ตำนานวินเชสเตอร์ “คฤหาสน์พันล้าน” 160ห้องที่มีไว้ขังผี บ้านที่ไม่มีใครกล้าจอดรถขวางประตู!!

 

จากเรื่อง : เรื่องจริงของบ้านหลอน The Winchester House, “คฤหาสน์พันล้าน” ที่ไม่ได้สร้างให้คน แต่สร้างให้ “ผี”
เรื่องเล่าจาก : เรื่องเล่าสยองขวัญ พันทิป
เล่าโดย : สมาชิกพันทิป vicky_aha, ทามามะจัง

 

จะเป็นอย่างไรถ้าบ้านของเรากลายเป็นที่สิงสู่ของวิญญาณที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้น ทางเดียวที่จะหยุดพวกมันได้ก็คือการก่อสร้างห้องใหม่ ๆ ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีพัก เพื่อทำให้พวกมันพอใจ และเพื่อปกป้องตัวเองและคนในครอบครัว แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว แต่นี่คือสิ่งที่ ซาราห์ วินเชสเตอร์ เจ้าของคฤหาสน์วินเชสเตอร์ทำมาตลอด 36 ปี จากความสูญเสียสามีและลูกไป ทำให้เธอเริ่มที่จะสื่อสารกับวิญญาณ และนั่นทำให้เธอได้รับรู้ว่าวิญญาณได้เดินทางมาที่บ้านหลังนี้ด้วยความแค้น ความแค้นที่พวกเขาตายจากอาวุธปืนไรเฟิลที่ผลิตโดยบริษัท Winchester ของเธอ

 

 

Winchester เป็นภาพยนตร์ที่สร้างโดยมีเค้าโครงมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยเริ่มเล่าเรื่องราวของหมอไพร์ซ จิตแพทย์ผู้ถูกจ้างให้มาประมาณอาการทางจิตของ ซาราห์ วินเชสเตอร์ เจ้าของบริษัทผู้ผลิตปืนรายใหญ่ที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคมของอเมริกาที่ยึดดินแดนมาจากชาวอินเดียแดง โดยหุ้นส่วนในบริษัทไม่มั่นใจว่าเธอจะสามารถดูแลธุรกิจทั้งหมดได้อีกต่อไป นั่นทำให้หมอไพรซ์ต้องเดินทางไปยัง คฤหาสน์วินเชสเตอร์ เพื่อกับกับซาราห์ ที่นั่นเขาได้พบกับบ้านที่ไม่เคยหยุดก่อสร้าง ความลึกลับและความสยองขวัญซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังนี้โดยที่เขาไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นเรื่องจริงหรืออาการหลอนไปเอง

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีวัตถุดิบในการเล่าเรื่องที่ดีมาก ทั้งตัวนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง เฮเลน มิร์เรน และตำนานคฤหาสน์ผีสิงที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่ง เมื่อถูกนำมาผูกโยงกับเรื่องราวแล้ว แม้ว่าจะมีประเด็นหลายประเด็นที่ต้องการเล่าจนทำให้ทิศทางของหนังเป๋ไปบ้าง แต่ตัวคฤหาสน์ Winchester คือพระเอกของเรื่องอย่างแท้จริง ทั้งบรรยากาศสุดอึดครึม ความหลอน ความลุ้นล้วนออกมาจากตัวบ้านทั้งสิ้น ประกอบกับเสียงดนตรีจังหวะ Jump Scare ก็ชวนให้เราสะดุ้งได้หลายฉาก

 

 

ประเด็นหนึ่งที่หนังอาจจะตั้งใจสื่อออกมา และเข้ากับประเด็นร้อนแรงที่เป็นปัญหาเรื้อรังในสหรัฐอเมริกาก็คือ ปัญหาเรื่องการครอบครองอาวุธปืน ที่ชวนให้เราตั้งคำถามว่าอาวุธที่มีอาณุภาพคร่าชีวิตของผู้คนโดยไม่เลือกชนชั้น ไม่เลือกฐานะ ไม่เลือกหน้าตา มันสามารถปลิดชีพได้ทุกชีวิตนี้ มีคุณประโยชน์หรือมีโทษมากกว่ากัน แล้วการครอบครองอยู่อยู่ในมือของผู้ที่เราไม่สามารถล่วงรู้เจตนาของเขาได้จะนำไปสู่ปัญหาอะไรบ้าง

 

