Pan’s Labyrinth (2006) : นิทานสายโหด…หนังในตำนานของผกก.ออสการ์คนล่าสุด

Pan’s Labyrinth (2006) อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต

ผกก. : กีเยร์โม เดล โตโร

 

รางวัลออสการ์ สาขา Best Director ปีนี้ ตกเป็นของ กิลเลอร์โม เดล โตโร จากภาพยนตร์เรื่อง The Shape of Water ซึ่งรางวัลนี้ถือเป็นการได้ออสการ์ครั้งแรกในชีวิตของเขา หลังจากเคยครั้งชิงออสการ์ครั้งแรกในปี 2007 จากภาพยนตร์เรื่อง Pan’s Labyrinth โดยครั้งนั้นเข้าชิงสาขา Best Original Screenplay และ Best Foreign Language Film

 

Pan’s Labyrinth เล่าเรื่องของเด็กน้อย โอฟีเลีย หนังจากที่พ่อของตนเสียไป แม่มาแต่งงานกับสามีใหม่ ซึ่งเป็น นายกอง ที่ดุดัน แถมยังเป็นฝั่งที่สังหารพ่อแท้ๆของตนอีก โอฟีเลียจึงต้องย้ายมาอยู่ท่ามกลางสงครามของ ทหาร กับฝ่ายต่อต้าน ซึ่ง ณ ดินแดนนี้เอง โอฟีเลีย ได้พบกับนางฟ้าที่จะพาเธอกลับสู่ดินแดนใต้ดิน ที่เธอจากมา

 

โปสเตอร์หนัง บรรยากาศแอบน่ากลัว แต่ใครจะสังเกตุเห็นถ้าไม่ได้ดูหนังซะก่อน

 

เริ่มมาด้วยตำนานเมื่อนานแสนนานมาแล้ว มีเมืองใต้บาดาลที่ปกครองโดยพระราชา ต่อมาเจ้าหญิงหนีขึ้นไปเล่นบนโลกมนุษย์ พอถูกแสงแดดเจ้าหญิงก็สูญเสียความทรงจำและกลับมาที่เมืองไม่ได้อีก พระราชาเสียพระทัยมากจนเมืองทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้างแต่พระราชาแอบหวังว่าสักวันเจ้าหญิงจะกลับมา

 

หลายๆๆๆๆปีต่อมาที่สเปนยุคสงคราม โอฟีเลียกับแม่ที่กำลังตั้งท้องย้ายมาอยู่กับผู้กองวีดัล พ่อของโอฟีเลียเป็นพวกกบฏและถูกฆ่าตาย ระหว่างทางโอฟีเลียเจอกับแมลงประหลาดพอถึงค่ายโอฟีเลียเจอแมลงตัวนั้นอีกเลยไล่ตามเข้าไปในเขาวงกต เมอซีเดสคนรับใช้มาตามโอฟีเลียกลับ

 

วีดัลเป็นทหารที่โหดมาก วีดัลต้องการปราบกบฏให้สิ้นซาก สั่งฆ่าแม้กระทั่งชาวนาที่มาล่ากระต่าย วีดัลให้หมอมาคอยดูแลแม่ของโอฟีเลียอย่างดีเพราะวีดัลคาดหวังว่าจะได้ลูกชาย หมอให้ยาเพื่อช่วยให้นอนหลับ คืนนั้นโอฟีเลียตื่นกลางดึกแมลงตัวนั้นมาหาโอฟีเลียและพาไปยังเขาวงกต โอฟีเลียเจอกับเทพารักษ์(มีเขาคล้ายแพะแต่คนละแบบกับนาร์เนีย) เทพารักษ์บอกว่าโอฟีเลียคือเจ้าหญิงโมอันนา ถ้าอยากกลับมาที่เมืองใต้บาดาลจะต้องทำภารกิจ 3 อย่างแล้วเทพารักษ์ก็มอบหนังสือที่จะบอกว่าต้องทำอะไรให้โอฟีเลียสั่งให้เปิดอ่านตอนอยู่ลำพัง

