไปทางแนววรรณกรรมมากขึ้น” หลังจากนี้ เควนติน ก็ยังเปรยเพิ่มเติมว่า ช่วงนี้ขอปล่อยให้ บีทริกซ์ ใช้ชีวิตสงบสุขกับลูกสาวเธอไปอีกสักระยะก่อน เพราะเรื่องที่เขาเขียนจะเล่าเรื่องตามช่วงเวลาจริงที่หนังเว้นว่างไป ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับแฟนหนัง ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เราอาจจะได้ดูภาคต่อกัน

ก็เริ่มคาดเดากันจากแฟนหนังว่า มีฉากที่อาจจะหยิบมาเล่าต่อได้คือ ฉากที่บีทริกซ์ สังหาร เวอนิต้า กรีน ต่อหน้า นิคกี้ ลูกสาวของเธอ บีทริกซ์ก็ได้บอกนิคกี้ว่า “ถ้าอยากจะแก้แค้นให้แม่เธอ ชั้นก็จะรออยู่นะ”

ถึงตอนนี้ เควนติน ก็ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า หนังเรื่องต่อไปของเขาคืออะไร เขาอาจจะพอแล้วกับหนังคาวบอยย้อนยุคที่ทำติดต่อกันมา 2 เรื่อง แล้วหันมาเขียน Kill Bill 3 ก็อาจเป็นไปได้

 

ข้อควรรู้

1. Kill Bill: Vol. 1 (2003) ทำรายได้จากทั่วโลกราว 180 ล้านเหรียญ
2. ผู้กำกับ เควนติน ทารันติโน (Quentin Tarantino) คิดในใจว่าจะให้นักแสดงสาว อูมา เธอร์แมน (Uma Thurman) มารับบทนี้ จึงเลื่อนการโปรดักชั่นภาพยนตร์ออกไป เพราะนักแสดงหลักอย่าง อูมา เธอร์แมน ในเวลานั้นกำลังตั้งครรภ์อยู่
3. ชุดสีเหลืองที่ อูมา เธอร์แมน ใส่เป็นชุดที่คล้ายกันกับชุดของ บรูซ ลี ที่ใส่ในภาพยนตร์เรื่องสุดท้าย Game of Death (1978)
4. ค่าใช้จ่ายราว 60,000 เหรียญโดยประมาณ ถูกใช้ในการทำดาบและของตกแต่งที่ใช้กับดาบ
5. ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นที่เป็นแบ็กกราวนด์ของโปสเตอร์ เป็นตัวอักษรคาตาคานะอ่านว่า ki ru bi ru ซึ่งมีอ่านทับศัพท์ว่า Kill Bill หรือเปล่าว่า ฆ่าบิล นั่นเอง


6. ใช้เวลาถึง 6 ปี ในการเขียนสคริปต์ทั้งหมดของภาพยนตร์มีความยาว 220 หน้ากระดาษ ก่อนที่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน และใช้เวลาเพียง 8 สัปดาห์ในการถ่ายทำ
7. ผู้กำกับ เควนติน ทารันติโน เป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง Batoru rowaiaru (2000) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Battle Royale เขาจึงได้แคสนักแสดงสาว จิอากิ คุริยามะ (Chiaki Kuriyama) ผู้รับบทเป็น ทากาโกะ จิงุสะ ในภาพยนตร์เรื่อง Batoru rowaiaru (2000) เพื่อมารับบทเป็น โกโกะ ยูบาริ ในภาพยนตร์เรื่องนี้
8. ความจริงแล้ว โกโกะ ยูบาริ ไม่ใช่ชื่อคนญี่ปุ่นจริง ๆ โดย โกโกะ นั้นมาจากคำว่า GoGoGo จากอนิเมเรื่องดังของญี่ปุ่น Speed Racer ที่ผู้กำกับ เควนติน ทารันติโน ชื่นชอบสมัยเป็นเด็ก ส่วน ยูบาริ นั้นเป็นชื่อเมืองเล็ก ๆ ใน ฮอกไกโด ทางเหนือของญี่ปุ่น เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเรื่องภาพยนตร์และเมลอน เควนติน ทารันติโน เคยไปเที่ยวที่เมืองนี้ในการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Resevoir Dogs (1992) ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติยูบาริ
9. ชินอิจิ ชิบะ (Shin’ichi Chiba) เป็นผู้สร้างดาบคาตานะในโลกแห่งความเป็นจริงอยู่แล้ว ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้เขารับบทเป็น ฮัตโตริ ฮันโซ ผู้มีชื่อเสียงในการสร้างดาบคาตานะ และเป็นผู้ที่ดื่มเลือดสาบานว่าตนจะไม่สร้างอุปกรณ์แห่งความตายขึ้นมาอีก
10. อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ระหว่างถ่ายทำ เมื่อ จิอากิ คุริยามะ ที่รับบทเป็น โกโกะ ยูบาริ กำลังถ่ายทำฉากที่ตัวเองขว้างลูกตุ้มที่มีโซ่คล้องใส่ศัตรูนั้น ดันขว้างไปโดนหัวผู้กำกับเข้าอย่างจังระหว่างที่เขาอยู่ใกล้กับกล้อง

 

ที่มา : Horrorclub.net, outaouais-guide, iizitem, beartai.com, movie.mthai.com, reviewburi.com

เรียบเรียง : Sayongsquare.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!