บ้าน Winchester House (ต่อไปจะย่อเหลือ WHนะครับ) เป็น 1 ในบ้านที่ได้รับการโหวตให้เป็นบ้านที่น่ากลัวและลึกลับพิศวงที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา  ขอเปิดกระทู้ด้วยการนำภาพอาณาบริเวณของบ้านที่กินพื้นที่กว่า 160 เอเคอร์ เป็นการประเดิมครับ

เมื่อ 120 ปีที่แล้วหรือ คศ 1884 ม่ายสาวนาม Sarah Winchester เจ้าของกองมรดกกว่า20ล้านเหรียญสหรัฐและผู้ถือหุ้น49%ของบริษัทผลิตปืนไรเฟิ้ล(คิดดูครับ 20ล้านเหรียญเมื่อ120ปีที่แล้วน่ะมหาศาลแค่ไหนแถมยุคนั้นอเมริกามี Civil War ทำให้รัฐบาลต้องซื้อปืนไรเฟิลจากบริษัทสามีเธอแถมยังได้อภิสิทธิ์ไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐด้วย)

เธอกำลังเสาะแสวงหาทำเลบ้านหลังใหม่หลังจากการตายของลูกสาวคนเดียวของเธอหลังจากคลอดได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น  ช่วงเวลาดังกล่าทำให้เธอเสียสติและใช้เวลาบำบัดนานถึง 10ปีจึงจะกลับมาปกติอีกครั้ง  หลังจากเธอหายดีได้ไม่นาน สามีผู้เป็นทายาทคนเดียวของบริษัทผลิตปืนไรเฟิ้ลก็เสียชีวิตลงอีกและทิ้งเธอไว้ให้อยู่กับมรดกก้อนโตกว่า 800ล้านบาท (ใช้เรต 1$ = 40บาทซึ่งความจริงมันมากกว่านี้แน่นอน) และกำไรจากบริษัทที่เธอจะได้เฉลี่ยอีก”วันละ” 400,000 บาท

 

ที่เกริ่นไว้ว่าเธอกำลังหาบ้านใหม่นั้นเนื่องจากภายหลังการตายของบุคคล 2 คนที่เธอรักคือสามีและลูกนั้น เธอกระวนกระวายใจ จนเมื่อวันหนึ่งเพื่อนของเธอแนะนำให้เธอลองสื่อสารกับวิญญาณของสามีและลูกเธอดูผ่านทางร่างทรง

ร่างทรงบอกเธอว่าเขาสามารถติดต่อกับวิญญาณของสามีเธอได้ และสามีเธอเตือนเธอว่าการตายของเขาและลูก เกิดจากวิญญาณของผู้ที่ถูกยิงตายด้วยปืนไรเฟิลที่บริษัทพวกเขาผลิตนั้นเอง วิญญาณเหล่านั้นจะตามล่ารังควานและพรากชีวิตคนที่เธอรักไปทีละคน และคนถัดไปคือ ตัวของ Sarah เอง

นี่คือไรเฟิลที่ว่าครับ บริษัทของพวกเขาสร้างให้รัฐบาลอเมริกา
ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ภายในตัวบ้านนั้นเอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ rifle winchester
ร่างทรงแนะนำว่าเพื่อแสดงความเคารพต่อวิญญาณผู้ตายเหล่านั้นเธอจะต้องย้ายบ้านไปอยู่ทางทิศตะวันตก และจงสร้างบ้านอย่างไม่วันหยุดสิ้น วันใดที่เธอสร้างบ้านเสร็จวันนั้นจะเป็นวันตายของเธอเองด้วย

ซาร่าเดินทางมายังแคลิฟอร์เนียและติดต่อซื้อที่ดินจากคุณหมอท่านหนึ่งเป็นอาณาบริเวณทั้งสิ้น 160 เอเคอร์และเธอได้จ้างชาวบ้านละแวกนั้นมาเป็น ช่างไม้ ช่างทาสี ช่างทั่วไปสารพัด และที่สำคัญการสร้างบ้านนั้นจะต้องดำเนินไปทั้งสิ้น 24 hours a day, 7 days a week. หรือพูดง่ายๆว่าการก่อสร้างจะต้องดำเนินไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ด้วยเม็ดเงินมหาศาลที่เธอมี โครงการสร้างอัครมหาคฤหาสดำเนินไปวันแล้ววันเล่า กว่า36ปีเต็มที่เสียงตอกตะปูไม่เคยหยุดเงียบในบริเวณบ้าน จากตึกหลังที่1 ขยายไปสู่หลังที่2 3 4 5อย่างไม่มีวันสิ้นสุด

http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A3170387/A3170387-4.jpg

ที่จุดสูงสุดของบ้าน WH นั้นสูงถึง 7 ชั้น(บ้านคนคนเดียวอยู่กะหลานสาวและคนรับใช้) เริ่มแรกจากห้องทั้งสิ้น 26 ห้องขยายไปสู่