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

โลกใต้พิภพในจินตานาการของเด็กน้อย

 

วีดัลจัดงานเลี้ยง แม่ของโอฟีเลียให้โอฟีเลียใส่ชุดใหม่มาร่วมงาน โอฟีเลียเปิดหนังสือออกอ่านกระดาษขาวๆก็มีตัวหนังสือปรากฏขึ้นมา ภารกิจแรกคือโอฟีเลียต้องเอาหินวิเศษไปใส่ปากคางคกยักษ์ ที่อาศัยอยู่ใต้ซากต้นไม้จนทำให้ต้นไม้แห้งเหี่ยว โอฟีเลียทำสำเร็จคางคกตัวตาย โอฟีเลียได้ลูกกุญแจมาหนึ่งดอกแต่เสื้อผ้าที่อุตส่าห์ถอดแขวนไว้ข้างนอกแล้วก็ยังเลอะเทอะ

 

ระหว่างงานเลี้ยงผู้กองวีดัลขายหน้าเรื่องแม่ของโอฟีเลีย(ที่เล่าเรื่องว่าเจอกับผู้กองยังไง)แถมยังมีคนพูดเรื่องพ่อของวีดัลที่ตายในสนามรบ ก่อนตายพ่อทุบนาฬิกาพกจนแตกให้เข็มหยุดเดินเพื่อให้ลูกชายรู้ว่าตัวเองตายเวลาเท่าไหร่ โอฟีเลียกลับมาสภาพมอมแมมเลยถูกแม่ดุสั่งงดอาหารเย็น เมอซีเดสแอบช่วยส่งข้าวของและจดหมายให้กับพวกน้องชายที่เป็นพวกกบฏ เมอซีเดสพาหมดไปช่วยรักษาคนบาดเจ็บที่นั่น พวกกบฏได้ข่าวว่าอีกไม่นานทหารตะวันตกอีกฝ่ายจะบุกสเปน ก่อนกลับเมอซีเดสให้กุญแจห้องเสบียงที่เมอซีเดสบอกกับวีดัลว่าแค่ดอกเดียวกับน้องชาย

 

แม่ของโอฟีเลียเริ่มมีอาการไม่ดี เทพารักษ์มาหาโอฟีเลียเอารากไม้ที่มีรูปร่างเหมือนทารกมาให้ สั่งให้โอฟีเลียเทนมใส่ชามแล้วเอารากไม้ไปไว้ใต้เตียงของแม่แล้วใช้เลือด 2 หยดใส่ลงไปแม่ของโอฟีเลียเริ่มมีอาการดีขึ้น โอฟีเลยแบกมาอยู่อีกห้องเพราะแม่ต้องพักผ่อน ภารกิจที่สองคือโอฟีเลียต้องใช้ชอล์กที่เทพารักษ์ให้มาวาดประตูเพื่อเข้าไปยังอีกที่ เทพารักษ์สั่งว่าห้ามกินอาหารบนโต๊ะเด็ดขาดและให้นางฟ้าคอยช่วยนำทาง โอฟีเลียใช้ลูกกุญแจไขจนได้มีดสั้นมา 1 เล่ม ขากลับโอฟีเลียอดใจไม่ไหวเลยหยิบผลไม้กินไปสองลูกจนปิศาจ(มืออยู่ที่ตา)ตื่นและไล่ล่าโอฟีเลีย พวกนางฟ้าที่ช่วยโอฟีเลียถูกปิศาจกินไปสองตัว โอฟีเลียกลับออกมาได้แต่เทพารักษ์บอกว่าเพราะโอฟีเลียไม่เชื่อฟัง จึงหมดมีสิทธิ์กลับไปเป็นเจ้าหญิงแล้วเทพารักษ์ก็หายไป

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Pan's Labyrinth

ฟอน เทพารักษ์ในมุมมองของ โอลีเวีย

 

