เรื่องผีPantip : “บ้านพักบนภูเขา” ประสบการณ์สยองของวัยรุ่นม.6 ที่ต้องสังเวยด้วยชีวิตเพื่อน

 

จากเรื่อง : เรื่องเล่าสยองขวัญ บ้านพักบนภูเขา (ประสบการณ์จริงครับ)
เรื่องเล่าจาก : เรื่องเล่าสยองขวัญ พันทิป
เล่าโดย : สมาชิกหมายเลข 2280124

 

ขอเกริ่นก่อนเลยนะครับ ผมเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้เลย เพราะผมเป็นเด็กสาย วิทย์-คณิตครับ จากที่เรียนมา โลกก็เกิดจาก การรวมตัวของ แก๊สต่างๆ และหลอมรวมกัน และเย็นลง แล้วก็เกิดสิ่งมีชีวิตต่างๆขึ้นมา มันไม่มีหรอกวิญญาณ คนเราตายไปก็แค่หายไป ไม่มีความคิด โลกก็ดำเนินต่อไป แต่เพราะคนเรากลัวที่จะคิดแบบนี้ เลยตั้งขึ้นว่า ต้องไปเกิดใหม่ ก็จริงครับลองมาคิดๆดูมันก็เหมือนไปเกิดใหม่จริงๆ เพราะเราก็เริ่มมาจากไม่มีความคิดอะไรเลย โตมาเรื่อยๆจนเก็บเกียวความคิดได้มาก และก็ตายไปความคิด สิ่งที่เรียนมาต่างๆ ก็หายไป และก็มีเด็กเกิดมาใหม่ ก็เหมือนเริ่มต้นใหม่ไปเรื่อยๆ… นี่คือความคิดของผมก่อนจะมาเจอเรื่องนี้ครับ เริ่มเรื่องเลยนะครับ ตอนนั้นผมเรียนชั้น มัธยม6ครับ กำลังคึกคะนองเลย แล้วก็จะเรียนจบแลว เพราะเทอม2 ก็เลยนัดกันจะไปเที่ยวครับ ไปกันเฉพาะกลุ่มพวกผม รวมแล้วได้ทั้งหมด 6คน รวมผมแล้วนะ งั้นขอมาแนะนำเพื่อนๆก่อนเลยครับ(ขอแทนเป็นอักษรหน้าชื่อ)

1. ชื่อเอฟ เป็นเพื่อนที่สนิทสุดของผมเลยครับ ไปไหนไปกัน มีเรื่องไม่ทิ้งเพื่อน นิสัยจะออก เอาแต่ใจตัวเองหน่อยครับ
2. ชื่อวี นิสัย ก็เอาแต่ใจตัวเองครับ แต่ติ๋มๆ ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับใคร จะเงียบๆ แต่พอรู้จักจริงๆ ไม่เงียบนะครับ
3. ชื่อเอส เป็น เพื่อนที่ร่าเริ่ง นิสัยดี แบ่งปัน ชอบเข้าสังคมครับ
4. ชื่อโอ เป็นเพื่อนที่ เกเร ห้าวๆ หัวร้อน ไม่ฟังใคร เอาแต่ใจสุดๆ ชอบมีเรื่อง โดดเรียนตลอด(หัวโจ๊กครับ)
5. ชื่อที เป็นคนที่นิสัยดีที่สุดครับ เฟรนลี่ นิสัยดี ตลก ไม่เคยโกรธเพื่อน และแบ่งปัน
6. ผมเองครับ ผมจะนิสัยคล้ายที แต่ผมโกรธเพื่อนเป็น งอลเป็น แต่ผมยิ้มเก่งกว่า ^^

เรื่มนะครับ คือเราก็คิดกันว่า จะไปไหนกันดี เพราะมีแค่6คนเอง เพราะอีกหลายคน ติดสอบสัมภาษณ์มหาลัยกันนะครับ แต่ก็คิดว่าคนน้อยคงจะสนุกดีนะ ไปกันง่ายๆ อะไรแบบนี้ วีก็เสนอว่า ไปเชียงใหม่ เชียงรายกัน ขับรถไปกันเอง 6 คน เบียดหน่อย แต่ก็เรียบง่าย โดยเจ้าของรถคือ โอครับ โอก็โอเค ตกลง

 

แล้วพอถึงวันไป โอก็ขับรถมารับทีละคนครับ พอครบ เราก็ไปกัน โดยคนขับคือโอ นั่งข้างโอ คือผม และที่เหลือ4คนนั่งหลังครับ ระหว่างไป เพื่อนข้างหลังหลับกันหมดแล้ว เหลือผมกับโอ

 

โอก็ชวนผมคุยว่า เนี้ยเมื่อตอนเช้าที่ขับรถจะมารับพวกอ่ะ กูไปเจอยายแก่ๆมาตรงหน้าวัด ใส่ชุดสีขาวเหมือนเป็นแม่ชี ชี้หน้ามาหากู แล้วทำหน้าเศร้าๆ กูเห็นแว๊บแรก กูหันไปดูรถ พอหันมาอีกทีเขาหายไปแล้ว พอผมฟัง ด้วยความที่ผมไม่เชื่อ ผมก็เลยบอกว่าไม่มีเรื่องอื่นคุยหรอ ก็รู้ว่ากูไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ โอก็เลย บอกกูพูดความจริง กูสาบานได้เลยเห็นจริงๆ ไม่เชื่อก็เเล้วแต่ พอโอพดจบ โอก็ทำหน้าเศร้าๆ ที่เพื่อนไม่ยอมเชื่อเขา ผมก็คิดว่ามันเล่นๆ ก็ไม่ได้ง้ออะไร ก็นั่งตอบไลน์ไปปกติครับ ก็นั่งรถไปครับ

 

จนถึงจังหวัดลำพูน ก็มืดแล้ว เราก็ไม่ได้ไปช่วงเทศกาลนะครับ ก็ไม่ได้จองที่พักไว้ กะจะไปหากันเองครับ เราก็เลยขับไปจนถึงจังหวัดเชียงใหม่ครับ ก็หาโรแรมถูกๆกัน เพราะกะจะเก็บตังค์ไปลง เหล้าเบียร์ ไรงี้ครับ ก็เลยหากัน

 