160ห้อง เป็นห้องนอนเสีย40ห้อง ลิฟท์3ตัว เตาผิง 47ชิ้น ห้องครัว 5 ห้อง บันไดที่นับขั้นได้ไม่ถ้วน ปล่องไฟ และโถงรับแสงอีกเป็นสิบๆโถง
อาถรรพ์เริมเกิดขึ้นเมื่อปี 1906 เนื่องด้วยเกิดแผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่รู้จักกันในนาม the great San Francisco Earthquake. บ้าน WH 3ชั้นบนถล่มลงมาจนสิ้น

เหตุการณ์นี้ทำให้ซาร่าคิดว่าเป็นเพราะพเหล่าวิญญาณไม่พอใจเพราะบ้าน WH สร้างจนไม่รู้จะสร้างอะไรเพิ่มแล้ว และเหมือนกับเหล่าวิญญาณร้ายจะส่งสัญญาณที่จะมาเอาชีวิตของเธอไป

มีเรื่องเล่ากันว่า ซาร่านั้นนอนหลับในห้องที่ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละคืนและคืนที่แผ่นดินไหวนั้นเธอหลับอยู่ในห้อง Daisy Room ซึ่งในคืนดังกล่าวเธอติดอยู่ในซากปรักหักพังของห้องจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด และบรรดาสาวใช้ต่างใช้เวลานานมาก(เดี๋ยวจะเล่าว่าทำไมนาน)ที่จะหาตัวซาร่า ดังนั้นในที่สุดซาร่าจึงตัดสินใจที่จะนอนอยู่ในห้องห้องเดียวถาวรเผื่อง่ายต่อการหาตัวเธอหากเกิดเหตุใดๆขึ้นอีก

ห้องนอนของซาร่าที่เธอใช้ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

เรื่องราวจริงในบ้าน Winchester

1. Winchester คือตระกูลมหาเศรษฐีในยุค Cilvil War ถามว่าทำไมถึงรวยขนาดนี้ ? เพราะตระกูลนี้ผลิตปืนไรเฟิล และแน่นอนว่าได้เป็นเจ้าใหญ่ที่ขายให้กับเหล่าทหารรบในศึก Cilvil War นั่นเอง (มีคนขนานนามว่าตระกูลนี้ก็คงพอๆ กับโทนี่ สตาร์ค ในยุคนี้เลยก็ว่าได้)

2. จุดเริ่มต้นของความหลอนเกิดขึ้นตั้งแต่ลูกสาวของมหาเศรษฐีอายุได้เพียง 6 เดือน ก็เสียชีวิตลงอย่างกระทันหันแบบไร้สาเหตุ

3. หลังจากเสียลูกสาวไป ซาร่า วินเชสเตอร์ ภรรยาของมหาเศรษฐีตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้าและป่วยทางจิต เธอต้องเข้าบำบัดมากถึง 10 ปี จึงสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติแบบคนทั่วไปได้

4. หลังจากที่ซาร่ากลับมาใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ไม่นาน สามีของเธอ มหาเศรษฐีวินเชสเตอร์ก็เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันโดยไร้สาเหตุ ทิ้งไว้เพียงมรดก 20ล้านเหรียญสหรัฐกับหุ้นส่วนของบริษัทเอาไว้(คาดว่าน่าจะ45%เช่นเดียวกับสามีของเธอ)

5. เพื่อนๆ เกรงว่าซาร่าจะกลับไปป่วยอีกครั้งจึงแนะนำให้เธอติดต่อกับคนทรง เพื่อหาวิธีสื่อสารกับวิญญาณลูกสาวและสามีเพื่อคลายความโศกเศร้า

6. ในที่สุดคนทรงก็สามารถสื่อสารกับวิญญาณสามีของเธอได้ ซึ่งสามีของเธอนั้นได้บอกความจริงเกี่ยวกับสาเหตุการตายที่ไร้สาเหตุ ของทั้งตัวเองและลูกสาวว่าล้วนมาจากแรงสาปแช่ง แรงอาฆาตแค้น ของเหล่าวิญญาณและผู้สูญเสียจากปืนกล Winchester