พวกกบฏระเบิดรถไฟและห้องเสบียง วีดัลตามล่าไล่ยิงพวกกบฏจนจับเป็นได้ 1 คน วีดัลสอบสวนด้วยวิธีทรมานอย่างโหดเหี้ยม เช้าวันต่อมาวีดัลตามหมอมาดูอาการ หมอช่วยฉีดยาให้ตายไป วีดัลพบยาปฏิชีวนะของหมอเป็นแบบเดียวกับที่เจอตอนไปตามล่าพวกกบฏ วีดัลฆ่าหมอตาย วีดัลเจอชามใส่รากไม้ใต้เตียงพอวีดัลเอาออกมาแม่ของโอฟีเลียก็อาการแย่ลง วีดัลตามหมอทหารมาทำคลอดบอกกับหมอว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นให้รักษาลูกไว้ให้ได้ วีดัลได้ลูกชายแม่ของโอฟีเลียตาย

 

วีดัลจับได้ว่าเมอซีเดสคอยช่วยเหลือกบฏ เมอซีเดสพาโอฟีเลียหนีไปด้วยแต่ไม่รอด วีดัลจับเมอซีเดสมาทรมานแบบเดียวกับที่ทำกับกบฏ แต่เมอซีเดสแอบซ่อนมีดไว้ที่ผ้ากันเปื้อนใช้แทงและเฉือนปากวีดัลจนฉีกแล้วหนีไป<<<ฉากวีดัลเย็บปากตัวเองสยองมาก วีดัลสั่งทหารตามล่าเมอซีเดส น้องชายเมอซีเดสกับพวกกบฏที่ตอนนี้มีกำลังมาเสริมมาช่วยไว้และฆ่าลูกน้องคนสนิทของวีดัลตาย ทหารที่เหลือกลับมารายงานวีดัล

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ pan's labyrinth mercedes

คนที่ดีๆกับเธอที่สุด เมอร์ซิเดส สายลับของฝ่ายต่อต้าน

 

เทพารักษ์มาหาโอฟีเลียอีกครั้งและให้โอกาสทำภารกิจสุดท้ายคือไปขโมยน้องชายจากวีดัลแล้วพาไปที่เขาวงกต โอฟีเลียแอบเอายานอนหลับใส่ในเหล้าวีดัล โอฟีเลียได้ตัวน้องชายแต่วีดัลเห็นพอดี วีดัลไล่ตามโอฟีเลียไปที่เขาวงกตพร้อมๆกับค่ายของวีดัลโดนบุก เทพารักษ์สั่งให้โอฟีเลียใช้น้องชายเป็นเครื่องสังเวยเพื่อเปิดประตูไปยังอีกโลก โอฟีเลียไม่ยอมเทพารักษ์เลยหายตัวไป วีดัลตามมาถึงแย่งเอาลูกชายกลับไปและยิงโอฟีเลีย

 

พอวีดัลออกมาด้านนอกถูกพวกกบฏล้อมไว้หมด วีดัลส่งลูกให้เมอซีเดสพยายามจะสั่งเสีย แต่เมอซีเดสตัดบทว่าเด็กจะไม่รู้เลยว่าวีดัลเป็นพ่อแล้วก็ฆ่าวีดัลตาย เมอซีเดสเข้าไปในเขาวงกตเจอโอฟีเลียนอนจมกองเลือดอยู่ เมอซีเดสฮัมเพลงกล่อมโอฟีเลีย(โอฟีเลียเคยขอให้เมอซีเดสร้องเพลงกล่อม) ภาพตัดไปที่เมืองใต้พิภพ โอฟีเลียกลายเป็นเจ้าหญิงได้พบกับพ่อที่เป็นพระราชา เทพารักษ์บอกว่าโอฟีเลียผ่านบททดสอบสุดท้าย ที่ยอมเสียสละชีวิตตนเองเพื่อรักษาชีวิตคนอื่นเลยได้กลับมาที่เมือง ภาพตัดกลับไปที่เขาวงกตโอฟีเลียหยุดหายใจ แล้วหนังก็บรรยายว่าเจ้าหญิงได้กลับไปยังเมืองของตัวเองเหลือไว้แค่สัญลักษณ์ ที่จะปรากฏให้เพียงแค่บางคนที่อยากให้เห็นเท่านั้น เพื่อบ่งบอกว่าเจ้าหญิงเคยมายังโลกมนุษย์ <<<< ตรงนี้ภาพถ่ายที่กิ่งไม้มีดอกไม้สีขาวเล็กๆ ตรงที่โอฟีเลียเคยแขวนชุดไว้ตอนทำภารกิจเอาหินใส่ปากคางคก