อยู่ๆผมก็ไปเห็นป้าย สีขาวเก่าๆ เขียนว่าที่พักสวย บรรยากาศธรรมชาติ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเล็กๆครับ ผมก็บอกโอ โอมันก็เหมือนมองหาป้าย เหมือนมันจะไม่เห็นป้ายที่ผมเห็นครับ แต่มันก็เลี้ยวเข้ามา ซอยมืดมากครับ ไม่มีไฟ เป็นซอยเล็กๆ ตรงไป ข้างทางซ้ายขวา เห็นแต่ป่าสูงครับ เหมือนต้นอ้อย ตรงหน้านี่เห็นเป็นภูเขา หลายลูกเลยครับ

 

พวกข้างหลังก็ถามว่าเจอที่พักแล้วหรอ ผมก็บอกใช่ลองเข้าไปดูกันก่อน มันก็ตื่นเต้นครับเพราะบรรยากาศนี่ธรรมชาติมากครับมีแต่เขาป่า คงเป็นบ้านที่วิวสวยๆและ ห่างไกลผู้คนเสียงดังได้ไรงี้ครับ พวกผมก็ดีใจเพราะ กะจะไปดูด(เนื้อ)กันด้วยครับ จะได้ไม่มีกลิ่นติด และห่างไกลผู้คน แต่ยิ่งตรงเข้าไปมันยิ่งลึกมากครับ เหมือนทางขับรถจะหายไป เป็นหญ้าขึ้นมาแล้วครับ แต่ด้วยความที่พวกผมคิดแบบนั้นไม่ได้กลัวอะไร เพราะบ้านพักธรรมชาติ ก็เลยขับต่อไป แต่ก็ไม่มีป้าย ไม่มีทางแยก เป็นทางตรงอย่างเดียว มองกลับไปข้างหลังนี่มืดมาก ไม่มีไฟอะไรเลยมีแต่ไฟรถ แต่เราก็ตรงไปเพราะมันถอย มันต้องถอยยาวครับ กลับรถไม่ได้ แล้วเราก็เข้ามา 3-4โลแล้ว แต่ก็ยังไม่เจออะไร เหมือนครับเข้าป่าเข้านา แบบนี้เลยครับ

 

จนหลุดออกมาจากดงนั้นประมาณ4-5โลได้ ก็เห็นมีต้นไม้สูงๆ เพียบเลยครับ เเละอยู่ตีนเขาเลย ก็เห็นบ้านพักไม้ เปิดไฟอยู่ ก็เลยลงรถไปถาม เขาก็บอกว่าที่พักจะอยู่ห่างกันเป้นบ้านพักต้องเดินขึ้นเขาไปหน่อย (มีบ้านพักแค่2หลังครับ แต่บ้านพักใหญ่และสวยมาก) ผมก็ถามราคา เขาก็บอกว่า คืนละ 4500บาท ซึ่งเินงบที่พวกผมตั้งไว้มาก แต่เข้ามาไกลแล้ว ก็เลยเอาครับ เขาบอกบ้านพักอีกหลัง มีลูกค้าเเล้ว ดีนะที่เหลือหลังเดียวพอดี เราโชคดีที่มาทันพอดี พวกผมก็หัวเราะครับ แล้วก็เอากุญแจ จ่ายตังค์แล้ว เดินขึ้นไปบ้านพักครับ

 

ขณะที่เดินขึ้นบ้านพักครับ ก็เป็นทางชันมาก แต่บรรยากาศนี่ สำหรับคนรักธรรมชาติเลยครับ ขณะเดินขึ้นเวลาประมาณ 5 ทุ่มเเล้วครับ ระหว่างทางจะมี ศาลเก่าๆพังแล้ว เป็นซากทิ้งข้างทางยอะมากครับ ตลอดทางเลย แต่ที่น่าแปลที่สุดก็คือพวกผมเห็นศาลๆหนึ่ง ตั้งใต้ต้นไม้ใหญ่สุด แลเป็นศาลเดียวที่ ไม่พังแต่ศาลเก่ามากครับ มองไปในศาลจะเห็นเป็น รูปปั้นผู้ชายเหมือนฤาษีครับ พวกผมก็ยกมือไหว้ทุกคน ยกเว้น ไอ้โอครับ มันก็บอกว่า ยกมือกันทำไม มันก็แค่ศาลพังแล้วเก่าๆ

 

พวกผมก็เดินต่อไป ขึ้นไปสูงมากครับ เหมือนเดินวน ทั้งๆที่เจ้าของบอกว่าขึ้นไปโลเดียว พวกผมก็คิดว่าหลงเปล่าก็มาตามทางนี่หว่า ก็เดินต่อไป แต่ที่พีคสุดๆเลยครับ คือผมเดินขึ้นไปเรื่อยๆแต่มันนมาที่เดิมครับ ที่ศาลที่ผมบอก พวกผมนี่แบบ เห้ย ศาลแม่งคล้ายอันที่แล้วเลยวะ แต่ผมว่าไม่คล้ายครับมันใช่เลย ทั้งตั้งใต้ต้นไม้ มันเหมือนมากครับ ยังกะในหนังผีที่เคยดู พวกผมก็เดินต่อไป แต่ครั้งนี้ เอาซองขนมทิ้งไว้ข้างหน้าศาลครับ แล้วก็ตามในหนังเลยครับ วนมาที่เดิมเลยครับซองขนมก็ยังอยู่ ทั้งๆที่เดินขึ้นไม่ได้เลี้ยวเลยนะครับ ผมก็อึ้งมาก แล้วหมอกนี่ลงจัดมากครับ บรรยากาศเริ่มเงียบ ทั้งๆที่ขาขึ้นมีเสียง แมลงต่างๆนาๆ แต่ตอนนี้เงียบมากครับ มีเพียงแสงจากกล้อง iphone ที่แบตจะหมดกันหลายเครื่อง พร้อมความเงียบและหนาวครับ

 

บรรยากาศมันเย็นและเงียบเหมือนโลกมันหยุดในมิติหนึ่งเลยครับ ขนเริ่มลุก มันหนาวแบบแซบซ่านจริงๆนะครับ คนอ่านอาจจะไม่เช่อ แต่พวกผมกล้ายืนยันทุกคนเลยครับว่า รู้สึกแบบนี้จริงๆ ต่อนะครับ พวกผมก็ส่องไฟไปที่ศาลครับ เชื่อไหมครับ ปรากฏว่า ไอ้รูปปั้นฤาษีที่ผมเห็น หายไปแล้วครับ เหลือแต่เครื่องเซ่นที่วางในศาล