7. คนทรงได้แนะนำให้ซาร่ารีบย้ายไปอยู่ทิศตะวันตก และสร้างบ้านให้กับเหล่าวิญญาณเหล่านั้นเพื่อเป็นการไว้อาลัย โดยมีกฎที่ว่าเธอต้องสร้างบ้านหลังนี้ไปตลอดชีวิต  ซึ่งหากไม่ทำตามซาร่าอาจจะเป็นรายต่อไปที่ต้องจบชีวิตลงอย่างไร้สาเหตุ

8. ซาร่าได้ย้ายไปอยู่แคลิฟอเนียร์และติดต่อซื้อที่กับคุณหมอท่านหนึ่ง โดยได้พื้นที่ทั่งหมด 160 เอเคอร์ หรือ 404 ไร่ โดยประมาณ

9. ไม่รอช้า ซาร่า วินเชสเตอร์ จ้างวานเหล่าชาวบ้านแถวนั้นให้มาช่วยเนรมิตสร้างบ้านให้กับเธอทันที

10. คนงานทำงานกันทั้งหมด 24 ชั่วโมง 7 วันอย่างไม่มีวันหยุด

11. ผู้อาศัยในบ้านที่แท้จริงมีเพียงซาร่า หลาน และคนรับใช้เท่านั้น นอกนั้นเป็นคนงานก่อสร้างที่เข้าๆ ออกๆ ทั้งหมด

12. จาก 26 ห้องถูกสร้างเป็น 160 ห้อง ; 70 ห้องนอน 3 ลิฟต์ขนส่ง 47 เตาผิง 5 ห้องครัว ปล่องไฟ-โถงรับแสงอีกเป็นสิบ และบันไดรูปร่างแปลกๆ อีกนับไม่ถ้วน

13. เกิดแผ่นดินไหวในปี 1906 ทำให้ชั้น 3 ชองบ้านพังจนราบทั้งชั้น (แต่ในส่วนอื่นยังอยู่ดี)

14. โดยปกติแล้วซาร่าจะเปลี่ยนห้องนอนไปเรื่อยๆ แต่ในวันที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว เธอหลับอยู่ที่ชั้น 3 และซากบ้านที่ถล่มลงมาทำให้เธอติดอยู่ในห้องนั้นจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ในที่สุดเหล่าสาวใช้ก็หาตัวเธอจนพบ หลังจากเหตุการณ์นี้เธอตัดสินใจนอนพักห้องประจำถาวร เพื่อหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้จะได้มีคนตามหาเธอเจอได้ง่าย

(ช่องหน้าต่างที่เชื่อมไปคือห้องนอนที่ซาร่าจบชีวิตลง)

15. ซาร่าสันนิษฐานว่าสาเหตุของการถล่มของบ้านนั้นคือแรงอาฆาตแค้นจากเหล่าวิญญาณที่ต้องการปลดลมหายใจของเธอ

16. ซาร่าตัดสินใจปิดโซนห้องที่อยู่บริเวณหน้าบ้านทั้งหมดกว่า 30 ห้องทิ้ง เพื่อให้วิญญาณรับรู้ว่าบ้านหลังนี้จะดำเนินการสร้างต่ออย่างไม่มีวันจบสิ้น

17. ในบ้านของเธอ อุปกรณ์ตกแต่งในแต่ละห้องส่วนมากจำนวนจะตกอยู่ที่ 13 ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ที่ปลูกซ้ายขวาหน้าบ้านฝั่งละ 13 ต้น แท่งตั้งสำหรับเทียน 13 เล่ม ตะขอแขวนผ้า 13 อัน  บานกระจกที่มีกรอบทั้งหมด 13 ส่วน : ซาร่าเชื่อว่าเลข 13 คือเลขดี ช่วยป้องกันเธอจากวิญญาณร้ายได้

18. มีประตู หน้าต่าง และบันไดจำนวนมากที่สร้างขึ้นแบบไร้เหตุผล คุณอาจจะเปิดประตูไปแล้วเจอกำแพง หรือเปิดไปแล้วทะลุไปอีกชั้นหนึ่ง หรือเปิดไปแล้วเป็นช่องว่างเปล่ามองเห็นพื้นด้านล่าง หรือหน้าหน้าต่างที่ไม่มีกระจก หรือบันไดที่นับขั้นได้ บันไดที่ต่อยอดไปถึงเพดานตัน :  ซาร่าได้อธิบายว่าเธอตั้งใจสร้างให้เป็นแบบนั้นเพื่อให้เหล่าวิญญาณสับสน