 

หนังแฟนตาซีผจญภัยที่ไม่เหมาะสมกับเด็กเอาซะเลย มีทั้งฉากสยอง น่ากลัว หดหู่สารพัด ถึงจะจบแบบแฮปปี(ตามที่เค้าบรรยาย) แต่ถ้าดูอย่างตั้งใจแบบเก็บรายละเอียด ดูแบบพวกคนคิดเยอะซักหน่อยอาจจะคิดไปได้ว่า เรื่องเจ้าหญิงมันเป็นแค่จินตนาการของโอฟีเลียที่ชอบอ่านหนังสือนิทาน โลกแห่งความจริงคือพ่อตาย แม่ท้องและย้ายมาอยู่กับวีดัล แม่ตายตอนคลอดน้อง โอฟีเลียขโมยน้องชายและถูกวีดัลยิงตายตอนจบแค่นั้น <<<สังเกตได้จากทุกอย่างมีแค่โอฟีเลียเห็นแค่คนเดียว ชัดเจนที่สุดตอนวีดัลตามมาเอาลูกคืนที่วีดัลเห็นโอฟีเลียยืนอุ้มเด็กอยู่คนเดียว หนังทำออกมาดีมาก เก็บรายละเอียดได้ครบ พล็อตเรื่องสนุกน่าติดตามแฝงอะไรไว้ให้ได้คิดตลอดทั้งเรื่อง

 

ขอยืมบทความของคุณ ผมอยากที่จะเชื่อมาเล่าต่อ เขาเขียนได้ดีมากจริงๆ

โลกแห่งจินตนาการนั้นเธอคือเจ้าหญิงที่พลัดพลากจากถิ่นที่อยู่ และหลงลืมเรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรของเธอไปแล้ว และตอนนี้เธอได้กลับมายังดินแดนของเธออีกครั้ง ได้มาสู่ประตูมิติแห่งสุดท้ายที่สามารถพาเธอกลับไปยังโลกของเธอ เธอได้พบกับเทพารักษ์ แต่เทพารักษ์ (ฟอน) นั้นได้กำหนดไว้ว่า การที่เธอจะกลับเข้าสู่พระราชวังได้เธอนั้นต้องผ่านการทดสอบสามอย่าง

 

ตรงนี้หากมาพิจารณาแล้วจะพบว่าโลกแห่งจินตนาการของโอฟีเรียนั้นช่างหม่นหมอง มืดมัว แม้แต่ฟอนเองก็รูปร่างประหลาดอัปลักษณ์นั่นคงเป็นเพราะ ถึงจะเป็นโลกแห่งจินตนาการของเธอ แต่จินตนาการ (fantasy) นั้นก็มาจากจิตใต้สำนึก (unconscious) ของเธอ ทำให้มันสะท้อนภาพของสิ่งแวดล้อมภาพนอกของเธอ ที่เป็นสงคราม มีแต่ความรุนแรง ก้าวร้าว หม่นหมอง…..