 

พวกผมก็ตกใจมาก แล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรเลยครับ เพราะมันเป้นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ถึงกับพูดไม่ออก ขณะที่ทุกคนอยู่ในอาการตกใจ ก็มีเจ้าของคนเดิม ถือตะเกียงขึ้นมา แล้วก็บอกว่า เอ้าหนุ่มๆ ยังไม่ขึ้นไปอีกหรอ เนี้ยจะถึงเเล้ว เดี๋ยวป้านำไปให้ แล้วป้าเจ้าของก็เดินนำไปครับ

 

ขอบอกลักษณะป้าแกก่อนครับ เป็นป้าแก่ๆ เคี้ยวหมากปากแดงๆ ผมสีขาวฟูๆครับ แกแต่งตัวเหมือนคนสมัยก่อน คือใส่เสื้อเหมือนเสื้อกล้ามอ่ะครับแล้วมันเรียกว่าอะไรจำไม่ได้ แล้วใส่ผ้าถุง แกก็เดินถือตะเกียงนำไป เชื่อไหมครับ บ้านพัก เดินจากศาลไป ประมาณ20ก้าว ก็ถึงแล้วครับ ทั้งๆที่พวกผมไม่เห็นสักหลัง แถมเดินวน3รอบ บ้านหลังใหญ่มาก และสวยมากครับ เป็นบ้านไม้ ที่เปิดหน้าต่างออกไป พบกับความงามธรรมชาติมากครับ พวกผมก็โอ้โห 4500 ยังถูกไปนะเนี้ย แล้วก็หันไปอีกที เห็นป้าแกยืนหน้าบ้าน และก็บอกว่า เที่ยวให้สนุกนะหนุ่มๆ และเดินจากไป

 

พวกผมพอได้ที่พัก ทั้งความเหนื่อยแลเวลาประมาณตี1กว่าๆแล้วก็เลย ปล่อยตัวเลยครับ เฮฮา ใครเอากีรืต้ามาก็ไปนั่งเล่นชายระเบียง ซึ่งสนุกมากครับ แต่ละคน มีความสุขมาก ในเวลานั้น โดยเอฟ จะไปนั่งคอลไลน์กับแฟนครับ วีก็จะนั่งเงียบๆ นั่งยิ้มเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อย เอสจะเล่นคีบอร์ดครับ ส่วนทีนั่งดูดเนื้อสบายใจ และผมก็ นั่งเล่นกีร์ต้าอยู่ที่ระเบียง แล้วโอละ? ทุกคนเริ่มหาโอแล้วครับ ว่าโอไปไหนทั้งๆที่ เดินเข้ามาพร้อมกัน ทุกคนก็เริ่มวางจากกิจกรรมแต่ละคนละเดินหาโอ

 

ขณะนั้นโอก็เดินเข้ามาพอดี พร้อมของในมือครับ ก็เป้นแก้วใบเล็กๆ และหน้ายิ้มมาเลยครับ เดินมาไม่พูดอะไร และไปที่กระเป่าหยิบกระดาษแผ่นหนึ่ง แล้วพูดว่า เห้ยเล่นผีถ้วยแก้วกัน ดึกแล้วน่าสนุกนะ พวกผมก็น่าสนใจก็ไปเล่นกันทุกคนเลยครับ แต่ถ้วยที่โอเอามา มันคล้ายๆถ้วยนํ้าชาที่อยุ่ในศาลนั้นเลย พวกผมก็ถาม โอก้บอกใช่ดิ มันได้มีวิญญาณจริงๆไง พวกผมก็หัวเราะครับ แล้วก็เริ่มเล่นกัน เอานิ้วชี้ไปวางทุกคน แล้วกล่าวตามโอ แต่ต้องจุดธุปแล้วเอาควันเข้าไปใต้แก้วก่อนนะครับ ผมเห็นโอมันทำ แล้วก็เริ่มเล่นครับ โดยพลัดกันถาม โอนั้นเริ่มถามก่อน โอก็ถามว่า วิญญาณนี้มีไส้กรอกหรือมีขอบชีส 55555 ดุตลกมากครับแต่คำที่แก้วพาไปทำให้คำไม่ออกครับ โดยแก้วเริ่มเลื่อน พวกผมก็บอกว่าเปล่านะกูไม่ได้ดัน ไม่มีใครดันเลยครับ ทุกคนปล่อยมือตามสบาย แต่แก้วมันเลื่อนไปเหมือนมีอะไรในแก้วจริงๆครับ โดยไปที่คำว่า…

 

-ต-า-ย ..ครับ!!

 

โอก็บอกไอสัส ใครแกล้งวะโอหันหน้าทำหน้าดมโหใส่เพื่อน แต่ขณะนั้น แก้วก็เลื่อนไปเองครับ กู-เ-อ-ง โอก็หัวเราะครับ แล้วบอกว่า ไอ้เหี้ย ถ้าใครเลื่อนอีกนะกูจะตบแม่งให้! แก้วก็เลื่อนไปว่า ต-า-ย แล้วก็เหมือนแก้วนิ่งไปเลยครับเหมือนเป็นแก้วปกติผมรู้สึกได้เลย แล้วโอก็เอาแก้วไปปาลงหน้าต่างทิ้งครับแล้วก็บอก ไอห่ามีแต่คนแกล้งจะไปหนุกอะไรวะ และก็ แยกย้ายกันไปอาบนํ้านอนกันครับ ในบ้านนี่เป้นบ้านไม้นะครับห้องนํ้า ก็ทำด้วยไม้เลยครับ โดยโอไปอาบคนแรกครับ พวกผมก้นั่งหาไรทำตามปกติ แล้วอยู่ๆโอก็ร้องโวยวายว่า

 

“ไอ้เหี้ยเอ้ย ใครเล่นไรวะ” พวกผมก็เดินไปดู

 

พวกผมก็รีบวิ่งไปดู พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากประตูห้องนํ้า พวกผมตกใจมากและพังประตูเข้าอย่างแรง พบกับสภาพของโอที่นอนสลบอยู่ แล้วไม่พบเลือดที่เห็นตะกี้เลยแม้แต่หยดเดียวครับ