19. การสร้างบ้านหลังนี้ไม่มีการออกแบบล่วงหน้า ซาร่าจะเข้ามาที่ห้องนี้ทุกๆ วัน เพื่อให้วิญญาณแนะนำแนวทางในการสร้างต่อๆ ไปให้กับเธอ

20. อีกหนึ่งห้องที่แปลกคือห้องจัดเลี้ยงสำหรับผี ที่มีเปียโนและออร์แกนตั้งอยู่ : เกือบๆ ทุกวันซาร่ามักจะเข้ามาเล่นเครื่องดนตรีให้กับวิญญาณฟัง และเป็นที่ชื่นชอบสำหรับพวกเขาซะด้วย

21. ทุกๆ ประตูห้องน้ำในบ้านหลังนี้ต้องมีกระจกเป็นส่วนประกอบ

22. จากบันทึก ซาร่าเสียชีวิตลงอย่างสงบลงบนเตียงโปรดของเธอในวัย 83 ปี หลังจากที่ทุกคนในบ้านรู้ เหล่าคนงานต่างพากันหยุดมือ และเดินทางกลับบ้านของตัวเองโดยไม่หันหลังกลับมามองบ้านหลังนี้อีก

23. The Winchester House ถูกดำเนินการสร้างมาอย่างไม่ได้หยุดพักถึง 36 ปี

24. เหล่าญาติของซาร่าได้ตามหามรดก 20ล้านเหรียญ ที่เหลืออยู่ : ตู้เซฟลับ สิ่งเดียวที่ซาร่าทิ้งไว้ได้ถูกค้นพบ เหล่าญาติๆ คิดว่าเป็นเพชรแหวนเงินทองที่ซาร่ายังใช้ไม่หมด แต่เมื่อตู้เซฟเปิดออกพบเพียง มัดผม 1 ปอยของลูกสาวที่จากไป

25. มีการค้นพบห้องลับ อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่มีมูลค่ามหาศาลเป็นจำนวนมากในบ้านหลังนี้

26. ญาติๆ ของซาร่าไม่มีเงินมาเทคโอเว่อร์ จึงจำเป็นต้องขายให้กับกลุ่มนายทุน

27. นายทุนได้เปิดให้ The Winchester House เป็นสถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ ที่ต้องเสียตั๋วค่าเข้า

28. เหล่านักท่องเที่ยวต่างพบกับอาถรรพ์ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสียงฝีเท้าเดิน พบหญิงชราลึกลับที่แต่งตัวเหมือน ซาร่า วินเชสเตอร์ ถ่ายรูปติดวิญญาณ ฯลฯ ซึ่งทำให้ปัจจุบันบ้านหลังนี้ถูกขนานนามเป็น The Winchester Mystery House

29. ปัจจุบันบ้านหลังนี้ไม่ได้ถูกสร้างต่อ แต่ยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศได้ทุกวัน หยุดเพียงวันเดียวคือวันคริสมาสต์เท่านั้น

30. ถึงแม้จะมีข้อมูลบอกว่าบ้านหลังนี้มีทั้งหมด 160 ห้อง แต่ปัจจุบันจำนวนห้องนั้นยังไม่สามารถฟันธงได้แน่นอนว่ามี 160 ห้องจริงๆ เพราะทุกครั้งที่มีการเข้าไปนับจำนวนห้อง จำนวนนั้นไม่เท่ากันซะทุกครั้ง

31. ซาร่าวิน เชสเตอร์ ได้ใช้มรดกของวินเชสเตอร์20ล้านเหรียญสหรัฐ (หากเทียบกับปัจจุบัน มูลค่าอาจมากกว่าพันล้านด้วยซ้ำ) ไปกับการสร้างบ้าน The Winchester House ทั้งหมด เป็นบ้านที่ไม่ได้สร้างให้คนอยู่ แต่สร้างให้ “ผี” อยู่

 

เรื่องราวพิศดารของบ้าน

สิ่งแรกเลยคือหลังจากแผ่นดินไหวครั้งนั้น ซาราสั่งปิดห้องต่างๆในโซนหน้าบ้านทิ้งทั้ง 30 ห้องเพื่อที่จะทำให้แน่ใจว่าบ้านของเธอจะไม่มีวันสร้างเสร็จนั้นเอง