 

หากมาพิจารณาแล้ว การที่เด็กสาวคนหนึ่ง”โอฟิเลีย” ที่ชอบอ่านนิยายอย่างมาก ต้องสูญเสียพ่อไป แถมพ่อใหม่ที่เข้ามายังดุ ก้าวร้าว ไม่อ่อนโยน ที่สำคัญดันเป็นฝ่ายตรงข้างที่สังหารพ่อตัวเอง นอกจากนั้นยังต้องย้ายที่อยู่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่ยังมีการรบพุ่งกันอยู่อีกต่างหาก และมีแต่ทหารอายุมาก ๆ ไม่มีเด็ก ๆ คนอื่นอยู่เลย ซึ่งสภาพที่อยู่เหล่านี้ ไม่เหมาะสำหรับเด็กโดยสิ้นเชิง ในสภาพที่กดดัน เพื่อนเล่นก็ไม่มี สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายต่อจิตใจ สิ่งเดียวที่น่าจะทำให้เธอเพลิดเพลินใจได้นั้นคือการอยู่ในโลกของจินตนาการ (fantasy defense mechanism)

 

1. การทดสอบแรก …. ทดสอบความกล้า
การทดสอบแรกของเธอนั้น เธอต้องเอาหินสามก้อน ใส่เข้าในปากคางคกยักษ์ที่อาศัยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ และเอากุญแจทองคำออกมาจากท้องของมัน
การที่เธอต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายเธอนี้ สิ่งแรกที่จะทำให้เธออยู่รอดได้นั้นคือความกล้า กล้าที่จะต่อสู้กับความยากลำบาก ต่อสู้กับสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ต่อสู้กับกัปปิติน (พ่อใหม่) ที่ดุร้ายกับ และอีกสิ่งที่หนึ่งที่เธอต้องต่อสู้ในความคิดของเธอนั่นคือ การที่ไม่มีใครเชื่อในเรื่องที่เธอเล่าเลย แม้แต่แม่ของเธอและเมอซิเดสส์ที่คอยบอกว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนไม่มีจริง เป็นแค่ความเชื่อ และจินตนาการอันไร้สาระของเธอ

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กลางคืน, เด็ก, ต้นไม้ และ สถานที่กลางแจ้ง

 

2. การทดสอบที่สอง ….. ทดสอบความยับยั้งชั่งใจ
การทดสอบที่สอง เธอต้องเดินเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่งที่มีปีศาจน่ากลัวอยู่ เธอต้องเดินเข้าไปข้างในไขกุญแจตู้ ๆ หนึ่งเพื่อเอากริชทองออกมา โดยที่ระหว่างทางที่เดินไป บนโต๊ะอาหาร จะมีของกินมากมาย เธอต้องไม่แตะต้องมัน …..

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

หากมาวิเคราะห์แล้ว เราจะพบว่าวันก่อนตอนกลางคืน หลังจากที่เธอไปทำภารกิจแรก จนชุดตัวสวยที่แม่เธอให้ใส่ เปื้อนโคลนอย่างยับเยิน จนเธอถูกแม่ทำโทษให้อดอาหารเย็น เมื่อมองด้านทฤษฏีของ Freud แล้ว Freud บอกว่าจิตใจมนุษย์มีสามส่วนคือ id, ego ,superego กล่าวง่าย ๆ id นั้นคือแรงขับด้านความต้องการและความรุนแรง ego นั้นเป็นตัวควบคุมจัดการกับ id ไม่ให้แสดงออกมามาก superego คือส่วนที่เป็นคุณธรรมและศีละรรม
กลับมาที่โอฟีเรีย การที่เธอถูกอดอาหาร ทำให้จิตใต้สำนึกเธอย่อมปรารถนาอยากที่จะกิน เป็นความอยาก …. ทำให้ในจินตนาการนั้น เธอสร้างของกินขึ้นมามากมาย ซึ่งภารกิจนั้นเธอจะถูกสั่งให้ห้ามกินของทุกอย่าง (เหมือนที่แม่เธอสั่ง) และเมื่อเธอหักห้ามใจไม่ได้เธอก็ถูกปีศาจไล่ล่าทำร้าย ซึ่งปีศาจนั้นก์คือตัวแทนของจิตใจส่วนที่ดีงาม (superego) ของเธอที่บอกว่าควรที่จะทำตามที่ผู้ใหญ่บอก ถ้าหากฝ่าฝืนแล้วก็จะถูกลงโทษ