 

พอโอฟื้นขึ้นโอก็เล่าว่า ตอนอาบนํ้าอยู่กำลังสระผมก็มีมือมาช่วยสระผม ตอนแรกก็คิดว่าเพื่อน ก็ด่า เพราะแชมพูเข้าตาแล้วหลับตาอยู่ แต่มือนั้นเย็นและดูดๆมาก เหมือน มันไม่ใช่มือคน มันมีแรงดึงดูดบางอย่างแล้วพอโอล้างหน้าเสร้จ หันไปก็พบกับผู้หญิงแก่ๆคนหนึ่งกำลังเอามือมาที่หน้า โอจึงตกใจและถอยหลังลื่นท้อยทอยโขกกับ ที่ล้างมือ แล้วสลบไป แต่โอไม่เชื่อคิดว่าตาฝาดแน่ๆ แล้วยังมาด่าเพื่อนอีกว่าใครแกล้ง

 

เเล้วก็ถึงเวลาเข้านอนแล้ว พวกผมก็แยกกันไปนอนโดยบ้านพัก เป็นห้องกว้าง ชั้นเดียว มีเตียง3เตียง โดยนอน2คนต่อ1เตียง โดย โอนอนกับผมครับ ตอนนอนก้ปกติไม่มีอะไรเดินขึ้น เวลาประมาณตี3กว่าๆ บรรยากาศก็เข้าสู่ความอีกครั้ง เหมือนตอนขาขึ้นเขามาเลยครับ เงียบสงบ ไม่มีเสียงแม้แต่ แมลงสักตัว หน้าต่างเริ่มมีลมพัดแรงขึ้น สัมผัสได้จากผ้าม่าน ขณะที่ผมนอนคิดเรื่อยเปื่อย โอก็มาสกิดไหล่ผม พร้อมบอกว่า ไปเดินเล่นชมวิวข้างนอกกัน เพราะข้างนอกมีม้านั่ง และชิงช้า ตามบ้านผักธรรมชาติครับ ผมก็ นอนไม่หลับ เลยออกไปกับโอ

 

ขณะเปิดประตูออกไป พวกผม2คน ก็พบกับลมที่เย็นระเยือก ที่ไม่ใช่ลมจากอากาศธรรมดา มันเป็นลมที่หนาวเข้ากระดูก และน่าขนลุก พวกผมก็เดินออกมา แล้วไปที่ชิงช้า มันมืดมากครับ มีแต่แสงดวงจันทร์ที่ส่องให้เห้นทาง พอผมไปถึง ก็เห้นผญคนหนึ่ง ท่าทางเป้นวัยรุ่นอายุราวๆ20กว่าๆ ก็นั่งที่ชิงช้า พวกผมก็คิดว่า เป็น คนของบ้านพักอีกหลัง ก็จะไปทำความรู้จักตามประสาชายหญิงครับ พอผมเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาก็หันหน้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกไปถึงเกือบหู เป้นใบหน้าที่ดูแปลกมาก แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะ ก็เหมือนคนทั่วไปแค่ยิ้มกว้างมากๆๆๆ แล้วผมก็ถามว่าดึกแล้วไม่ไปนอนหรอครับ มาทำอะไรคเดียวตรงนี้

 

ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ตอบอะไร พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูแปลกนั้น เขาก็ยิ้มอยู่ยังงั้น ตลอดเวลา พวกผมก็ได้แต่จ้องหน้าเขา เขาก็ยิ้มให้พวกผม เวลามันเหมือนนานมาก ทำอะไรไม่ถูกเลย เพราะมันเริ่มแปลกๆ เหมือนตรงหน้า ไม่ใช่คนปกติทั่วไป แล้วภาพที่เป็นผญ ก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้ๆ ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนผมเห้นได้ชัด เขาก็เดินมาพร้อมรอยยิ้มที่ไม่หุบ แล้วพอใกล้มาก ภาพที่เห้น เริ่มสั่นๆ เหมือนเป้นหนัง3มิติ ที่ภาพมันสื่อๆ เหมือนทีวีเสีย ตอนนั้น พวกผมรู้เเล้วว่า เขาไม่ใช่คนทั่วไปแน่นอน แล้วพอเขาเดินมาถึงพวกผม เขาก็เดินไปหาโอ แล้วพูดโดยทั้งที่ยิ้มว่า จะต้องไปอยู่กับพวกกู แล้วหัวเราะ แบบ ฮิๆๆๆๆๆๆ ฮิๆๆๆๆๆๆ ฮิๆๆๆๆๆๆๆ ไม่หยุด เสียงของเขา เหมือนไม่ใช่เสียงคนพูด เป็นเสียงที่วนเวียนอยู่ในหู เหมือนเสียงของหูหัง แล้วเขาก็ยืนขำทั้งที่ยิ้มไม่หยุด พร้อมเอามือจะไปจับโอ แล้วโอก็ถอยแล้ววิ่ง พอโอวิ่ง ผมก็เลยวิ่งตาม โดยไม่หันไปมอง แล้ววิ่งจนสุดชีวิต เข้าไปบ้านพักหลังเดิม

 

พอถึงห้องพัก ผมและโอรีบวิ่งขึ้นเตียงแล้วห่ม้า พร้อมนอนคิดว่า เมื่อกี้มันคืออะไร มันเกิดอะไรขึ้นมา มันใช่หลักวิทยาศาสตร์อะไรอธิบายได้ไหม มันเกิดอะไรขึ้น คำถามเหล่านี้ยังวนอยู่ในหัวผม จนผมกลั้นใจหลับไปจนเช้า โดยที่ไม่รู้ตัวเลย ว่าโอหายไปไหน เพื่อนๆก็ถามผมว่าเห็นโอไหม เพราะไม่เห้นมันแต่เช้าแล้ว ผมก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนเจออะไรมา พร้อมบอกว่า โอก็วิ่งมานอนพร้มกัน ล๊อคประตูแล้วไง ทุกคนก็งง พร้อมบอกผมว่า เมื่อคืน ไม่ได้นอนกับไอโอซะหน่อย กูเห็นนอนคนเดียว ทั้งคืนนะ ตั้งแต่ไอโอสลบแล้วช่วยมันขึ้นมานอน มันก็เดินไปข้างนอก บอกจะไปทำธุระ แล้วหลอกพวกกูป่ะเนี้ย เพราะไอ้โอมันไม่ได้อยู่ในห้องตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