เรื่องประหลาดๆก็คือภายในบ้านนั้นจะพยายามทำให้เป็นเลข 13 ให้ได้มากที่สุดเช่น ต้นไม้ที่ปลูก2ทางเข้าบ้านนั้นมี 13ต้น เชิงเทียนที่ปกติเค้าออกแบบให้ใส่เทียนได้ 12เล่ม แต่ซาร่าสั่งทำใหม่ให้ใส่เทียนได้ 13 เล่ม ตู้เสื้อผ้าที่มีตะขอแขวนผ้าได้ 13 ชิ้นต่อตู้ บานกระจกที่มีแบ่งกรอบ กรอบละ13ส่วน

ภาพนี้เป็นบานหน้าต่างรับแสงที่เธอออกแบบให้เป็นรูปใยแมงมุม


หรืออันนี้ที่สำหรับคนไทยอาจจะแค่แปลก แต่ฝรั่งมองว่าเป็นสิ่งที่หลอนมากครับ มันคือบันไดที่ทอดไปสู่เพดานหรือ A stair that leads to nowhere. คุณคิดดูสิว่าคนเราจะสร้างบันไดที่ทอดไปสู่เพดานเพื่ออะไร???


100ทั้ง100 อาจมองเจ้าสิ่งนี้ว่าเป็นประตูแต่แท้ที่จริงแล้วมันคือหน้าต่างที่มองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากผนังของอีกห้อง

ตู้เสื้อผ้าที่มีตะขอให้แขวนได้ 13 อันเท่านั้น

ส่วนนี้คือบันไดประหลาดที่สุดในโลก เพราะแต่ละขั้นสูงเพียง 2 นิ้วเท่านั้น เธอสร้างมันไว้ทำไม? และห้องน้ำทุกห้องในคฤหาสจะมีประตูที่ทำจากแก้วเท่านั้น เหตุเพราะเธอเชื่อว่าวิญญาณนั้นกลัวภาพสะท้อนของตัวเองเธอจึงติดประตูกระจกเอาไว้

นี่คือตัวอย่างอ่างอาบน้ำของเธอ

เรื่องแปลกๆไม่หมดแค่นั้นเพราะซาร่าสั่งให้ช่างติดหน้าต่างไว้ที่พื้น ทำประตูที่เปิดไปแล้วไม่มีอะไรนอกจากกำแพงโล่ง ประตูที่เปิดแล้วมองเห็นห้องครัวชั้นล่าง ปล่องไฟที่ไม่มีปลายระบายควัน ประตูที่เปิดไปสู่ชั้นล่างแต่ไม่มีบันไดให้ลง ฯลฯ

เหล่านี้เกิดจากที่บ้านหลังนี้ไม่มีการออกแบบล่วงหน้า ทุกเช้าซาร่าจะมายังห้องนี้ ห้องที่เธอเชื่อว่า วิญญาณจะให้แนวทางในการสร้างบ้านของวันนี้และวันต่อๆไป

หลังคาของหมู่คฤหาสน์ จะสังเกตุเห็นหอคอย และที่สำคัญ skylight ซึ่งมีเยอะมากๆๆๆ บ้านคนไม่น่ามีหลังคาที่แสงทะลุเข้ามาได้เยอะขนาดนี้

ประตูในบ้านหลังนี้สมมุติว่าจากชั้นใต้ดินนั้นจะพาคุณไปสู่นู้นชั้น 4หรือ จากชั้น3 บันไดจะทอดไปชั้น1แทนที่จะเป็นชั้น 2 เป็นต้น ยังไม่นับประตูที่ผมเล่าไว้ข้างบนแล้วที่ว่า ประตูที่เปิดออกไปแล้วจะเจอกับห้องครัวชั้นล่าง คือถ้าก้าวออกไปก็ตกลงไปเลย หรือประตูที่เปิดไปแล้วเจอกำแพงเปล่าๆเป็นต้น

มันอาจฟังดูแล้วไร้เหตุผลในสายตาพวกเรา หากแต่ซาร่าสร้างประตูเหล่านี้ไว้ปั่นหัววิญญาณที่จะมาทำร้ายเธอให้งงเล่นนั่นเอง คราวนี้ฟังดูมีน้ำหนักขึ้นมั้ยครับสำหรับประตูแปลกๆเหล่านี้ มานับอัญมณีบนหน้าต่างบานนี้กันครับ ผลลัพธ์เท่ากับ 13

 

มาดูอีกหนึ่งความแปลก หน้าต่างซึ่งสร้างไว้แทนที่จะดูวิวนอกบ้าน กลับเอาไว้ดูวิวอีกห้องหนึ่ง (ห้องที่หน้าต่างเชื่อมไว้คือห้องนอนที่ซาร่าเสียชีวิตครับ)

อีกรูปที่สั่นประสาทผม   มันคือหน้าต่างที่ติดไว้บนพื้นแทนที่จะเป็นผนัง [ทำไว้ทำไม?]  และถ้าเปิดมันออกคุณจะตกไปสู่อ่างล้างจานของชั้นล่างครับ(ในภาพนี้พอดีมันเปิดอยู่พอดี)

 

ปัจจุบันนาฬิกาทุกเรือนในบ้านถูกตั้งเวลาไว้ที่ 1.13 เพื่ออะไร?