 

3. การทดสอบที่สาม ….. ทดสอบศีลธรรมความดีงาม และการเสียสละ
ภารกิจที่สามของเธอคือการเอาน้องชายของเธอ ไปมอบให้ฟอนเพื่อให้ฟอนทำพิธีสังเวย เพื่อที่โอฟิเลียจะได้กลับไปสู่โลกของเธอได้
หากมาพิจารณาดูแล้ว เราจะพบว่าก่อนหน้านี้ โอฟีเรียนั้น ได้ยิน กัปปิตัน (พ่อใหม่ของเธอ) พูดกับหมอว่า ยังไงซะหากการตั้งครรค์มีปัญหา ถ้าให้ต้องเลือก ให้เลือกให้ลูกรอดก่อนแม่ ….. และในตอนหนึ่งที่แม่เธอตกเลือด ต้องนอนพักอยู่นั้น เธอได้ไปพูดกับน้องว่า

 

“น้องรัก น้องทำให้แม่ป่วยหนักมาก เมื่อน้องจะออกมา พี่ขออย่างเดียวเท่านั้น จงอย่าทำร้ายแม่ของเรานะ”

 

“ถ้าน้องทำตามพี่ พี่สัญญาว่าจะพาไปอาณาจักรของพี่ พี่จะให้น้องเป็นเจ้าชาย”

 

แต่การที่เมื่อแม่ของเธอคลอดแล้วแล้วเสียชีวิตนั้น ย่อมทำให้เธอเสียใจมาก ….. ความเสียใจ และความโกรธนี้ทำให้ภายในจิตใต้สำนึกนั้น id ที่มีความก้าวร้าวรุนแรงนั้น โกรธแค้นจนอยากให้น้องตาย (เรียกว่าเป็น death wish) ทำให้ในจินตนาการของเธอออกมาเป็นการนำน้องชายไปทำพิธีสังเวย (คือทำให้ตาย) โดยฟอนในภารกิจสุดท้ายนั้นเป็นสัญลักษณ์ (symbolic) ของความปรารถนาอันชั่วร้ายของเธอ

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

แต่สิ่งที่ต่อต้านความปรารถนาลึก ๆ ของเธออยู่นั่นก็คือ จิตใจส่วนที่เป็นศีลธรรมและความดีงาม (superego) ภารกิจสุดท้ายนี้จึงเป็นการต่อสู้กันเองภายในจิตใจของเธอ ระหว่างความปรารถนาอันรุนแรงความชั่วร้าย (ซึ่งแทนด้วยตัวฟอน) กับศีลธรรมอันดีงามของเธอ (แทนด้วยตัวของเธอเอง) ….. ซึ่งท้ายที่สุด เธอก็เป็นผู้ชนะ เธอเลือกที่จะทำตามศีลธรรมอันดีงามของเธอเอง ยอมที่จะเสียโอกาสในการเข้าปราสาทที่เธอต้องการ เธอยอมที่จะเสียสละ ……… เธอเลือกที่จะส่งน้องชายคืนให้กัปปิตัน ก่อนที่เธอจะถูกยิงล้มลง …. การเลือกที่จะทำความดีนั้นย่อมทำให้จิตใจรู้สึกดี และมีความสุข ……. นั่นส่งผลให้จินตนาการก่อนเสียชีวิตของเธอเต็มไปด้วยความสุขสงบ …. เธอได้กลับไปยังปราสาทของเธอ ได้อยู่กับพ่อ แม่ ประชาชนตบมือให้การยอมรับในตัวเธอ ท่ามกลางอาณาจักรแห่งความสุข แม้ว่าในชีวิตจริงเธอจะเสียชีวิตก็ตามที

 

ขอบคุณที่มา : likejatyle, iizitem

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!