 

ผมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ แล้วงงมากขึ้น เมื่อได้ยินเพื่อนบอกแบบนี้ สรุปโอไปไหนละ? แล้วเมื่อคืน เราไม่ได้นอนกับโอหรอ หรือเพื่อนแกล้งเล่น แต่ที่เจอเมื่อคืน มันใช่ความฝันเปล่าวะ ขณะที่ผมคิดอยู่ ทีก็ตะโกนว่า เห้ยพวกมาดูนี่ดิ พวกผมก็วิ่งไปดู สิ่งที่เห้นอยู่ตรงหน้าคือ ระเบียงที่ มีแต่หญ้ารกๆ จากภูเขาสวยงาม มีแต่หญ่าที่รก แล้วพอสังเกตุบ้านดีๆ มันไม่ใช่บ้านที่เมื่อคืนเรามานอน แต่เป็นบ้านไม้เก่าๆ ที่มียักไย่ขึ้นเต้มไปหมด จากความสวยงามที่เมื่อคืนเห็น ก็ไม่มีความสวยหลงเหลืออยู่เเม้แต่นิด พอออกมานอกบ้าน พบว่า ทางเดินมันไม่มี แล้วมีแต่ป่าแต่หญ้าทั้งนั้น แล้วบ้านที่พัก เป็นเหมือนบ้านร้างเก่าๆ

 

พอเดินไปข้างหน้าที่เป็นชิงช้า พบว่าเป็นหลุมฟังศพเต็มไปหมด แล้วมีแต่ซากศาลเก่าๆ ขยะ และสิ่งที่ทิ้งเต้มไปหมด พวกผม อึ้งและงง อาการบอกไม่ถูก ไม่มีใครพูดอะไรออก พร้อมเดินไปพร้อมกับความงง พวกผมจึงไปเก็บของ พร้อมจะออกจากที่นี่โดยเร้วที่สุด พอเก็บของเสร็จ แล้วเดินออกมานอกบ้าน ทีก็บอกว่า แล้วไอ้โอละ พวกผมก็เลยคิดขึ้นได้ว่า เออใช่ โอละ แล้วของๆโอก้ไม่มีอยู่ในห้อง พวกผมเลยคิดว่ามันอาจกลับไปแล้วหรือเปล่า แต่สิ่งที่เจอสิ่งที่เห้น พวกผมทุกคนรู้ดีว่า โดนหลอกเข้าเต็มๆแล้ว เพราะเมื่อคืนมันไม่ใช่แบบนี้แน่นอน เตียงที่วกผมนอน เป้นเตียงที่นุ่มและสบาย แต่ตอนเช้า มันเ็นแค่เตียงเก่าๆ แทบจะพัง บ้านนี่เป็นบ้านร้างชัดๆ

 

จากที่บ้านสวยๆ กลายเป้นบ้านที่ร้าง เหม็นอัพและสกปรกมาก ไม่รู้ว่าพวกผมอยู่กันได้ยังไงเมื่อคืน พวกผมก็เดินมา คือหญ่าสูงมากครับ อยู่กลางเขาเลยครับ ทั้งๆที่ตอนแรก ป้าเขาบอก1โล ละที่ผมบอกว่าเดินวน 3 รอบมาที่ศาลอันนี้คือไม่ได้วนครับเป็นระยะทางจริงที่เดินขึ้นมา ไกลมาเลยครับ และมีบ้านพักหลังเดียวครับ อีกหลังมีแต่ซากแล้วครับ พวกผมก็เดินแหวกหญ้าสูงๆลงมา ระยะทางเท่ากับที่เดินไปขาขึ้นเลยครับ ทางเดินยากลพบากมากครับ เหนื่อยหนักมาก และหญ้าสูงมาก เดินหลงได้เลยครับ ไม่มีแม้แต่ทางเดิน มีแต่หญ้าทั้งนั้นเลยครับ พวกผมก็ท่อกันลงมาจน ตีนเขา เดินหลง ไปมานานมากครับ

 

กว่าจะมาถึงตีนเขาได้ก็ใช้เวลาประมาณ 3-4ชมเลยทีเดียว พอถึงตีนเขา ก็เห็นบ้านร้างเก่าๆของป้าเจ้าของที่ขามาก็เป็นบ้านที่สวยงามแต่ตอนนี้ เป็นบ้านเก่าๆไฟพังหมดแล้วครับ พวกผมก็เดินไปหาป้าครับ พอเปิดปะตูไป อื้อหือกลิ่นนี่เหม็นเน่ามากครับตลบอบอวนไปหมด กลิ่นอัพกลิ่นอะไร เพื่อนผมถึงกับอาเจียนกันหลายคนเลยครับ พอเดินเข้าไป ก็จะมีเก้าอี้ของป้าเข้าของร้านอยู่เอาไว้ให้ลูกค้ามาติดต่ออ่ะครับ พอจะนึกภาพออกกันไหม เก้าอี้หันหลังให้พวกผมอยู่ครับ เพราะผมเข้าทางข้างประตูหลัง เดินไปที่เก้าอี้ครับ พระเจ้าช่วย!!!!! พบโครงกระดูกสภาพสมบูรณ์นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ครับ สภาะกระดูกมีเนื้อติด นิดๆ และบนกระโหลกพอเห็นเป็นเส้นผมขาวๆ ส่วนเสื้อผ้าก็ชุดเดียวกับป้าคนเมื่อคืนเลยครับ ในมือนี่กำสร้อยคอเอาไว้ครับ พวกผมก็ไม่มีใครกล้าไปแกะดูเลย (ตอนนี้เรายังไม่เจอโอนะครับ)

 