 

ขวามือของภาพ สังเกตุดีๆมันคือ Secret passage way

อีกเกร็ดหนึ่งที่อยากให้ทราบกันคือ เป็นเวลากว่า 120 ปีแล้วที่บ้านหลังนี้กำปริศนาที่ว่ามันมีห้องกี่ห้องกันแน่ เพราะทุกครั้งที่ปฎิบัติการนับห้องในบ้านเริ่มขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เคยเท่ากันเลยสักครั้ง และจำนวนที่กล่าวกันว่าบ้านนี้มี 160 ห้องนั้นเป็นเพียงตัวเลขอย่างสังเขปเท่านั้น

 

ห้องนี้ที่ฟันธงว่าไม่มีใครอยากมีในบ้านแน่ๆ เพราะมันคือ ห้องจัดเลี้ยงแก่ผีและวิญญาณ ซาร่านั้นโปรดปรานการเล่นเปียโนและออร์แกนมาก เธอมักจะมาเล่นออร์แกนในห้องนี้เพื่อให้ความเพลิดเพลินแก่บรรดาผีสางในบ้านของเธอ มีเรื่องเล่ากันว่าหลังจากซาร่าตายลงห้องที่มักได้รับการกล่าวขวัญถึงเสียงลึกลับห้องหนึ่งก็คือห้องนี้

ในราตรีกาลเสียงออร์แกรดังแผ่วแว่วมาแต่ไกล หากเพียงต้นกำเนิดแห่งเสียงนั้นคือออร์แกนที่ไม่มีใครบรรเลงนั่นเอง

 

จะประหลาดใจไหมหากจะเล่าว่าทุกๆห้องน้ำใน WH มีประตูทำมาจากกระจก

 

ประตูมรณะทอดยาวสู่สวนด้านล่าง แม้เพียงตกลงไปแล้วรับรองว่าผีแห่ง Winchester House เพิ่มขึ้นอีกตนแน่ๆ

 

ปิดฉากชีวิตของซาร่า

เมื่อเข้าสู่ปีที่ 83 แห่งชีวิตของเธอซาร่านอนตายอย่างสงบบนเตียงนอนที่เธอเลือกสรรด้วยเธอเอง    วินาทีที่ศพของนางถูกพบ  ช่างไม้  ช่างทาสีและช่างทั้งหลายถูกเลิกว่าจ้างทันที  เสียงตอกตะปูสุดท้ายที่ดังกึกก้องมานานกว่า 36ปีหยุดลงพร้อมกับจำนวนเงินมหาศาลกว่า 20 ล้านเหรียญที่ถูกใช้ไปจนเกลี้ยงกับอัครมหาคฤหาสน์แห่งนี้

ญาติๆของนางไม่เชื่อว่าเงินกว่า 20ล้านเหรียญจะถูกพลาญไปหมดไวเช่นนี้จึงร้องขอให้มีการต้นหาตู้เซฟลับซึ่งทุกคนคาดว่าจะเป็นที่เก็บ ทรัพย์มรดกและของมีค่าจำนวนมหาศาล   และแล้วเซฟถูกค้นพบจริง และสมบัติที่มีค่าที่สุดของซาร่าก็ถูกนำออกมา  หากแต่มันไม่ใช่ชุดรับประทานอาหารทองคำอย่างที่ทุกคนคิดมันคือ มัดผม1ปอยของลูกสาวที่มีชีวิตอยู่บนโลกวัยเพียง 6เดือนของเธอเท่านั้น

ห้องลับมากมายถูกค้นพบภายหลังพร้อมกับ  เครื่องประดับบ้านชุดใหญ่ที่ซาร่าสังซื้อและสั่งทำขึ้นเพื่อรองรับการสร้างบ้านอย่างไม่มีวันเสร็จของเธอ เช่น  บานประตูประดับอัญมณีโบราณจากต่างประเทศ  ชุดเครื่องประดับหินแกะสลัก   ของแต่งบ้าน  เฟอร์นิเจอร์ที่ยังไม่ถูกนำไปตกแต่ง  ฯลฯ

เมื่อเงินก้อนโตถูกใช้ไปจนหมด ญาติๆของนางไม่สามารถหาเงินมารองรับการดูแลรักษาอัครมหาคฤหาสน์แห่งนี้ได้ จึงขายต่อให้กลับกลุ่มนายทุนที่ตั้งใจจะซื้อบ้านหลังนี้ไว้เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและคอยเก็บเงิน visitors ที่มาชมบ้านหลังนี้

หากแต่ภายหลังการเปิดบ้านสู่สาธารณะชนได้ไม่นาน เสียงร่ำลือเกี่ยวกับอาถรรพ์ลึกลับในบ้านทวีขึ้นอย่างหาคำอธิบายไม่ได้

จากสิบสู่ร้อย จากร้อยสู่พัน เรื่องเล่าถึงเหตุการณ์ประหลาดถูกเล่าขานต่อๆกันไปจนบ้านแห่งนี้มีสมญานามใหม่ว่า The Winchester Mystery House และเปิดให้ทัวร์ลองของอย่างจริงจังขึ้นมา

บรรดาไกด์และคนดูแลบ้านต่างประสพกับเรื่องราวลี้ลับที่พวกเขาอธิลายไม่ได้ เช่น เมื่อกลางดึกของคืนหนึ่งระหว่างผู้ดูแลบ้านกำลังเดินปิดประตูห้องต่างๆอยู่นั้น เขาได้ยินเสียงคนเดินอยู่ชั้นบนของบ้าน แต่นั้นมันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะบ้านทั้งหลังมีเขาเพียงคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาชั้นบนได้

หรือไกด์คนหนึ่งระหว่างนำกลุ่มนักท่องเที่ยวชมบ้าน เขาพบกับหญิงชราร่างเล็กสวมชุดสไตล์วิคตอเรียน เมื่อการนำชมเสร็จแล้วเขาจึงเดินไปต่อว่าเพื่อนๆไกด์ด้วยกันเพราะเขาคิดว่าวันนี้มีการแต่งกายเลียนแบบ มิส ซาร่า แต่ไม่มีใครในกลุ่มไกด์บอกเขาล่วงหน้าเลย คำตอบที่เขาได้รับจากเพื่อนๆทำให้เขาถึงกับ งง ไปนานเพราะไกด์ทั้งหลายต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า บ้านหลังนี้ไม่เคยมีการให้หญิงชราไปนั่งแต่งกายเลียนแบบมิส ซาร่า เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ภาพถ่ายของบรรดานักท่องเที่ยวที่ถ่ายขณะอยู่ในบ้านมักเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ปรกติ กล่าวคือ แทบทุกภาพที่ถ่ายในบ้านหลังนี้จะถ่ายติดสิ่งผิดปกติมาเสมอ และรูปที่ผมโพสไว้ด้านบนบางรูปก็มีนะครับ เช่นรูปที่ 16 -17 เจ้าของรูป claim ว่ามีฟองอากาศเป็นจุดสีขาวเหมือนรอยด่างติดอยู่ในหลายๆรูปที่เขาถ่ายติด

รวมถึง ภาพส่งท้ายภาพนี้ซึ่งเป็นเงาลาง คล้ายกับสตรีตัวเล็กสวมชุดกระโปรงบานแบบสไตล์วิคตอเรียน กำลังเดินผ่านประตูไป ซึ่งตรงกับข้อเท็จจริงที่ว่า มิส ซาร่า เป็นสตรีร่างเล็กสูงเพียง 4ฟุต 10นิ้วเท่านั้น

ยังไงก็แล้วแต่ ตำนานบ้านหลอนนี้ก็ถูกวิพากย์วิจารณ์แตกเป็น 2 เสียง เสียงแรกก็เชื่อว่าอาถรรพ์วิญญาณนั้นมีอยู่จริงที่ทำให้บ้านหลังนี้จึงต้องเกิดขึ้น
แต่อีกเสียงกลับคิดว่าทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะป้าซาร่า เสียสติ หัวอ่อน โดนร่างทรงเป่าหูทำให้บ้าน The Winchester ถูกสร้างขึ้น
//ส่วนตัวผมเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง แต่ที่รู้ๆ อ่านไป ขนลุกไป โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีภาพติดผีให้เห็นเลยครับ บรึ๋ยย
**ถ้ามีข้อมูลใดผิดพลาด ขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วยครับผม

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!