พวกผมพบโครงกระดูกป้า ก็ได้แต่ยืนมองพร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่า พวกผมคิดว่าควรแจ้งตำรวจแล้วครับ ก็เลยเดินออกมาคุยกันว่า เอาไงดี จะเดินหาโอก่อนไหม หรือโทรเรียกตำรวจมาช่วยหาดี แล้วที่เจอเมื่อคนมันคืออะไร ตอนนั้นไม่มีใครคิดอะไรออก มีแต่เอสที่พ่อเป็นตำรวจ ก็บอกว่าถ้าคนหายไม่ถึง24ชม ตำรวจเขาไมรับแจ้งนะ พวกผมก็ เห้นด้วยว่า ควรเดินหาโอกันดีกว่า ก็เลยเดินหากันทั่วเลยครับ แยกกันหา เดินกลับไปที่บ้านร้างอีกก็ ไม่พบ ไม่มีศาลที่อยู้ใต้ต้นไม้เลยครับ มีแต่หญ้าทั้งนั้น แต่มีต้นไม้ใหญ่ ต้นหนึ่ง ที่ใต้ต้นไม้มีเปลือกขนมที่พวกผมทิ้งไว้อยู่ แต่ไม่พบศาลที่ตั้งไว้ใต้ต้นไม้เลยครับ

 

พวกผมก็เดินหาต่อจน 5โมงเย็น ข้าวก็ไม่ได้กินเลย แต่ละคนเริ่มหมดแรงกันครับ ก็เลยลงมา นั่งข้างล่างกันก่อน แล้วนับเวลาว่าครบ24 ชม ที่ต้องโทรแจ้งตำรวจยัง โอหายไปประมาณ 4-5ทุ่ม งั้นก็ต้องรอเวลา4-5ทุ่มของวันนี้ ก็นั่งตรงหน้าบ้านร้างของป้าเจ้าของครับ นั่งไปเวลาประมาณ3ทุ่ม มืดมากครับ พวกผมก็จำทางกันได้แล้ว พอตั้งสติได้ เลิกเล่นจากโทรศัพท์ก็หันไปอีกทีครับ โป๊ะเช้ะเลยครับ ยังกับหนังผีเลย บ้านร้างนั้นเป็นบ้านเดิมที่เห็นตอนเมื่อคืนครับ เป้นบ้านสวยเปิดไฟ พวกผมก็คิดไว้แล้วว่าอาจเกิดขึ้น ผมก็เลยหยิบ โทรศัพท์จะมาถ่ายรูปบ้านครับ เพื่อพิสูจน์ว่ามันคืออะไรกันแน่ พอผมถ่ายรูปครับ

 

 จากตอนที่กรานต์หยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปบ้านนะครับ(ขอแทนชื่อจริงเลยนะครับเพื่อไม่ให้พิมพ์ยาก) รูปที่ถ่ายมานั้นเป็นบ้านร้างที่เห็นในตอนกลางวันครับ(รูปทั้งหมดลบหมดแล้วนะครับเพราะอะไรเดี่ยวฟังตอนจบนะ) แล้วพวกผมก็เดินขึ้นไปต่อกัน เพื่อหาโอให้เจอครับ ครั้งนี้ทางเป็นเหมือนเดิมเลยครับ เหมือนเมื่อคืนที่เดินขึ้นไปเลย พวกผมก็เดินไปครั้งนี้พวกผมไม่เห็นศาลแล้วครับ แต่เป็นระยะทางจริงๆจากตอนแรกที่เดินขึ้นไปครับ

 

***** ขออณุญาติย้อนกลับไปเล่าฉากหนึ่งก่อนนะครับอันนี้กรานต์ลืมเล่าครับ จากตอนที่กรานต์และโอวิ่งหนีผญ ที่ยิ้มเข้ามาในบ้านผมซึ่งนอนติดริมหน้าต่าง ผมนอนกับเฟิร์สนะครับ ก็หันไปมองเห็นกรานต์วิ่งเข้ามาคนเดียว ทั้งๆที่กรานต์ยืนยันว่าวิ่งมาพร้อมโอ พอผมเห็นกรานต์วิ่งมาคลุ่มโปรง ผมก็ไม่สนใจอะไรก็เลยพลิกตัวไปทางหน้าต่างครับ จังหวะนั้นกำลังหรี่ตาลง ก็เห็นเต็มๆเลยครับ เป็นผู้หญิงตัวขาวๆ ใส่ชุดเอี้ยม หน้านี่ยิ้มครับ ถามว่ายิ้มถึงไหนก็ยิ้มกว้างมากครับ แต่ยิ้มไม่เห็นฟันนะครับ เกือบถึงใบหู กำลังนั่งห้อยขาแกว่งขาเล่น แล้วหัวเราะว่า ฮิๆๆๆๆๆๆ ฮิๆๆๆๆๆ ฮิๆๆๆๆๆๆ แล้วมองมาที่ผมครับ พอผมเห็นผมแบบตอนนั้น หน้าร้อนมากครับ นํ้าตานี่คลอออกมาเลย แล้วแบบตอนนั้น มันเหมือนตัวแข็งไปหมดครับ(เยี่ยวราด) ผมก็เลยหันหน้ามาอีกด้านละคลุมโปงไปครับ  ซึ่งผู้หญิงคนนั้นตอนเช้ามากรานต์เล่าให้ฟังตรงกันเป๊ะเลยครับทั้งเสื่อผ้าหน้าผม ผมหน้าม้า

 

***** กลับมาต่อนะครับ พวกผมก็เดินขึ้นไปหาโอครับ เดินจนสุดเห็นต้นไม้ใหญ้ๆแล้วเห็นศาลๆนั้นครับ พวกผมก็เห็นเหมือนมีคนนอนอยู่ตรงข้างๆศาลครับ ใช่ครับ!!!!! คือโอนั้นเอง พวกผมก็วิ่งเข้าไปดูครับ ตอนดูใกล้ๆนี่ตัวซีดมากครับ คือรู้เลยว่า โอเสียเเล้ว ไม่มีใครกล้าเข้าไปจับเลยครับ ทั้งๆที่เพื่อนรักกันนะครับ สภาพศพคือ คอหักครับ สภาพเหมือนคนตกจากที่สูงครับ เเขนขาจะบิดเบี้ยว และคอจะเอียง แต่ที่แปลกที่สุดครับ ในปากของโอ อมถ้วยไว้ครับ ถามว่าถ้วยอะไร พวกผมมองแล้วรู้เลยครับ คือถ้วยที่เล่นผีถ้วยแก้วที่โอปาลงหน้าต่างไปครับ จำได้เลย ลายเดียวกันเป๊ะ พวกผมทุกคนงงมากครับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนั้นพวกผมได้แต่ ร้องไห้ครับ ว่ามันอะไรวะ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ เรากะมาสนุกๆ ไมเพื่อนต้องเสียด้วย ทุกคนต่างทำอะไรไม่ถูกครับได้แต่นั่งกอดเค่าร้องไห้คิดอะไรไม่ออกครับ ก็นั่งกันอย่างนั้น

 

จนมีเสียงเสียงหนึ่งครับ ที่ทำให้พวกผมวิ่งกันสุดชีวิตและ เยี่ยวราดกันทุกคน ก็คือ เสียงของป้าเจ้าของครับ เดินมาแล้วพูดว่า พวกหนู ยังไม่ถึงห้องพักอีกหรอ มาๆ ตามป้ามา เท่านั้นหล่ะครับ พวกผมหันไปมอง พอเห็นว่าเป้นฟ้าคนเดิน ใส่ชุดเดิน ทำท่าเดิม ก็หันหลังวิ่งลงเขามาครับ จนมาสุดตีนเขา ก็จะเป้นบ้านของป้าแก เชื่อไหมครับ มีคนนั่งอยู่ในบ้านป้าแกครับ แล้วไม่ใช่ใครครับ ก็เป้นแกนี่หล่ะ ที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ที่พบกระดูกครับ พวกผมไม่มีใครกล้าเข้าไปดูครับ ได้แต่เดินเลาะๆมา แล้วโทรแจ้งตำรวจครับ บอกว่าพบศพ และเพือนเสียแล้ว ครับ แต่ไม่มีใครบอกทางได้เลยครับ เพราะคนขับมาคือโอ แล้วพวกผมหลับกันหมด ยกเว้นกรานต์ กรานต์ก็พยายามบอกตำรวจอยู่ครับแต่ก็ ไม่รู้ทางก็เลยเปิด GPS ครับแล้วบอกทางตำรวจ ตำรวจก็เดินทางมาครับ แต่ว่ามันไม่ง่ายแบบนั้นครับ เพราะว่าเขา หาเราไม่เจอครับ เขาหาป้ายสีขาวๆที่ กรานต์บอกไม่พบครับ

 

พวกผมก็บอกว่าเดี๋ยวให้รอแถวนั้นก่อนครับ เดี๋ยวพวกผมขับรถออกไปครับ พอพวกผมขึ้นมาบนรถครับ เวลาตอนนั้นประมาณ เที่ยงคืนกว่าๆ โดย ผมเป็นคนขับ กรานต์นั่งหน้า และเฟิร์ส เติ้ล วิว นั่งหลังครับ ระหว่างที่ขับออกไป ผมก็มองกระจกหลังครับ สิ่งที่ผมเห็นและไม่กล้าเล่าให้ใครฟังก็คือ ผมเห็นโอ เอาตัวไถกับพื้นคลานตามมา แล้วหน้าตาดูร้องไห้อยู่ครับ ผมก็เลยหยุดรถละบอกเห้ย เพื่อนก็ถามว่าเป็นอะไร ผมก็เปิดประตูลงไปดู ก็ไม่มีอะไรครับ ก็เลยดินขึ้นมาขับต่อ จังหวะที่ปิดประตูแล้ว คาดเข็มขัดครับ ตาผมก็เหลือบไปเห็น เห็นโอครับนั่งอยู่ในรถ และนั่งข้างๆ เฟิร์สครับ สายตาของโอเหมือนโมโห และโกรธพวกผม พอผมหันไปดูก็ไม่พบใครครับ ผมเลยบอกให้เฟิร์สขยับมานั่งอย่าให้มีที่ว่างเดี๋ยวผมมองกระจกหลังไม่เห็นครับ

 

แล้วผมก็ขับมาต่อครับ ระยะทางเท่ากับระยะที่เข้ามาเลยครับ ซึ่งไกลมาก น็ามันก็ใกล้จะหมดแล้วครับ ทางนี่ขรุขระมาก ต้องค่อยๆขับช้าๆครับ ข้างทางนี่มืดหมด ผมซึ่งเป็นคนขับก็ขับลำบากมากครับ จนหลุดออกมาจากซอยนั้นครับ ก็เป็นถนนเปลี่ยนอีก ก็ขับวน เปิดgps ก็แล้ว หลงกัน จนออกมาถนนใหญ่ได้ครับ เวลาประมาณ ตี2 แล้วครับ ก็ไปพบพี่ตำรวจ พี่ก็ถามว่านี่ยังไง ให้นำทางไป ผมก็ ขับพาตำรวจวนครับ และหาทางเข้าไม่เจอครับ ทั้งๆที่ขับออกมาก็ หลงครับ แล้วงงทางมากครับ GPS ก็งงครับ พี่เขาก็บอกว่าถ้าน้องจะมาแกล้งพี่เล่นแบบนี้ อย่าเลยครับ ผมก็บอกว่าเรื่องจริงครับ พี่เขาก็บอกงั้นเดี่ยวพี่มาใหม่ตอนเช้าละกัน ผมก็ตกลงครับ แล้วก็ขอเบอร์พี่เขาไว้ส่วนตัว

 

พวกผมก็ไปจอดกันข้างถนนครับ มีไฟอยู่ ก็กะจะนอนพักครับ แต่นอนไม่หลับครับเพราะเพิ่งเสียเพื่อนไป ก็ได้แต่ร้องไห้ แล้วก็ด่ากันไปด่ากันมาครับ เถียงกันไป แล้วก็เอาเรื่องมาประติบประต่อกันของแต่ละคน จนสรุปได้ครับว่า โอเสียไปตั้งแต่ตอนที่ ป้าเจ้าของบ้าน พากเดินขึ้นไปข้างบน แล้วโอหายไปตอนนั้น ตอนนั้นเราอยู่หน้าศาล คาดว่าโอน่าจะไปทำอะไรกับศาล สักอย่างหรือเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครรู้ครับ แล้วที่โอ เดินเข้ามาถือแก้วมาช่วนเล่นผีถ้วยแก้ว ตอนนั้นพวกผมคิดแล้วครับว่า ไม่ใช่โอที่เป้นคนแน่นอน เพราะลักษณะท่าทางของโอ ดูแปลกแล้ว ตอนที่เล่นผีถ้วยแก้ว นิ้วของโอก็เย็นเฉียบครับ คาดว่าโอคงไม่รู้ตัวว่าตัวเองเสียไปแล้ว แล้วตอนที่กรานต์นอนกับโอ มีแต่กรานต์ที่เห็นโอคนเดียวนะครับ พวกผมยืนยันได้ว่า ผมเห็นโอเดินออกไปนานแล้วตั้งแต่เล่นผีถวยแก้วเสร็จ ส่วนกรานต์นั้นนอนคนเดียวแน่นอนครับ

 

เรื่องราวก็ประมาณนี้ละครับ เดี๋ยวจะมาเพิ่มเติมให้ฟัง เรื่องเล็กๆน้อยๆนะครับ และความจริงของบ้านพักนี้กันนะครับ พวกผมได้ถ่ายรูปเก็บไว้หมดนะครับ แต่ว่าหลังงานศพโอ ทางคุณแม่ของโอ พอได้รู้เรื่องราวทั้งหมด จึงขอให้พวกผมลบรูป เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้หมดครับ และโพสต่างๆ พร้อมปิดเฟสบุ๊ค ของโอ เรียบร้อยแล้วครับ เพราะโอไปสบายแล้วครับ

 

*****ตอนเช้าครับ ทางตำรวจได้ หาทางเข้าเจอ และพบศพของโอ และโครงกระดูก ต่างๆ จึงเก็บ มาทำพิธีต่อไปครับ แล้วก็เรื่องนี้ ได้ออกหนังสือพิมพ์ ซึ่งจำวันที่ไม่ได้แล้วครับ คือตายแปลกครับ เพราะอมถ้วยไว้ และทางตำรวจก็ได้ สำรวจไป พบว่าในบ้านพักที่พวกผมพักนั้น ใต้เตรียง พบศพชายแก่ ซึ่งเป็นกระดูกไปแล้วครับ ก็ไปสืบสวนกันต่อไป แล้วทำพิธีทางศาสนาต่างๆครับ

 

*****ขากลับ พวกผมก็ลองแวะไปถามๆ ดูครับก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย จนที่ร้านอาหารเล็กๆ ครับไม่ไกลจากที่นั่นมาก ก็ถามคนขาย คนขายก็บอกว่าเคยได้ยินอยู่ เดี๋ยวเรียกให้ปู่ทวดมาเล่าให้ฟังครับ ปู่นี่แก่มากครับ ก็เล่าว่า เมื่อก่อน บ้านหลังนั้นเคยเป็นบ้านเศรษฐีที่รวยมาก แล้วปลูกบ้านไว้สวยมาก แต่แต่งงานแล้ว แต่แกแอบมาปลูกบ้านที่นี้และมีเมียน้อย บ้านพักอีกหลังก็คือบ้านของเมียน้อยแกครับ (คาดว่าจะเป็นผญ ยิ้ม)

 

ส่วนตอนแรกบ้านข้างล่างยังไม่มี มีบ้านแค่2หลัง พอเมียหลวงจับได้ก็เเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครรู้ครับ ต่อมา ที่ตรงนั้นก็ เป็นของป้าแก่ๆ กับลูกสาวอีกคน ลูกสาวทำงานอยู่ในกรุงเทพ เลยทำบ้าน2หลังนั้นเป็นบ้านพัก แล้วให้ป้าซึ่งไม่รู้เป้นอะไรกัน เฝ้าไว้อยู่ ต่อมามีวัยรุ่นมาพัก ก็เกิดเหตุไฟไหมบ้านของเมียน้อย ไม่มีใครพบวัยรุ่นเลย แม้แต่ศพ แล้วก็ไม่ีมีใครพบศพของเมียน้อยหรือลุงเศรษฐีเลย ซึ่งงแปลกมาก แล้วศาลตรงนั้นเจ้าที่แรงมากๆครับ แล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องอะไรเลย จนผ่านมาถึงพวกผมนี้แหละครับ <<<<<ส่วนกระเป๋าของโอที่หายไปครับ ประมาณ30วันต่อมาก็มีคนไปพบอยู่แถวๆภูเขาครับ เหมือนจะเป็นคนไปเก็บของป่าขายเก็บมาได้ ในกระเป๋าพบไม่มีของๆโอเลยเสื้อผ้าไม่มีเลยครับ มีแต่ ฤาษีที่อยู่ในศาลที่หายไปครับ

 

>>>> ฝากแชร์ให้คนที่อยากอ่านด้วยครับ อ่านจบละมาเล่าให้ฟังด้วยนะน่ากลัวมั้ย (เรื่องมีต่อนะแต่ขอตัดจบครับเพราะมีพวกไม่เชื่อแล้วลบหลู่เพื่อนผม ทำให้ผมไม่อยากเล่าต่อ)

 

Loading...
Loading...

One thought on “เรื่องผีPantip : “บ้านพักบนภูเขา” ประสบการณ์สยองของวัยรุ่นม.6 ที่ต้องสังเวยด้วยชีวิตเพื่อน

  • February 26, 2018 at 3:30 am
    Permalink

    เรื่องเล่าทุเรศมาก
    ตอนแรกบอกว่า ตัวเองและเพื่อนชื่อโอ เดินออกไปชมวิว ตอนกลางคืน เพราะโอชวน
    แล้วเจอ ผู้หญิง ซึ่งน่าจะเป็นคนของบ้านพักอีกหลัง

    แต่พออ่านมาเรื่อยๆ
    ดันบอกว่า คนที่ออกไป คือเพื่อนที่ชื่อ กานต์ ตัวคนเล่านอนอยู่ในห้อง

    แล้วก็ช่วงก่อนไปเที่ยว ที่บอกว่า เพื่อนชื่อโอ เล่าว่ามีคนแก่มายืนชี้หน้า
    แล้วตัวเพื่อนที่ชื่อโอ หันไปดูรถ หันกลับมา ยายแก่ หายไป (หันไปทำไม?)
    เขาชี้หน้า ไม่ได้ชี้รถ

    จะแต่งเรื่องทั้งที แต่งให้มันสมจริงหน่อย
    ทุเรศ แต่งแบบนี้ อย่าเลยดีกว่า

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *