รวมเรื่องสั้น… “40 เรื่องเล่าผีจากอินเตอร์เน็ต” เนื้อๆไม่น้ำ ในลิงค์เดียวไม่เปลือง 4G!

จากเรื่อง : รวบรวมเรื่องผีจากอินเตอร์เน็ต หลอนกันยาวๆ
เรื่องเล่าจาก : เรื่องเล่าสยองขวัญ พันทิป
เล่าโดย : สมาชิกพันทิป หมายเลข 2299004

 

 

สวัสดีค่ะ เคยตั้งหลายกระทู้แล้วที่เกี่ยวกับพี่ ทั้งผีที่ไปเจอมาเอง แล้วก็ผีที่ได้ฟังจากรายการ The shock แล้วก็ยืนยันว่าเป็นคนชอบเรื่องผีมากแต่กลัวผี ก็ไปตามอ่านจากอินเตอร์เน็ตคิดว่าน่าจะเกิน 70% ด้วยซ้ำ เพราะบางทีก็มี ก๊อปไปก๊อปมา เจอเรื่องเดิมๆ หลายๆ ที่ วันนี้เลยขออนุญาติเจ้าของเรื่องทุกท่าน (ที่ไม่รู้เลยว่าใครเป็นเจ้าของเรื่องที่แท้จริง) ขออนุญาตินำเรื่องของท่านมาพิมพ์ให้ชาวพันทิปอ่านนะคะ ^_^
แต่ขออนุญาติไม่ใช้วิธีก๊อปปี้นะคะ ขออ่านให้เข้าใจ แล้วเอามาเล่าต่อ ขออารมณ์นั้น เจ้าของเรื่องตัวจริงทวงเครดิตได้นะคะ จขกท ไม่มีเจตนาอื่นใด นอกจากอย่างเอามารวบรวมให้ได้อ่านกัน

 

 

1. เรื่อง คอของหนู

ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ฟ้า เด็กสาววัยรุ่นหน้าาตาน่ารักกลับจากเรียนพิเศษ โดยไม่คาดคิดว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเธอ เพราะทางกลับบ้านก็เดินตั้งแต่เด็กจนโต แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ฟ้าถูกฉุดไปข่มขืนโดยขี้ยา

 

วันนั้นแม่ของฟ้าเอาผ้ามาซักปกติ แต่เห็นเสื้อนักเรียนสีขาวมีคราบสีน้ำตาลอยู่ก็คิดว่าคงเปื้อนโคลน เพราะช่วงนี้ฝนตก แต่พอเอาไปซักน้ำกับเป็นสีแดง เหมือนเลือด และมีกลิ่นคาวเลือด แต่แม่ก็ไม่ได้ถามอะไรฟ้า

 

วันต่อมาฟ้าไปโรงเรียน โดยมีผ้าพันคอ ทั้งที่ไม่ใช่ฤดูหนาวที่จะมาใช้ผ้าพันคอ ผ้าพันคอของฟ้าเป็นสีฟ้าอ่อน แต่เพื่อนเห็นมีเลือดซึมออกมา เพื่อนก็ถามว่าคอเป็นอะไร ฟ้าบอกเพื่อนว่ามีอุบัติเหตุนิดหน่อย เพื่อนก็ไม่เอะใจสงสัย จนฟ้ากลับบ้าน บังเอิญเดินสะดุด ตอนที่ฟ้าล้มนั้น หัวของฟ้าก็ได้หลุดออกมาจากคอ แม่ของฟ้าบังเอิญมาเห็นก็ตกใจมาก แต่ปิดปากเงียบไม่ให้ส่งเสียงกรี๊ดและวิ่งไปวัด ส่วนฟ้านั้น ลุกขึ้นเดินไปหยิบหัวของตัวเองใส่ไว้ที่คอเหมือนเดิม

 

แม่ฟ้าไปที่วัด หลวงพ่อก็บอกว่าลูกสาวตายแล้ว ขากลับมีตำรวจเต็มปากซอย ปรากฏว่าเจอศพฟ้าที่ถูกฆ่าข่มขืนและตัดคอแยกออกจากร่าง แม่ฟ้าเสียใจมาก สติแตก วิ่งกลับมาที่บ้าน แล้วเข้าไปในห้องฟ้าเห็นฟ้าหลับอยู่ ก็ตรงไปยกตัวลูกขึ้นมา และแน่นอน หัวของฟ้าหลุดออกมา

 

 

2. เรื่อง แท๊งค์น้ำสยอง

เชื่อว่าหลายๆคนคงคุ้นเคยกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะคอเรื่องผีเหมือนเรา คือเรื่องนี้เกิดขึ้นที่หอพักแห่งหนึ่ง วิทย์เป็นหนึ่งในคนที่พักที่นั่นกับเพื่อนอีกคน โดยพักอยู่ชั้น 4 ปกติหลังเริยนเรียน วิทย์จะไปเตะบอลกับเพื่อน วันนั้นก็เหมือนกัน แต่วิทย์รู้สึกเพลียและเหนื่อยมาก จึงขอกลับก่อนเพื่อน แล้ววิทย์ก็เข้าไปอาบน้ำ ระหว่างที่อาบน้ำ วิทย์ก็ได้ก้มหัวสระผม แต่จู่ๆ ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าปะปนกับกลิ่นแชมพู วิทย์ได้แต่เอะใจ แต่ก็อาบน้ำต่อไปปกติ แล้วจังหวะที่วิทย์นุ่งผ้าเช็ดตัวจะออกจากห้องน้ำ วิทย์ได้มองไปที่รูระบายน้ำ เห็นเป็นเส้นผมกระจุกใหญ่อุดรูอยู่ แต่วิทย์กับเพื่อนไม่เคยพาผู้หญิงเข้าห้อง จะเป็นไปได้ยังไง ที่จะมีผมมากมายขนาดนั้น ไวเท่าความคิด

 

วิทย์เอามือไปดึงกระจุกผมนั้นออกมา และมันก็ยาวและเยอะมาก พอดึงออกมาหมดวิทย์ส่องไปที่รูระบายน้ำ ปรากฏว่าเห็นดวงตาคู่ใหญ่กำลังจ้องวิทย์อยู่ วิทย์สติแตก แล้ววิ่งออกจากห้องน้ำชนกลับเพื่อนที่เข้ามาในห้องพอดี วิทย์ไม่ทันไม่พูดอะไรให้ฟัง เพื่อนก็บอกว่า “อยู่ไม่ได้แล้วเว่ย หอเรามีคนตาย ตำรวจเต็มเลยตอนนี้ มีผู้หญิงถูกฆ่าหมกศพได้ในแท๊งค์น้ำใหญ่บนดาดฟ้าคาดว่าน่าจะเกินเดือน เพราะศพอืดหมดแล้ว ” แล้วทังสองก็พากันอ๊วก เพราะน้ำที่ใช้อยู่ทุกวันก็มาจากแท๊งค์น้ำนั้น

 

 

3. เรื่อง เนื้อคู่

เอ บี ซี เป็นเพื่อนกัน ตามประสาสาว ที่ไปได้ยินได้ฟังอะไรมาก็จะเอามาเล่าสู่กันฟัง โดยเฉพาะความเชื่อต่างๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน บี ได้เอาเรื่องการปอกเปลือกแอปเปิ้ลหาเนื้อคู่ โดยเค้าเล่ากันมาว่า หากใครอยากเห็นหน้าเนื้อคู่ ตอนเที่ยงคืนให้จุดเทียนแล้วนั่งหน้ากระจก แล้วปอกเปลือกแอปเปิ้ลแบบฝรั่งคือถอยมีดเข้ามาหาตัวโดยไม่ให้เปลือกแอปเปิ้ลขาด เอทำท่าไม่เชื่อ แต่พอกลับไป เอกลับลองทำดู พอเที่ยงคืนก็ปอกแอปเปิ้ลไปเรื่อยๆ แต่ด้วยความไม่ถนัด ทำให้เผลอโดนมีดบาดมือ เอเลยอารมณ์เสีย แล้วไปนอน คืนนั้นเอฝันว่ามีผู้ชายร่างใหญ่โต มามีอะไรกับเธอ แต่เธอก็ดูรักผู้ชายคนนั้นมาก ทั้งที่ผู้ชายคนนั้นน่ากลัว และหลังจากนั้นเธอก็จะฝันแบบนี้ทุกครั้ง จนเพื่อนเริ่มเห็นความปกติ เอซูบผอมและโทรมมา เพื่อนเลยถามว่าไปทำอะไรมา เอยอมเล่าให้ฟัง ด้วยความเป็นห่วง เพื่อนจึงบอกให้เอไปทำบุญ แต่เอก็ไม่มีเวลาไป จนปล่อยเวลาล่วงเลยไป จนเอเสียชีวิตในที่สุด เอก็ยืนมองร่างตัวเองที่นอนแก้ผ้าอยู่บนเตียง โดยนอนถ่างขา ลักษณะเหมือนคนมีเพศสัมพันธ์ เอมองร่างตัวเองงง แต่อยู่ๆ ก็มีผู้ชายมาจูงเอออกไปในภพภูมิที่ไม่มีใครรู้ เขาคงเป็นเนื้อคู่ของเอ

 

 

4. เรื่อง โต๊ะเครื่องแป้ง

เข็มเป็นคนชอบซื้อของโบราณมาแต่งบ้าน วันหนึ่งเข็มได้โต๊ะเครื่องแป้งโบราณมา เข็มชอบมากก็เอามาไว้ในห้องนอน โดยตั้งไว้ที่ปลายเตียง แล้วเข็มก็เห็นว่าหวีของตัวเองจะมีผมพันอยู่เยอะผิดปกติ ทั้งๆที่แกะออกอยู่ทุกวัน จนวันหนึ่งเข็มตัดสินใจไม่หวีผม แต่เอาเส้นผมทุกเส้นออกจากหวี วันต่อมาก็ยังมีเส้นผมพันหวีอยู่เหมือนเดิม เข็มเริ่มแปลกใจ จนกระทั่งคืนหนึ่ง เข็มฝันไปว่าตัวเองตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วมีผู้หญิงใส่ชุดไทยมานั่งหันหลังให้ที่ปลายเตียง พอมองไปที่กระจกที่โต๊ะเครื่องแป้ง ก็เห็นหน้าของผู้หญิงคนนั้นไม่มีตาดำ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยหวีผมที่ยาวมากของเธอ เช้ามาเข็มเล่าเรื่องนี้ให้แฟนฟัง แฟนเป็นห่วงเข็มจึงมานอนด้วย และได้เอากระดาษหนังสือพิมพ์ไปปิดประจกโต๊ะเครื่องแป้งนั้น แล้วถอดพระที่ตัวเองใส่อยู่ให้เข็มใส่ คืนนั้นทั้งคืนเข็มนอนหลับสบาย แต่พอตื่นเช้ามาหลับไปเจอแฟนนอนอยู่ด้วย จึงเดินออกจากห้องไป มองเห็นแฟนนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่มุมบ้าน แฟนเข็มเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยโบราณนั่งหวีผมอยู่ปลายเตียงและค่อยหันหน้ามามองเแฟนเข็ม โดยที่ตัวไม่ได้ขยับ เรียกว่าหันมาแต่หัว และตากลวงโบ๋ ไม่มีลูกกะตา เข็มจึงเอาโตีะเครื่องแป้งนั้นไปถวายวัดไป

 

 

5. เรื่อง บ่อน้ำ

ตอนที่ปอนด์เป็นเด็ก ปอนด์ได้มีโอกาสได้ไปงานวัด โดยตอนใกล้จะค่ำ เด็กๆ ก็ชวนกันเล่นซ่อนแอบ โดยปอนด์ก็ได้เป็นคนไปแอบ เพื่อนคนที่หาก็หันหน้าเข้าต้นไม้แล้วนับก่อนออกตามหาเพื่อน ปอนด์เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งไปทางหลังวัด แล้วลงไปในบ่อน้ำที่ถมดินแล้ว ปอนด์จึงตามลงไป แล้วบอกให้เด็กผู้หญิงคนนั้นปิดฝาบ่อไว้ เพื่อนจะได้หาไม่เจอ แล้วก็บอกว่าเพื่อนคงตามไม่เจอแล้ว แล้วก็ถามเด้กหญิงคนนั้นว่าชื่ออะไร เธอก็บอกว่าชื่อทับทิม สองคนคุยกันไปเรื่อยๆ จนปอนด์เผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็มืดสนิท ปอนด์จึงพูดว่า มืดแล้วเพื่อนๆคงหาเราไม่เจอแล้วแหละออกไปกันเถอะ แต่ไม่มีเสียงตอบ ปอนด์จึงเปิดฝาบ่อขึ้นก็พบว่าตัวเองอยู่ในบ่อคนเดียว จึงรีบออกจากบ่อไป พอวิ่งเข้าไปที่วัดก็ได้ยินเสียงพ่อแม่เรียก แม่หันมาเห็นปอนด์ก็วิ่งเข้ามากอด แล้วถามว่าไปไหนมา ปอนด์ก็เล่าทุกอย่างให้ฟัง สรุปคือปอนด์หายไปสองวันสองคืนเลยทีเดียว แล้วหลวงพ่อก็บอกให้ทุกคนเดินไปที่ป่าช้าหลังวัด แล้วไปหยุดที่โกศเก็บกระดูกของเด็กหญิงที่ชื่อทับทิม ปอนด์เห็นก็ร้องไห้จ้า หลวงพ่อบอกว่าทับทิมตกบ่อน้ำนั้นตายหลายปีแล้ว ทางวัดจึงถมบ่อแล้วปิดฝาไว้

 

 

6. เรื่อง ทางผีผ่าน

วารีกับเพื่อนสามคนได้หัวข้อทำรายงาน โดยจะไปถ่ายทำวิดีโอประกอบกันที่วัดป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งไปกันตอนกลางคืน ตอนนั้นก็สามทุ่มกว่า ทางไปวัดค่อนข้างลำบากเพราะเป็นวัดป่า ไม่ได้อยู่ในตัวเมือง วารีไปกับเพื่อนสี่คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด วารีนั่งหน้าคู่กับคนขับ อีกสิงสาวนั่งหลัง พอดีวารีเห็นร้านค้าข้างทาง โดยมีลุงแก่ๆ ยืนอยู่ จึงบอกเพื่อนที่ขับรถให้จอดถามทาง ลุงคนนั้นทำหน้าแปลก แล้วถามย้ำว่าจะไปวัดกันเหรอ ให้ขับตรงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเจอแยกให้เลี้ยวขวา ก็ไม่มีใครเอะใจอะไร สาวๆก็คุยกันเพลินตลอดทาง จนไปถึงสี่แยกมีป้ายเขียนว่าทางไปวัดโดยชี้ไปทางซ้าย สาวๆก็ลืมคำที่ลุงบอกว่าให้เลี้ยวขวา ก็เลี้ยวไปทางซ้าย

 

ตลอดทางก็เป็นป่ารกทึบ วารีมองเห็นผู้หญิงใส่ชุดดำเดินอยู่ข้างหน้า ก็คิดจะให้คนขับจอดถามทาง เพราะก็ขับมาไกลมากแล้ว ไม่ถึงสักที แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะคิดว่าผู้หญิงชุดดำนั้นคงมางานศพ และคงใกล้ถึงวัดแล้ว พอขับเลยผู้หญิงคนนั้นไป เพื่อนสองคนข้างหลังก็กรี๊ดขึ้น จนวารีย์ตกใจหันไปมอง เห็นเพื่อนก้มหน้ากอดกันแน่น ตนก็เริ่มใจไม่ดี และหันไปอีกทีเห็นผู้หญิงชุดดำคนเดิมยืนอยู่ข้างทางและมองมาที่วารีย์ตลอดเวลา วารีย์ไม่กล้าบอกคนขับเพราะกว่าสติแตก จึงเงียบไป พอสักพัก มองเห็นพระองค์หนึ่งกวักมือเรียกเข้าไปในวัด เพื่อนวารีย์เล่าให้พระฟังว่า หันไปมองข้างหลังรถเห็นเด็กสองคนเลือดเต็มหน้า เกาะหลังรถอยู่เลยกรี๊ด ส่วนวารีย์เองก็เล่าฟัง แต่คนขับรถนั้นบอกว่าไม่รู้สึกตัวตั้งแต่เจอลุงคนนั้นแล้วขับมาได้ยังไงก็ไม่รู้ พระรูปนั้นจึงบอกว่าทางที่มาเป็นทางผีผ่าน มีวิญญาณอยู่เยอะแยะ ใครหลงเข้ามาไม่รอดสักราย ยังดีที่พวกเรามีของดีในรถ เราตัดสินใจนอนในรถเพราะเดี๋ยวก็เช้า พอเช้ามาก็ไปตามหาพระรูปเมื่อคืน แต่ปรากฏว่าทุกคนยืนยันว่าไม่มีพระที่ลักษณะแบบนั้น

 

 

7. เรื่อง ผมต่อ

สมมติว่าชื่อ แตน นะคะ แตนเรียนอยู่ปีหนึ่ง โดยพักอยู่หอกับเพื่อน พอดีวันหนึ่งแตนกลับบ้านนอก แล้วฝนตกไฟดับ แม่เลยจุดเทียน แล้วตอนที่แตนนอนอยู่แมวมาชนเทียนนั้นล้มใส่ผมแตน ทำให้ต้องตัดผมสั้น ตัวแตนไม่ได้เป็นอะไรมากมายกับการไว้ผมสั้น แต่แม่ของแตนไม่ชอบ จึงพาแตนไปต่อผมที่ร้านแต่งหนึ่ง ต่อผมมาแตนก็ชอบมาก เพราะยาวหอม พริ้วสวย แต่ตอนแตนกลับมาสระผม ตอนที่สระเหมือนผมหลุดติดมือมาหลายกระจุก แต่ก็ไม่ได้หลุด แตนก็ไม่คิดอะไรคิดว่าคงยังไม่ชิน แล้วบางทีตอนสระผมก็รู้สึกว่าเหมือนมีมืออีกมือมาช่วยสระอยู่ตลอด แต่แตนยังไม่คิดอะไร จนกระทั่งไปนอน แตนก็รู้สึกเหมือนมีคนมากระตุกผมอยากแรง จนเพื่อนถามว่าแตนละเมอเหรอทำไมกระตุก

 

คืนต่อมาก็เป็นอีก แต่คราวนี้กระตุกแรงมากจนเจ็บร้าวหนังหัวแต่แตนก็พยายามคิดว่า คงเป็นเพราะนอนทับผม คืนที่สามแตนต้องสระผมอีก คราวนี้ผมที่ต่อมาหลุดออกมาจริงๆ สองสามช่อ จนแตนตัดสินใจแล้วว่าจะไปเอาออก เพราะเริ่มรู้สึกไม่ดี จนกลางดึก ได้ยินเสียงเพื่อนกรี๊ดด แตนตกใจตื่น เพื่อนเล่าว่า ตอนที่นอนอยู่ เหมือนมีคนมานอนกั้นกลางระหว่างแตนกับเพื่อน แต่เพราะสายตาสั้นเลยไม่แน่ใจไปหยิบแว่นตามาใส่ ก็ไม่เห็นใคร จึงลุกไปเข้าห้องน้ำ พอเดินไปเข้าห้องน้ำ ก็เห็นร่างผู้หญิงคนนึง กำลังดึงผมออกจากท่อรูระบายน้ำ แล้วเอามาแปะๆที่หัวตัวเองที่ผมสั้นเกรียน เหมือนโดนตัดแบบไม่เรียบร้อย แล้วพึมพำ ว่าผมกูผมกู เพื่อนรู้ว่าไม่ใช่คนเลยกรี๊ด พอเช้า แตนรีบพาเพื่อนไปหาแม่ และพากันไปวัด หลวงพ่อบอกว่าไปเอาของเขามา รู้ไหมเค้าไม่ได้เต็มใจให้ แตนรีบถอดผมตรงนั้น แต่ก็ต้องตัดผมตัวเองออกไปด้วย เพราะถอดไม่ออก แล้วเอาผมถวายวัดไป

 

 

8. เรื่อง ลองไหม?

โก้เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง เค้าพักอยู่ในหอพักแห่งหนึ่งที่ใช้ห้องน้ำรวม และโก้พักอยู่ชั้นสาม ห้องน้ำจะแบ่งชายหญิง สองฝั่งอาคาร ทุกๆวันโก้จะขึ้นห้องประมาณ 3 ทุ่ม เค้าจะเจอผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาสวย แต่แปลกที่ใส่ชุดเดิมซ้ำๆ และเดินสวยไปทางห้องน้ำหญิง โก้ก็เหล่มองตามประสาผู้ชายมองสาว ผ่านไป 4-5 วัน เจอตลอด โก้เลยตัดสินใจที่จะจีบ วันแรก ก็ยิ้มให้ เธอก็ยิ้มตอบ วันต่อมาโก้เลยตัดสินใจจะจีบ พอกำลังจะถามชื่อ ผู้หญิงคนนั้นก็พูดออกมาก่อนว่า “ลองไหม? ” โกก็คิดว่าผู้หญิงชวนเรื่องอย่างว่า ก็ปฏิเสธไป พอวันหลังเจออีก ผู้หญิงคนนั้นก็ถามอีก “ลองไหม?” โก้เลยถามกลับไปว่าลองอะไร เธอก็ให้ดูที่มือ มีผ้าอะไรไม่รู้ยื่นมาให้โก้ แล้วถามซ้ำ “ลองไหมๆๆ” โก้เลยคิดว่าสติไม่ดีหรือเปล่า อยู่ดีดีก็มาทำแบบนี้ เลยปฏิเสธ วันต่อมาโก้กลับดึกกว่าทุกวัน ไม่สวนทางกับเธอคนนั้น จึงคิดว่าคงคลาดกัน แล้วโก้ได้ยินเสียง คนไอ เหมือนขาดอากาศหายใจ ทุรนทุราย มาจากทา

ห้องน้ำหญิง โก้เลยเดินไปดู ตอนแรกไฟปิดอยู่ โก้ก็ไปเปิดไฟ แล้วเปิดห้องน้ำไปดูทีละห้อง จนไปถึงห้องสุดท้าย โก้เห็นผู้หญิงคนนั้นห้อยคอตัวเองอยู่ แต่ยังดิ้นอยู่ โก้เลยตกใจ แล้วเข้าไปช่วย แต่ผู้หญิงคนนั้นหยุดดิ้น โก้แหงนหน้าขึ้นไปมอง ผู้หญิงคนนั้นจ้องโก้ตาเขม็งแล้วถามว่า “ลองไหม?” โก้ก็เป็นลมไปเลย มารู้ทีหลังว่า ผู้หญิงคนนี้ประชดแฟน โดยการเอาผ้าม่านที่ห้อง มาผูกคอ แต่ดันพลาด เสียชีวิตจริงๆ แฟนรู้ก็ย้ายหนีไปแล้วเรื่อง ลองไหม?

โก้เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง เค้าพักอยู่ในหอพักแห่งหนึ่งที่ใช้ห้องน้ำรวม และโก้พักอยู่ชั้นสาม ห้องน้ำจะแบ่งชายหญิง สองฝั่งอาคาร ทุกๆวันโก้จะขึ้นห้องประมาณ 3 ทุ่ม เค้าจะเจอผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาสวย แต่แปลกที่ใส่ชุดเดิมซ้ำๆ และเดินสวยไปทางห้องน้ำหญิง โก้ก็เหล่มองตามประสาผู้ชายมองสาว ผ่านไป 4-5 วัน เจอตลอด โก้เลยตัดสินใจที่จะจีบ วันแรก ก็ยิ้มให้ เธอก็ยิ้มตอบ วันต่อมาโก้เลยตัดสินใจจะจีบ พอกำลังจะถามชื่อ ผู้หญิงคนนั้นก็พูดออกมาก่อนว่า “ลองไหม? ” โกก็คิดว่าผู้หญิงชวนเรื่องอย่างว่า ก็ปฏิเสธไป พอวันหลังเจออีก ผู้หญิงคนนั้นก็ถามอีก “ลองไหม?” โก้เลยถามกลับไปว่าลองอะไร เธอก็ให้ดูที่มือ มีผ้าอะไรไม่รู้ยื่นมาให้โก้ แล้วถามซ้ำ “ลองไหมๆๆ” โก้เลยคิดว่าสติไม่ดีหรือเปล่า อยู่ดีดีก็มาทำแบบนี้ เลยปฏิเสธ วันต่อมาโก้กลับดึกกว่าทุกวัน ไม่สวนทางกับเธอคนนั้น จึงคิดว่าคงคลาดกัน แล้วโก้ได้ยินเสียง คนไอ เหมือนขาดอากาศหายใจ ทุรนทุราย มาจากทา

ห้องน้ำหญิง โก้เลยเดินไปดู ตอนแรกไฟปิดอยู่ โก้ก็ไปเปิดไฟ แล้วเปิดห้องน้ำไปดูทีละห้อง จนไปถึงห้องสุดท้าย โก้เห็นผู้หญิงคนนั้นห้อยคอตัวเองอยู่ แต่ยังดิ้นอยู่ โก้เลยตกใจ แล้วเข้าไปช่วย แต่ผู้หญิงคนนั้นหยุดดิ้น โก้แหงนหน้าขึ้นไปมอง ผู้หญิงคนนั้นจ้องโก้ตาเขม็งแล้วถามว่า “ลองไหม?” โก้ก็เป็นลมไปเลย มารู้ทีหลังว่า ผู้หญิงคนนี้ประชดแฟน โดยการเอาผ้าม่านที่ห้อง มาผูกคอ แต่ดันพลาด เสียชีวิตจริงๆ แฟนรู้ก็ย้ายหนีไปแล้ว

 

9. เรื่อง ไม้ถูพื้น

ก๊อปไปดูหนังรอบดึกกับเพื่อน แล้วหนังจบเกิดปวดท้องขึ้น ก็เลยแวะเข้าห้องน้ำ ซึ่งมีอยู่ 7-8 ห้อง ก๊อปไปเข้าห้องเกือบสุดท้าย เพราะห้องสุดท้ายเป็นห้องเก็บอุปกรณ์แม่บ้าน ตอนเข้ามาก๊อปก็เห็นแม่บ้านออกจากห้องนั้นพอดี ก๊อปทำธุระไป ตาก็จ้องมองมือถือเล่นเกมส์ เพื่อนก็รออยู่ข้างนอก แต่ตอนนั้นไม่มีใครเข้าห้องน้ำแล้ว เพราะก็เที่ยงคืนกว่า หนังรอบดึกจบ แต่ก๊อปได้ยินเสียงคนเดินไปมาหน้าห้องน้ำ ก็คิดว่าเป็นป้าแม่บ้าน ก็เลยไมได้สนใจอะไร จนสักพัก ปกติห้องน้ำตามที่สาธารณะ จะมีช่องใต้ประตูประมาณคืบนึง ก๊อปก็นั่งเล่นเกมตาก็มองแต่จอ แต่ปรายตาก็เห็นเหมือนมีไม้ถูพื้น ถูผ่านช่องใต้ประตูเข้ามา ก็คิดว่าแม่บ้านทำความสะอาด แต่ทำบ่อยมาก มาถูที่ห้องที่กีอปนั่งอยู่บ่อยเกินไป ก๊อปเลยละสายตาจากจอมือถือ มามอง แต่มันไม่ใช่ไม้ถูกฟื้น มันคือเส้นผมยาวๆ ถูไปถูมาผลุบโผล่ ก๊อปเริ่มสติแตก แล้วจู่ๆ ก็มีศรีษะผู้หญิงคนนึงพุ่งลอดเข้ามา จ้องที่ก๊อป ก๊อปกรี๊ด เพื่อนๆ สิ่งเข้ามาดู ก๊อปก็รีบเปิดประตูหนีออกไปทั้งๆที่ยังไม่เสร็จธุระ

 

10. เรื่อง แม่รำพึง

วัดโพธิ์แตงใต้ ของอยุธยา และมีความเก่าแก่มาก และผีดุ จนพระเณรยังไม่กล้าจำพรรษา วัดโพธิ์แตงใต้มีศาลเจ้าแม่รำพึง ที่เฮี้ยนชนิดที่ว่ากลางวันแสกๆ ยังอุ้มลูกออกมาเดินเล่น มีวัยรุ่นลองของมามุ้งมานอนหน้าศาล ราวๆตีหนึ่ง กำลังจะเคลิ้มหลับ ได้ยินเสียงคนเดินที่หัวนอนคิดว่าเป็นเด็กวัดมาแกล้ง ก็รอจังหวะให้เดินเข้ามาใกล้ เตรียมไม้ไว้กะจะฟันให้หัวแบะ พอเสียงเดินมาหยุดที่หัว ก็เงื้อไม้ขึ้นจะฟาด แต่พอเปิดมุ้งออกมากับเจอผู้หญิงผมยาว หน้าบวมเน่า กำลังจะเข้ามาทำท่าจะบีบคอ พอใช้ไม้ฟาดก็เหมือนฟาดลมฟาดแล้ง ฟาดยังไงก็ไม่โดน แล้วก็หายไป เด็กคนนั้นเล่าให้เพื่อนๆฟัง มีเพื่อนคนหนึ่งชี้ไปทางเมรุเผาศพ ทุกคนมองตาม เห็นผีตนนั้นไปนั่งอุ้มลูกอยู่บนเมรุเผาศพนั่นเอง ความเป็นมาของผีตนนั้น คือ ชื่อรำพึง เป็นสาวท้องแก่ ที่เขาเอาศพมาเผาที่วัดโพธิ์แตงใต้นี้ แล้วด้วยความผิดพลาดของลุงผลที่เป็นสัปเหร่อ ที่เผารวมกันทั้งแม่ทั้งลูก (ตามความเชื่อ เค้าไม่ให้เผารวมกัน ต้องผ่าเอาศพลูกออกมาก่อน) ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะลุงผลจะรับผิดชอบ ทีนี้ผีรำพึงเฮี้ยนจนพระและลูกวัดอยู่ไม่ได้ ลุงผลก็รับผิดชอบจะเอาไปถ่วงน้ำ ก็ปรากฏว่าเรือล่มหาศพไม่เจอ แต่ชาวบ้านบอกว่าคงโดนจระเข้ลากไปกินแล้ว ผีรำพึงมาสงบตอนที่หลวงปู่สดมาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดนั่นเอง

 

11. เรื่อง งานศพ

เพ็ญไปงานศพเพื่อนรุ่นน้องที่บริษัท ที่วัดหัวลำโพง ชื่อพงษ์ พงษ์เป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ดี แต่ไม่มีแฟน ใครถามก็จะบอกว่าเนื้อคู่ยังไม่เกิด พงษ์เทพเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในงานสวดศพพี่แหม่มหัวหน้างานงานศพคืนแรกก็เจอดี พระสวดจบบทแรกพี่แหม่มก็ขอตัวออกจากศาลา เพราะว่าพงษ์ในรูปหน้างานนั้นยิ้มให้หลายครั้ง สักพักมีคุณป้าเดินเข้ามาในงาน พ่อแม่ของพงษ์เดินออกมารับ แต่คุณป้าถามว่าลูกชายคนเมือกี้ไปไหนแล้วล่ะ แต่พ่อแม่ของพงษ์มีลูกคนเดียว ป้าคนนั้นก็ยืนยันว่าลูกชายไปรับหน้างาน แล้วพอนึกว่าว่าหนุ่มคนนั้นหน้าตาเหมือนพงษ์ป้าก็ตัดสินใจไม่เข้าไปในศาลา ได้แต่นั่งแปะหายาดมอยู่ในเต๊นท์ข้างนอก คืนสุดท้าย พระสวดได้สองบท คุณลุงคนหนึ่งก็ลุกขึ้น คนก็ถามว่าจะไปห้องน้ำใช่ไหม ลุงตอบไม่ใช่ พงษ์เทพในรูปร้องไห้น้ำตาไหลพรากลุงทนดูไม่ไหวแล้ว พระสวดเสร็จเพ็ญกับเพื่อนก็พากันกลับ ตอนที่จะออกรถนั้น เพื่อนของเพ็ญบอกด้วยเสียงสั่นๆว่า พงษ์มาส่งเรา เพ็ญหันขวับไปดูด้านหลัง จำได้ทันทีว่าพงษ์แน่นอน ก่อนร่างนั้นจะเลือนหายไป

 

 

12. เรื่อง ใครนอนด้วย

นิดเป็นนักศึกษามหาลัยแห่งหนึ่ง โดยอาศัยอยู่หอพักกับรูมเมทอีกสองคน ช่วงนั้นช่วงใกล้สอบ นิดอ่านหนังสืออยู่ใต้หอพักคนตีสาม เพราะไม่อยากเปิดไฟรบกวนรูมเมทในห้อง พอตีสามรู้สึกง่วงเลยเดินขึ้นไปนอน แต่พอไปถึงห้องก็ไม่ได้เปิดไฟ เห็นว่าเพื่อนหลับแล้ว เตียงมีสามเตียง เตียงนิดจะอยู่ติดกำแพงด้านในสุด แต่พอดีเตียงของเพื่อนคนนึงพัง นอนไม่ได้ นิดจึงให้เพื่อนมานอนเตียงกับตัวเองชั่วคราว นิดเห็นข้างเพื่อนที่นอนเตียงของนิดนั้น มีผู้หญิงอีกคนนอนหันหน้าเข้ากำแพงอยู่ นิดนึกโมโหเพื่อนที่อุตส่าห์แบ่งให้นอนด้วย แต่ยังพาคนอื่นมานอนอีก นิดพยายามก้มลงไปดูหน้าผู้หญิงคนนั้น เพราะอยากรู้ว่าเป็นใคร แต่ดูยังไงก็ไม่เห็นเพราะเค้าหันหน้าติดกำแพงเลย นิดเลยตัดสินใจลงไปอ่านหนังสือต่อ จนตีห้าจึงขึ้นมา พอดีกับเพื่อนตื่นแล้ว นิดก็โวยวายเพื่อนทันทีว่าให้ใครมานอนด้วย ทำไมไม่ขออนุญาติก่อน รูมเมทสองคนส่ายหน้า และยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า นอนกันอยู่แค่สองคนเท่านั้นจริงๆ และทุกวันนี้ ก็ยังไม่รู้ว่าใครมานอนเตียงนิดในวันนั้น

 

 

13. เรื่อง ช่วยหนูด้วยค่ะพี่

ชมพู่กับเพื่อนกลุ่มหนึ่งไปดูหนังในโรงหนังเก่าของจังหวัด เพราะราคาถูกจึงยังมีคนไปดูก่อน โดยชมพู่รอบมิดไนท์ แล้วเกิดปวดฉี่แต่ไม่มีใครไปเป็นเพื่อน เพราะขัดจังหวะหนัง ห้องน้ำสาธารณะไม่ว่าที่ไหน ก็จะมีช่องว่างข้างใต้ และข้างบนก็ไม่ได้ปิดถึงเพดาน เอาแค่พ้นหัวเท่านั้น ชมพูทำธุระเสร็จ เกิดเปิดประตูไม่ได้ ก็ร้องให้คนช่วย แต่เหมือนไม่มีใครอยู่แถวนั้น ชมพูตะโกนไปจนเหนื่อย สักพักมีเสียงผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงเดินเข้ามา ชมพูก็ร้องบอก พี่คะช่วยหนูด้วยค่ะ หนูเปิดประตูไม่ได้ หญิงคนนั้นเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ เธอใส่รองเท้าส้นสูงปี๊ดสีดำ แล้วเธอก็ค่อยๆหันมาทางห้องน้ำของชมพู่ เพราะปลายเท้าชี้มาเค้ามาที่ห้องน้ำ ชมพูก็บอกอีก พี่คะ ช่วยหนูด้วยค่ะ หนูเปิดประตูไม่ได้ แต่เงียบไม่มีเสียงตอบรับ ปลายรองเท้าก็ยังหันเข้ามาทางชมพู่อยู่ ชมพู่เอะใจค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เห็นช่วงหัวของผู้หญิงผมยาวหน้าซีด หันไปทางด้านซ้ายมือของเธอ
หึหึ ตัวผู้หญิงคนนั้นจะยาวแค่ไหนกันนะ แล้วปลายเท้าหันมาทางห้องน้ำ ทำไมหัวสามารถบิดไปอีกทางได้ล่ะ เข้าห้องน้ำที่ไม่ใช่ที่บ้าน ระวังเจอแบบชมพู่นะคะ เหอๆๆๆ

 

 

14. เรื่อง ผีผูกคอ

น้อยและครอบครัวไปพิษณุโลก เพื่อไปเยี่ยมป้าเนื่องที่เป็นพี่สาวของน้อย แต่น้อยจะเรียกป้าเนื่องตามลูก ป้าเนื่องเป็นม่ายตัวคนเดียว ลูกสาวไปเรียนเชียงใหม่ ป้าเนื่องอายุ 50 กว่า มีโรคประจำตัวมากมายไปหมด หนักเข้าก็เข้าโรงพยาบาลลูกสาวก็แวะมาเยี่ยมประเดี๋ยวประด๋าวก็กลับ น้อยและครอบครัวก็ไปเยี่ยม ป้าเนื่องก็ดีใจใหญ่ ยิ้มต้อนรับขับสู้ อย่างดี เพราะป้าเนื่องมีแค่น้อยเป็นน้องสาวคนเดียวเท่านั้น ป้าเนื่องขอให้น้อยนอนพักที่บ้านไม่ต้องไปเช่าโรงแรมให้เปลือง แล้วพรุ่งนี้จะได้ไปไหว้หลวงพ่อชินราช และทัวร์วัดหลายๆวัด ตอนค่ำ ป้าเนื่องกับน้อยก็นอนคุยกัน ก็พูดถึงเรื่องลุงสมที่ตายไปเมื่อปีก่อน ที่ป้าเนื่องบอกว่าตั้งแต่ตายไปก็มาเข้าฝันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แล้วกลางดึกน้อยได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆดังมาจากอีกห้องที่ลูกกับสามีนอน หันมาดูป้าเนื่องก็หลับสนิท น้อยขนลุกไปทั้งตัว เสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆ น้อยจำได้ว่าเป็นเสียงของลูกชายทั้งสาม ด้วยความตกใจว่าลูกร้องได้ทำไม น้อยก็ลุกพรวดขึ้น แล้วตะโกน “ลูกแม่เป็นอะไรไป” ป้าเนื่องตื่นแล้วถาม “อะไรกันน้อย” น้อยลุกไปทุบประตูห้องที่ลูกๆนอน สามีน้อยบ่นเสียงอะไร น้อยปราดเข้าห้องเปิดไฟสว่างจร้า มองเห็นลูกชายอายุสิบขวบกว่าทั้งสาม นอนหงาย ตัวแข็ง อ้าปาก เบิกตาโพลง แล้วน้ำตาไหล ครางสะอื้นทุกคน “แม่ช่วยด้วย” ลูกชายร้อง น้อยวิ่งไปกอดลูก “เป็นอะไร ใครทำอะไร ทำไมไม่ปลุกพ่อ ” สามีน้อยบอกว่าหลับสนิทแต่ฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งผอมจนมีแต่หนังหุ้มกระดูก ตาโปนแทบถลนออกมานอกเบ้า จ้องมองเขาอยู่ ลูกๆ ก็แย่งกันเล่าว่าเห็นผู้หญิงยืนแขวนอยู่ที่หน้าต่าง ป้าเนื่องเลยสารภาพว่า สองสามเดือนที่แล้วมีญาติห่างๆ มาขออาศัยอยู่ด้วย แต่นอนแค่คืนเดียว ก็ผูกคอตายที่หน้าต่างนั่นเอง

 

 

15. เรื่อง ห้องสีชมพู

ฮั่นแน่ ได้ยินชื่อเรื่องก็รู้แล้วใช่มั้ยล่ะ นอกจากเรือง ป๊อกๆ ครืดของ ม.เชียงใหม่ ที่ได้เอาไปทำเป็นหนังแล้ว ก็มีเรื่องนี้แหละ ที่เจ้าของกระทู้ฝังใจ เรื่องก็คือนักศึกษาปีหนึ่งของ ม.เชียงใหม่จะต้องพักอยู่หอใน ทีนี้มีรุ่นพี่คนนึงไปจีบน้องปีหนึ่งแล้วคบหากันจนตั้งท้อง แล้วฝ่ายชายไม่ยอมรับโทษว่าฝ่ายหญิงนอกใจ และไม่รับผิดชอบใดๆ ฝ่ายหญิงน้อยใจจึงจะทำแท้ง แต่ด้วยไม่กล้าบอกใคร และไม่กล้าไปโรงพยาบาล จึงตัดสินใจทำแท้งเอง โดยใช้ไม้บรรทัดเหล็ก กระทุ้งจนมดลูกฉีก (โอยยย) แล้วก็เสียชีวิตในที่สุด โดยเธอได้เขียนข้อความด้วยเลือดไว้ที่กำแพงว่า “กูมีคนเดียว” ต่อมาให้มีการทำความสะอาดหอโดยการเช็ดเลือกออก แต่ปรากฏว่าวันต่อมารอยเลือดยังชัดอยู่เหมือนเดิม จึงตัดสินใจทาสีใหม่ แต่ก็เป็นเหมือนเดิมอีก นิมนต์พระมาสวดก็ไม่ยอมออกทำได้แค่สะกดวิญญาณไม่ให้ไปหลอกหลอนคนในหอ ต่อมาได้ทาห้องนั้นด้วยสีชมพู เพื่อไม่ให้เห็นรอยเลือดอีก แล้วก็ปิดตายไปเลย สรุปห้องสีชมพูของ ม.เชียงใหม่ มีจริงไหม อยากรู้จัง

 

 

16. เรื่อง มีคนต่อมั้ยคะ

นาเรียนอยู่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง วันนั้นนากลับจากเรียนแล้วเผลอหลับไปเพราะเหนื่อย จนตื่นอีกอีก็ตีหนึ่งกว่า จึงจะไปอาบน้ำ ซึ่งห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม ระหว่างที่อาบน้ำมีคนมาเคาะห้องน้ำ แล้วถามว่า “มีคนต่อไม่คะ” ตามธรรมเนียมถ้าใครจะมาเข้าห้องน้ำต้องเคาะถามแบบนี้ นาก็ตอบไปว่า “ไม่มีค่ะ” แต่คนข้างนอกก็ยังเคาะไม่หยุด แล้วก็ตามแบบไม่เอาคำตอบ “มีคนต่อไม่คะ มีคนต่อมั้ยคะๆๆๆ” นาเริ่มรู้สึกไม่ดี เอื้อมมือไปคว้าผ้าเช็ดตัวที่พาดที่ประตูห้องน้ำ แต่เหมือนมีคนดึงจากข้างนอก นาก็คิดว่าเพื่อนแกล้ง สุดท้ายจึงเปิดประตูออกไป เห็นผ้าเช็ดตัวตกอยู่ แต่ไม่เห็นใครเลย นาก็เลยวิ่งกลับห้อง และมั่นใจว่าเมื่อกี้ไม่ใช่คนแน่นอน เข้าห้องน้ำรวมระวังนะคะ เหอๆๆๆ

 

 

17. เรื่อง ห้องนาฏศิลป์ที่ปิดตาย

ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งมีห้องนาฏศิลป์ที่ถูกปิดตายไว้ โดยเอาไม่มาปิดเป็นรูปกากบาทไว้ที่ประตู เพื่อไม่ให้ใครเข้า แต่ด้วยความที่นักเรียนอยากรู้ จึงเกิดการลองของขึ้น โดยหลังเลิกเรียนที่ชวนกันไปที่ห้องนาฏศิลป์นั้น แต่ทำยังไงก็เข้าไปไม่ได้ ไม่มีทางเข้า เด็กๆจึงหารู้เผื่อมองเข้าไปดูข้างใน ปรากฏว่าเห็นอะไรแว๊บๆลอยไปลอยมา เมื่อเพ่งดูดีดี วัตถุนั้นก็ลอยมาที่รูที่นักเรียนส่องอยู่ เป็นหัวโขน หัวโขนที่ชุ่มไปด้วยเลือด …

 

 

18. เรื่อง ปรบมือให้

ทีมเชียร์หรีดเดอร์ของโรงเรียนต้องอยู่ซ้อมกันจนดึก ซึ่งอาศัยโรงยิมให้การซ้อม จังหวะที่เชียร์หรีดเด้อต่อตัว ต้องส่งเสียงนับ 1234 5678 ตามสเต๊ป แต่อยู่ดีดีเพื่อนที่ถูกต่อตัวอยู่บนสุดก็ส่งเสียงกรี๊ดออกมา เพื่อนและครูแหงนหน้าขึ้นไปดู เห็นผู้หญิงหน้าซีดๆ ยิ้มเบาๆ แล้วปรบมือให้ นั่งห้อยขาอยู่บนคาน …

 

 

19. เรื่อง สยองบ้านใหม่

เลิฟกับครอบครัวได้ตกลงซื้อบ้านอยู่รวมกัน โดยมี เลิฟที่ตอนนั้นอยู่ ม.1 แม่ น้าชาย ป้า และยายอยู่ โชคดีได้บ้านถูกอยู่ใกล้วัด บ้านชั้นเดียวขนาดพอดีมีที่จอดรถได้หนึ่งคัน ราคาถูกมาก ทำให้เหลือเงินไปซื้อรถเก๋งมือสองมาไว้ขับพายายไปโรงพยาบาล ตอนย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ชาวบ้านก็ซุบซิบนินทาแต่แม่ก็บอกว่าสนใจเพราะเค้าเห็นเราแปลกหน้า แล้วคืนแรกที่เข้าอยู่หมาก็หมาหอนที่หน้าบ้านจนน้าชายต้องเอาก้อนหินปาไล่ไป ยายก็เลยบอกว่าพรุ่งนี้ต้องไหว้เจ้าที่เจ้าทางสักหน่อย หลังจากนั้น เหตุการณ์ก็ปกติ แต่เรื่องราวประหลาดก็เกิดขึ้น เมื่อยายโดนผีอำบ่อยๆ หนักเข้าก็อาละวาดจะไม่อยู่บ้านนี้แล้ว จนป้าต้องมานอนเป็นเพื่อน เพราะยายบอกว่ามีผู้ชายมาบีบคอแก ส่วนน้าชายก็เริ่มแปลกไป จากคนที่เลิกกินเหล้ามานานก็หลับมากินเหล้าอีก แล้วก็ทำท่าทางเหมือนคุยกับใครไม่รู้ แม่ก็บอกว่าอย่าไปสนใจ ตามประสาคนเมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเลิฟคือจะเห็นก้อนสำลีเล็กๆ ตกอยู่ตามพื้นบ้านประจำ เลิฟก็ได้แต่เก็บทิ้งไป แต่ไม่ได้บอกใคร

มีคืนหนึ่งเลิฟปวดฉี่กลางดึก ออกมาเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียงกุกกักที่รถของน้าชาย คิดว่าเป็นขโมยมาขโมยของในรถแน่ๆ ก็แอบย่องไปดู เห็นฝากระโปรงท้ายรถเปิดอยู่ แล้วมีมือโผล่ออกมา พยายามจะเปิดฝากระโปรงรถ แต่ไม่สำเร็จ ก็ลุกพรึ่บขึ้นมา เป็นน้าชายเลิฟนั่นเอง เลิฟก็แปลกใจและสงสัยมาก ด้วยความอยากรู้เลิฟก็ไม่นอน รอจนดึกสงัดแล้วได้ยินเสียงไขกุญแจเปิดกระโปรงท้ายรถ น้าชายยัดตัวเองเข้าไปให้พอดีให้อยู่ในกระโปรงท้ายรถ แล้วงับฝาลง แง้มช่องเล็กๆไว้หายใจ เลิฟก็สงสัยอย่างหนัก น้าชายทำแบบนั้นทำไม สุดท้ายเลิฟก็ตัดสินใจเล่าให้ทุกคนในบ้านฟัง ซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วแต่ไม่มีใครพูด พอเปิดใจยายก็เรียกน้าชายมาถาม แกก็จะตอบว่า “ชอบนอน เพราะว่ามันเงียบ และมืดดี” พอห้ามแกก็จะอาละวาดเหมือนคนบ้า

จนวันหนึ่งเลิฟเลิกเรียนกลับมาบ้าน ไม่เห็นใครอยู่บ้านเลย ซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้ เลิฟเริ่มตกใจสิ่งไปถามร้านขายของชำว่าเห็นครอบครัวไหม ร้านขายของจึงบอกว่าน้าชายเลิฟตายแล้ว เลิฟรีบวิ่งไปที่วัดทันที น้าชายของเลิฟแขวนคอตายในห้องของแกเอง แล้วส่งที่ทำให้เลิฟประหลาดใจคือ ที่จมูก และหูของศพน้าชายมีสำลีก้อนเล็กๆอุดอยู่ เหมือนสำลีที่เบิร์ดเจอในบ้าน แต่ก็ไม่ได้บอกใครเหมือนเดิม เพราะแค่นี้ทุกคนก็เศร้าแล้ว น้าชายตายยายก็ร้องไห้ทุกวัน จนแม่ตัดสินใจขายบ้านพร้อมรถในราคาถูกแสนถูก

 

 

20. เรื่อง คำขู่อาฆาต

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องของเลิฟ เอามาต่อเลยนะคะ เลิฟเป็นคนนครสวรรค์ 10 กว่าปีที่แล้วเลิฟเรียนจบใหม่ เที่ยวกลางคืน กินเหล้า เข้าผับตลอด แล้วไปชอบผู้หญิงคนหนึ่ง จนผู้หญิงตามมาอยู่ที่บ้าน แต่ผู้หญิงขี้เกียจ งานบ้านไม่แตะ เอาแต่เที่ยวเตร่ แล้วทะเลาะกับแม่เลิฟตลอด จนหนักเข้าก็ลงไม้ลงมือ เลิฟทนไม่ไหว ไล่ออกจากบ้าน ผู้หญิงคนนั้นก็ชี้หน้าด่าอาฆาตว่า ‘แล้วพวกจะได้เห็นดี กูไม่เอาพวกไว้แน่!’ ก่อนขนของออกจากบ้านไป

หลังจากนั้นแม่ก็ห้ามเลิฟเที่ยว เพราะกลัวผู้หญิงคนนั้นจะจ้างคนมาทำร้าย เลิฟก็ไม่ไป แล้วสองอาทิตย์ผ่านไป เลิฟเกิดไม่สบายมาก แล้วอยู่ดีดีก็คิดถึงผู้หญิงคนนั้นขึ้นมา ทั้งที่ไม่เคยคิดถึงเลยตั้งแต่เธอไป เลิฟไปหยิบน้ำในตู้เย็น เหมือนมีลมมาปะทะที่ตัววูบนึง แล้วเลิฟก็ไปนอนต่อ เพราะเข้าใจว่าเป็นลมที่มาจากหน้าต่างที่เปิดไว้ พอนอนไปสักพัก ได้ยินเสียงเหมือนคนมาหายใจ ฟืด ฟาด ยาวๆที่ด้านหลัง รู้สึกเหมือนมีคนมานอนอยู่ข้างหลัง แล้วสักพัก สิ่งที่นอนอยู่ข้างหลังก็มาดึงมือเลิฟไป ซึ่งมือนั้นเย็นมากๆ เหมือนแช่แข็งไว้ แล้วเลิฟก็สะบัดสุดตัวแล้วเด้งตัวขึ้นมาเปิดไฟหัวเตียง ห้องว่างเปล่าไม่มีอะไร เลิฟก็คิดว่าคงเป็นเพราะพิษไข้ หรือนอนละเมอ

หลังจากนั้นเลิฟก็เจอแบบนี้ทุกคืน จนหนักสุดคืนหนึ่ง เลิฟรู้สึกเหมือนมีอะไรมากอด พอเหลือบตามองก็เห็นรูปร่างเหมือนคน ตามตัวและหน้ามีแต่แผลไฟไหม้ ดำๆแดงๆ เต็มไปหมด ที่สำคัญเหม็นเน่ายิ่งกว่าอะไรดี แล้วมันก็กระซิบที่ข้างหูเลิฟว่า “เรารักเธอนะ เรารักเธอนะ ” อยู่แบบนั้น เลิฟตกใจกลัวจนร้องไห้ ฉี่แตก แล้วก็ช๊อกจนสลบไปเลย เช้ามาก็จับไข้ แต่ไม่ได้เล่าให้แม่ฟัง หลังจากนั้นเลิฟก็เริ่มไม่กล้นอน ต้องหาอะไรทำ รอตีสองตีสาม ให้หลับไปเอง แต่ยังโดนรังควานตลอดจนเลิฟโทรมลงเรื่อยๆ เสียการเสียงาน แล้วสุดท้ายก็ไม่เข้าบ้าน ไปจอดรถนอนตามปั๊ม ตามที่สาธารณะเพื่อนอน แต่ก็แปลกที่ไม่เจออะไร แต่ร่างกายก็เริ่มไม่ไหว จนเพื่อนบอกว่าเลิฟพูดคนเดียวซึ่งเลิฟไม่รู้ตัวเลย จนเครียดหนัก ก็เล่าให้แม่ฟัง แม่พาไปหาหมอโรคจิต แล้วหมอก็บอกว่าซึมเศร้า สุดท้ายโดนไล่ออกจากงาน คือช่วงนั้นเลิฟถึงกับจะฆ่าตัวตายเลยทีเดียว

 

จนวันนึงเลิฟไปซื้อของร้านสะดวกซื้อได้ยินคุณป้าสองคนคุยกันว่าลูกเขยโดนเมียน้อยทำของใส่เกือบตาย แต่ดีอาจารย์ช่วยได้ทัน เลิฟคิดถึงคำอาฆาตของผู้หญิงคนนั้นทันที เลิฟเดินเข้าไปถามว่าอาจารย์คนนั้นอยู่ที่ไหน ป้าก็บอกว่าชื่ออาจารย์สมบัติ เป็นหมอไสยศาสตร์ เลิฟกับไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ตกใจแล้วต่อว่าที่ไม่รีบบอกเกือบจะเป็นบ้าหรือตายไปแล้ว วันต่อมาแม่กับเลิฟก็พาไปหาอาจารย์สมบัติซึ่งยืนยันว่าโดนของจริงๆ เป็นของแขก แรงมาก ไม่แก้อาจตายได้ แล้วให้ไปเตรียมของมา คือ ไข่ไก่ 6 ฟอง ธูป เทียนขี้ผึ้งแท้ บุหรี่ หมาก พลู และน้ำเปล่า แล้วก็ให้เลิฟถอดเสื้อผ้าให้หมด นุ่งแต่ผ้าขาวม้า อาจารย์ใช้ให้แม่เลิฟเอาไข่หกฟองมาวนรอบๆ เลิฟตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วอาจารย์ก็ตอกไข่ใส่กะลามังให้ดู ไข่ทั้งหกฟองเน่าหมด ทั้งที่เป็นคนซื้อที่เซเว่นเองกับมือจะเน่าได้ไง เลิฟก็เคยได้ยินกลสลับไข่มาบ้าง

 

ระหว่างทำพิธีก็มองอาจารย์ตลอด แต่แกก็ทำให้ดูเห็นๆ จนเลิฟกับแม่เชื่อจริงๆว่าโดนของ แล้วอาจารย์ก็ให้เลิฟไปนั่งนอกชานบ้านหันหน้าไปทิศตะวันแดง เหยียดขาออกและพนมมือ ระหว่างนั้นอาจารย์ก็บริกรรมคาถาพร้อมทำน้ำมนต์ไปด้วย สักพักเอาดาบยาวเท่าศอก มาแตะๆ บนหัว หลัง แขน ขา วนไปอย่างนั้น จนเลิฟรู้สึกเวียนหัวเหมือนจะเป็นลม สักพักลมพัดแรงมาก สักพัก มีอะไรมาทุบหลังเลิฟ ปึก ปึก ปึก สามครั้ง ซึ่งเจ็บและจุกมาก และตามด้วยน้ำเย็นๆราดตัว แต่เลิฟรู้สึกโล่งอย่างประหลาด แล้วอาจารย์ก็ให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ อาจารย์สรุปว่าของที่โดนมาเปนของแข็งที่ใช้วิญญาณผีตายโหงที่เผาไม่ไหม้มาเล่นงาน อาจารย์รู้ว่าใครทำ และส่งกลับไปหาเจ้าของแล้ว แต่บอกว่าเลิฟไม่ต้องรู้ แต่ให้ทำบุญเยอะๆ แล้วก็ให้น้ำมนต์ไปพรมทั่วบ้าน และอาบ ดื่ม กิน เปนเวลา 7 วันก็จะไม่มีอะไรเกิดอีก

แม่ส่งเงินให้อาจารย์หลายพันบาท แต่อาจารย์ไม่รับบอกขอค่าครูแค่ 7 บาทเท่านั้น แล้วเลิฟก็แอบถามแม่ว่า อาจารย์ทำอะไรที่หลัง ทำไมเจ็บๆ แม่บอกว่าอาจารย์เอาดาบฟันลงกลางหลัง แม่เองก็ตกใจมาก แต่หลังของเลิฟกับมีแค่รอยแดงๆ แค่นั้น

 

 

21. เรื่อง ค่ายสยองที่ภาคใต้

เจอยู่ ม.2 ต้องไปเข้าค่ายลูกเสือที่ค่ายทหารที่ภาคใต้สามวันสองคืน ซึ่งเป็นค่ายทหาร ระหว่างทางไปเพื่อนๆก็พากันเล่าเรื่องผีแต่เจไม่ฟัง เพราะกลัวผีอยู่แล้ว ไปถึงค่ายก็กางเต้นท์ซึ่งนอนได้เต้นละห้าคน พอตกดึกเพื่อนๆก็เล่าเรื่องผี เจก็ต้องฟัง เพราะอยู่ตรงนั้น สักพักได้ยินเสียงเพื่อนผู้หญิงที่เป็นยุวกาชาดกรี๊ดขึ้น ครูก็วิ่งมาดู เธอเล่าว่าฝันเห็นผู้ชายแก่ๆชุดขาวเข้ามาในเต๊นท์ แล้วบอกว่า “พวกเมิงเจอดีแน่” ทุกคนกลัว แต่ก็คิดว่าเพื่อนแค่ฝันร้าย ตื่นเช้ามา หลังเข้าแถวเคารพธงชาติ เพื่อนก็พากันไปอาบน้ำ แต่เจมัวเล่นโทรศัพท์อยู่ ก็เลยต้องไปอาบคนเดียว ซึ่งไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำแล้ว ตอนอาบน้ำก็รู้สึกเสียวแป๊บที่ลำคอ เหมือนมีลมผ่าน พอหันไปก็ไม่มีใคร เจกลัวก็เลยรีบล้างตัวแล้วกลับไปที่เต๊นท์

จนกลางคืนมีกิจกรรม คือปิดตาเดินตามแผนที่จะมีแค่หัวหน้าเท่านั้นที่เปิดตาแล้วบอกทาง ด่านแรกไม่มีอะไร แค่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา พอจะไปด่านที่สอง ครูก็ให้นับคน ซึ่งกลุ่มเจมีเจ็ดคน เพื่อนๆก็นับมาเรื่อยๆ 1 2 3 4 5 6 แต่เจไม่ยอมนับ เพราะรู้มาว่าอยู่ในป่ากลางคืนห้ามนับคนเพราะอาจจะเกินมา แต่ครูกลับปล่อยไป ทั้งๆที่คนไม่ครบ เจก็งงมาก สักพักได้ยินเสียงผู้หญิงกรี๊ด ทุกคนเปิดตาแล้ววิ่งกลับไปที่จุดเริ่มต้นเลย แล้วครูก็ไล่ไปนอนหมด ทั้งๆที่หกิจกรรมไม่จบ พอตอนเช้าทุกคนก็เก็บของกลับบ้าน แต่ก็แปลกใจเรื่องเมื่อคืนที่ผู้หญิงกรี๊ด ครูเลยบอกว่า ตอนทำกิจกรรมมีเพื่อนผู้หญิงชี้ไปบนต้นไม้ แล้วบอกว่า “ดูสิ มีคนดูพวกเราอยู่” เพื่อนเงยหน้าขึ้นไปดู ก็เจอผู้หญิงแต่งชุดไทยนั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งไม้สูง หน้าตาน่ากลัว แต่ใต้ต้นไม้ก็มีศาลเก่าๆ อยู่ด้วย ตอนกลับ เจก็ถามเพื่อนว่า เจไม่ได้นับ 7 ทำไมครูให้ผ่านทั้งๆ ที่คนไม่ครบ เพื่อนก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า มีคนนับ 7 จริงๆ

 

 

22. เรื่อง ห้องวีไอพี

บาสเป็นผู้ช่วยพ่อครัวที่ร้านอาหารในพัทยา เป็นร้านใหญ่เป็นตึกห้าชั้น ชั้นหนึ่งกับสองเป็นห้องแอร์ทั่วไป ชั้นสามเป็นห้องวีไอพี ส่วนชั้นสี่เก็บของ และชั้นห้าเป็นของพักของคนขับรถและเจ้าของร้าน แต่ก่อนตึกนี้จะเดินทะลุเข้าโรงแรมได้ แต่ตอนนี้ปิดแล้ว การขึ้นลงใช้ ลิฟท์เท่านั้น เพราะบันไดอยู่ฝั่งโรงแรมที่ปิดไปแล้ว ผ่านไปสองเดือน ช่วงเลิกงานพนักงานก็จะจับกลุ่มกินเหล้ากัน บาสก็บอกเพื่อนๆว่า ยังไม่เคยขึ้นไปชั้นสามเลย เพื่อนๆบอกว่า ชั้นสามเป็นห้องวีไอพี เอาไว้รับแขกช่วงไฮซีซั่น ช่วงนี้ไม่มีหรอก แค่ชั้นสองยังไม่เต็มเลย แล้วคนในวงเหล้าก็เปลี่ยนเรื่องคุยไป

 

วันต่อมาด้วยความอยากรู้ บาสเลิกงานเที่ยงคืนกว่า ก็แอบกดลิฟท์ขึ้นไปชั้นสามคนเดียวเลย พอลิฟท์เปิดก็เห็นเป็นห้องมีทั้งหมดห้าห้อง แต่ละห้องมีสวิตช์ไฟอยู่ในห้อง และห้องล๊อก จนบาสเดินไปถึงห้องห้าห้องสุดท้าย ในห้องก็มีโต๊ะจีนแล้วก็เก้าอี้วางเรียบร้อยอยู่เหมือนห้องอื่นๆ ตอนที่บาสมองอยู่นั้น ได้ยินเสียงคนเลื่อนโต๊ะแล้วทำแก้วตกแตกอยู่ห้องถัดไป แต่บาสไม่คิดหันไปมอง รีบเดินให้ถึงลิฟท์ให้เร็วที่สุด แต่พอกดเรียกลิฟท์ มันก็ไม่ขึ้นไฟอะไรเลย (จขกท เริ่มขนลุก 555 อันนี้คืออ่านไปพิมพ์ไปเลย ลุ้นสุดๆไม่ได้อ่านก่อนค่อยเอามาพิมพ์) แต่ลิฟท์ไม่เปิด

 

บาสก็นึกได้ว่าตัวเองไม่ได้กดลิฟท์ให้เปิดค้างไว้ ป้าที่ดูแลตึกคงจะปิดลิฟท์ไปแล้วเพราะคิดว่าคนกลับหมด จะโทรศัพท์ก็ดันไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา บาสกลัวจนน้ำตาไหล และรู้ตัวว่าต้องติดบนนี้จนเช้าแน่ๆ แต่พอดีบาสนึกได้ว่ามันมีลิฟท์ส่งอาหารจึงคิดว่าจะเขียนข้อความส่งลงไป เพราะลิฟท์ส่งอาหารไม่เคยปิด แต่ประเด็นคือลิฟท์ส่งอาหารอยู่อีกฝั่งที่ติดกับห้องวีไอพีห้องสุดท้าย แต่บาสกลัวที่จะอยู่ทั้งคืนจึงแข็งใจเดินไป ระหว่างเดินก็ได้ยินเสียงคนกระทืบเท้าจากด้านในที่ห้องวีไอพีสี่ บาสน้ำตาแตก และเขียนข้อความในกระดาษส่งลงไปว่า “ช่วยด้วย ผีหลอกอยู่ชั้นสาม ขึ้นมารับหน่อย” ระหว่างที่รอเสียงเปิดประตูจากห้องวีไอพีสี่ บาสเข้าอ่อนนั่งก้มหน้าน้ำตาแตก ไม่กล้ามอง แล้วก็มีเสียงเดินเข้ามาใกล้ๆเรื่อยๆ แต่สุดท้ายเสียงลิฟท์เปิดออก พร้อมป้าแม่บ้านและพนักงานวิ่งเข้ามาหาบาส และมุงดูว่าขึ้นทำไม ขนาดคนอื่นอยู่มาตั้งนานยังไม่มีใครกล้าขึ้นมา บาสทำงานต่ออาทิตย์เดียวเพื่อเอาเงินเดือนแล้วลาออกไปเลย

 

 

23. เรื่อง เข้าค่ายชมดาว

เอกไปเข้าค่ายลูกเสือตอนมัธยมที่ค่ายบนเขามีแต่ป่าล้อม พอตกดึกก็ทำกิจกรรมรอบกองไฟ แล้วแยกย้ายไปนอน เอกเกิดหิวขึ้นมากลางดึก เลยนึกได้ว่า ซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งไว้ตอนเย็น เลยจะแอบเอาออกมากินคนเดียวนอกเต๊นท์ และกะว่าจะนั่งดูดาวไปด้วยเพราะบรรยากาศดี แต่ตอนกินก็มีลมพัดเย็นยะเยือกพร้อมกลิ่นเหม็นเน่าตลอดเวลา แต่เอกไม่คิดอะไร นั่งกินต่อไป แล้วหางตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างยืนอยู่ไม่ไกลและรู้สึกว่ามันจ้องอยู่ เอกนั่งตัวแข็ง ตัดสินใจหันไปดู ปรากฏว่ามันหายไปในต้นไม้ต่อหน้าต่อตา แล้วก็คิดว่าตัวเองนอนดึกตาฝาดไป ก็เลยไปล้างหน้าล้างตา พอเงยหน้ามาส่องกระจกก็เจอเลย เห้ ข้าวเหนียวติดอยู่หางตา
โอ๊ยย หลอกให้พิมพ์จนจบ ขอโทษผู้อ่านนะคะ ได้พิมพ์แล้วก็ลงเลยแล้วกัน

 

 

24. เรื่อง เงาที่ตามมา

อันเป็นเด็กเกเร ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ออกเที่ยวทุกวัน อันอยู่กับพ่อที่สระบุรี เป็นบ้านพักคนงานก่อสร้าง ด้วยความที่พ่ออยู่มานานเลยขอได้สองห้อง อันกับพ่อก็อยู่คนละห้องเลย อันเริ่มเป็นเด็กเละเทะขึ้นเรื่อยๆ จนไม่ไปเรียนเป็นเดือนๆเลย วันหนึ่งอันมีเรื่องทะเลาะตบตีกับเพื่อนอีกห้องตามประสาเด็กก็เข้าห้องปกครอง ตอนเย็นก็ไปเชียร์บอลที่โรงเรียนนายร้อย พอตอนกลับมีเพื่อนผู้ชายสองคนอาสาไปส่งอันกับเพื่อนเพื่อนผู้หญิงอีกคน โดยสองสาวนั่งแค๊บหลัง เป็นรถกระบะ อันกับเพื่อน ก็แอบงีบไป สักพักได้ยินเสียงโครม แล้วตัวกระตุกแรง ปรากฏว่ารถชนกับกำแพงบ้านข้างทาง แล้วกู้ภัยก็มาช่วย ไม่มีใครเป็นอะไรมาก จากนั้นก็แยกย้ายกลับ แต่อันไม่ได้บอกพ่อเรื่องนี้ ผ่านไปอาทิตนึงอันเริ่มมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้น คือกึ่งหลับกึ่งตื่น แล้วเหมือนนมีผู้ชายมาลวนลาม กอดจูบลูบคลำ ตอนนั้นรู้แล้วว่าไม่ใช่คนแน่ๆ ก็ลุกเฮือกขึ้นมาก็ไม่มีใครอยู่ แต่ตามตัวมีรอยเขียวช้ำเป็นจ้ำ อันตัดสินใจไปเล่าให้น้าสาวฟัง น้าบอกว่า “ถ้าเมิงยอมเค้า เค้าก็จะมาทำอย่างนี้ตลอดไป ดีนะที่เมิงไม่ยอม”

 

คืนต่อมา พ่อกันกลับบ้านที่สุพรรณบุรี อันก็พาแฟนมานอนด้วย ห้องอันปูเสื่อน้ำมันเวลาเดินก็จะติดเท้าดังยวบๆ ประตูก็เป็นสังกะสีเวลาเปิดก็มีเสียง แล้วกลอนก็พังล๊อกไม่ได้ ตกดึก อันได้ยินเสียงคนเปิดประตู แล้วเดินยวบๆเข้ามา แต่ไม่กล้าปลุกแฟน จนแน่ใจว่ามีคนเดินเข้ามาแน่ๆ แล้วมาหยุดนั่งยองๆ อยู่บนหัวอันกับแฟน อันต้องใจ สาดไฟฉายจากมือถือใส่แต่ก็ไม่มีอะไร ผ่านไปไม่ถึงอาทิตอันนอนคนเดียวก็มีมาอีก อันนอนตะแคงข้าง พอลืมตาขึ้นเห็นเงานั่งกอดเข่าอยู่ข้างๆ อันตกใจมากท่องนโมตัสสะ แต่กลับได้ยินเสียงร่างนั้นท่องตามแล้วท่องไปหัวเราะไป จนอันไปเล่าให้เพื่อนฟัง และขอไปนอนกับเพื่อน แต่ไม่ช่วยอะไร อันนอนเปิดดเพลงฟัง ยังไม่หลับดี ก็เห็นเงาเดิมอยู่บนหัวเตีง แล้วชะโงกหน้าก้มมามอง ตอนนั้นอันขยับตัวไม่ได้ แต่ในใจก็แช่ง “ไทม่ไหวแล้ว ถ้ามาหลอกอย่างนี้จะแช่งไม่ให้ไปผุดไปเกิดเลย” แต่อันได้ยินเสียงใหญ่ๆ ตอบกลับมาว่า “กูไม่กลัวเมิงหรอก”

 

สภาพอันช่วงนั้นคือโทรมมาก อยู่คนเดียวไม่ได้เลย ไปเรียนก็เหม่อลอย จนครูเรียกไปคุย อันเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังทั้งน้ำตาเพราะไม่ไหวแล้ว ครูรีบพาเราไปที่วัด เจ้าอาวาสบอกว่า “สิ่งที่เจ้าเจอน่ะ เจอยากมากถ้าไม่มีบุญ” แล้วท่านให้คาถามาว่า “ทุสะนะโส ผีเหลียวมาให้ตาแตก” แล้วท่านก็ให้สายสิญจน์ น้ำมน แล้วเป่าคาถา แล้วก็ไม่เจอเงานั้นอีก สรุปอันมีเซ้นส์เรื่องผีตั้งแต่รถชน จนตอนนี้ เห็นผีได้ จนแยกไม่ออกว่าผีหรือคน ถึงจะชินแล้วแต่ก็ยังกลัวอยู่ดี

 

 

25. เรื่อง บ้านใหม่ของพวกเรา

ตอนนิหน่าอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี พ่อเลี้ยงหาเช่าบ้านอยู่ โดยครอบครัวนิหน่ามี พ่อเลี้ยง แม่ พี่สาว 2 คน และนิหน่า โดยบ้านเช่าที่หาได้เป็นทาวส์เฮ้าส์สองชั้น มีที่จอดรถได้หนึ่งคัน ประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านตรงกันพอดี พอเข้าประตูหน้าบ้านก็จะมีห้องนอนหนึ่งห้องอยู่ทางขวามือ และชั้นสองมีห้องนอนสองห้อง พี่สาวคนโตที่เป็นลูกคนโปรดก็บอกว่าโตแล้วขอห้องส่วนตัวที่ชั้นสองห้องหนึ่ง ส่วนนิหน่ากับพี่คนกลางนอนชั้นล่าง นิหน่าไปช่วยพี่สาวคนโตจัดห้องที่ชั้นสองแต่รู้สึกอึดอัดแปลก แต่ก็ไม่คิดอะไรจนจัดเสร็จ อยู่มาเรื่อยๆ เดือนที่สองแม่กับพ่อเลี้ยงมีปากเสียงกันบ่อยขึ้นแล้วคืนหนึ่ง พี่สาวคนโตวิ่งลงมาขอนอนด้วยแล้วบอกว่าฝันว่ามีชายแก่ๆ เปิดประตูเข้าไปในห้อง แล้วเดินไปปีนเก้าอี้เปิดฝ้าเพดานแล้วปีนขึ้นไป พอพี่สาวสะดุ้งตื่น ฝ้านั้นก็เปิดอยู่จริงๆ เลยต้องวิ่งลงมา พวกเราก็เลยพากันไปเล่าให้แม่ฟัง แล้วพากันไปดูฝ้าเปิดอยู่จริงๆ พ่อเลี้ยงเลยเอาเก้าอี้ปีนขึ้นไปปิดฝ้า ตอนปีนขึ้นไปหัวพ่อเลี้ยงก็จะลอดช่องได้พอดี แล้วพ่อเลี้ยงก็ทำหน้าซีด รีบปิดฝ้า พอถามว่ามีอะไร พ่อเลี้ยงก็บอกว่าไม่มีอะไร หลังจากนั้นแม่กับพ่อเลี้ยงก็ทะเลาะกันจนเลิกกัน แล้วธุรกิจก็แย่ลงๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้รักกันมาเป็นสิบปีไม่มีอะไรเลย หลังจากนั้นก็พากันย้ายออกหมด แล้วนิหน่าก็เริ่มมีงานพริตตี้ติดต่อเข้ามา ทั้งที่ตอนที่อยู่บ้านนั้นไม่มีงานอะไรเลย
แต่สิ่งที่เจ้าของกระทู้อยากรู้คือ พ่อเลี้ยงเจออะไร เป็นหยังคือบ่บอก T_T

 

 

26. เรื่อง ผู้หญิงที่หน้าวัด

พลอยกับแฟนจะได้บ้านเพื่อนกัน ตอนนั้นก็ดึกแล้วต้องออกมารอรถหน้าปากซอย ซึ่งหน้าปากซอยจะมีวัด แล้วสักพักมีผู้หญิงคนหนึ่งมายืนรอด้วย ก็อุ่นใจ พลอยคุยเล่นกับแฟนไปสักพัก หันไปอีกทีผู้หญิงคนนั้นก็ไม่อยู่แล้ว พลอยเลยถามแฟนว่า “ผู้หญิงคนเมื่อกี้ไปไหนแล้ว” แฟนพลอยเงียบ แล้วบอกว่า “กลับเถอะพลอยมันดึกแล้ว ” พลอยก็งง แล้วแฟนก็โทรไปบอกเพื่อนว่าไม่ไปแล้ว แล้วก็จูงมือพลอยกลับบ้าน พอเดินไปสักพักแฟนพลอยก็หันหน้าหันหลัง แล้วบอกพลอยว่า “อย่ามองไปข้างหลังนะ” พลอยก็ถามว่า “ทำไม มีอะไรเหรอ” แฟนพลอยไม่ตอบ พลอยเลยหันไปมองก็ไม่มีอะไร

 

จนกลับถึงบ้าน พลอยก็ถามว่ามีอะไร แฟนไล่ให้ไปอาบน้ำนอน ประมาณตีสาม พลอยตื่นจะเข้าห้องน้ำ ระหว่างทางไปห้องน้ำจะมีหน้าต่างที่มองลงไปเห็นหน้าบ้าน คือพลอยอยู่ชั้นสาม พอมองลงไป ก็เห็นผู้หญิงคนที่ยืนรอรถยืนอยู่หน้าบ้าน เงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้ พลอยก็ยิ้มตอบ แต่ก็งงว่ามาทำอะไร พอมาจากห้องน้ำ มองไปที่หน้าต่าง พลอยเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นแนบติดกับหน้าต่างเลย พลอยตกใจกรี๊ดลั่น วิ่งเข้าไปปลุกแฟน ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น จนพลอยนอนคลุมโปงร้องไห้ แล้วหลับไป ตื่นมาพลอยก็ถามแฟนว่ามีอะไรเมื่อคืนตอนเดินกลับ แฟนบอกไม่มีอะไรแค่ง่วง แต่พอพลอยเล่าเรื่องที่พลอยเจอให้ฟัง “ที่ไปยืนรอรถเมื่อคืน มีผู้หญิงเคยโดนรถชนอัดกแพงวัดตาย แล้วใครที่เห็นหรือพูดถึง ก็จะตามไปถึงบ้าน”
ดึกๆ ดื่นๆ เห็นอะไรอย่าไปทักนะคะ เดี๋ยวตามถึงบ้าน

 

 

27. เรื่อง วิญญาณตามติด

ย้อนไปเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ฝ้ายเป็นลูกคนเดียวและอยู่กับครอบครัวที่ต่างจังหวัด ฝ้ายมีอะไรที่ไม่เหมือนเด็กคนอื่นคือมีผีเข้าอยู่เป็นประจำ อาการคืออยู่ดีๆ ก็จะวูบไป ขนลุกไปทั้งตัว แล้วเหมือนมีคนมายืนลูบหลัง ก่อนหมดสติแล้วจำอะไรไม่ค่อยได้ พอเล่าให้แม่ฟัง แม่บอกไม่เชื่อ หาว่าพูดไปเรื่อยเปื่อย พักหลังอาการฝ้ายหนักขึ้น เดินไปที่ระเบียง กลางถนน บางครั้งก็ร้องได้คนเดียว และทำไปแบบไม่รู้สึกตัวเลย จนมีคนมาดึงไว้ทันตลอด จนแม่เริ่มเชื่อ แม่พาไปหาคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน ไปทำพิธีปัดรังควาญ เอาสายสิญจน์มาพัน สวดคาถา พรมน้ำมนต์ใส่ แรกๆ ก็ดีขึ้น สักพักก็เป็นอีก วนๆอยู่แบบนี้เป็นปี จนวันหนึ่งฝ้ายไปเล่นบ้านเพื่อนที่ห่างจากหมู่บ้านออกไป ไปกับเพื่อนแค่สองคน ไม่มีผู้ใหญ่ไปด้วย ฝ้ายไปเจอกับลุงของเพื่อน ที่เป็นคนมีคาถามีของ แกจ้องฝ้ายแล้วเรียกไปหา แล้วถามว่า “รู้ตัวหรือเปล่าว่ามีวิญญาณตามอยู่” แล้วบอกว่า “ให้แม่ไปทำบุญด้วยนะ เค้าแค้นที่หนูได้เกิดที่เค้าไม่ได้เกิด เป็นเด็กผู้ชาย เค้าจะเอาหนูไปอยู่ด้วย”

 

ฝ้ายรีบวิงกลับบ้านไปถามแม่ “แม่ หนูมีพี่ชายใช่มั้ย แม่ฆ่าเขาใช่ไหม?” แม่ก็หน้าซีด กระชากแขนแล้วด่าว่าไปรู้มาจากไหน แม่ดุแล้วอาละวาดเลย “เออ ยายเมิงให้กูทำ คิดว่ากูอยากทำเหรอ เด็กมันตั้งหกเจ็ดเดือนแล้ว แล้วเมิงไปรู้มาจากไหนใครบอก เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ” ฝ้ายก็เล่าไป แล้วแม่ก็นั่งร้องไห้ไม่พูดไม่จา เช้ามาแม่ก็ไปทำบุฯ แ

 

 

28. เรื่อง ส่งสาวกลับหอพัก

นิกเลิกจากการทำโอทีวันหยุด แล้วไปดื่มต่อกับเพื่อนร่วมงาน นิกดื่มเบียร์ไปสองแล้ว แล้ววันนั้นเป็นวันพระใหญ่ พอดื่มเสร็จนิกก็ขี่มอไซด์ไปส่งรุ่นพี่คนนึงแถวๆปทุมธานี เป็นซอยลึกเข้าไป พอขากลับ นิกเกือบจะขับรถชนผู้หญิงคนนึง พอเห็นหน้าชัดๆ ก็จำได้ว่า เป็นสาวที่ร้านคาราโอเกะ แต่นิกเห็นหน้าของผู้หญิงคนนั้นมีแต่คราบน้ำตา แล้วจึงถามไปว่า “ดึกแล้ว วันนี้เข้าพรรษาไม่หยุดเหรอ” เธอตอบกลับมา “หนูเพิ่งเลิกกับแฟน” สภาพที่เห็นหน้าจะมีการใช้กำลัง เพราะเห็นเขียวจ้ำเต็มไปหมด นิกอาสาไปส่งที่ห้อง เธอก็ยิ้มแล้วขึ้นรถ ระหว่างทางก็ไม่ได้คุยอะไรกัน เธอกอดผมไว้ พอเข้าซอย หมาก็เริ่มหอน แต่นิกไม่ได้สนใจอะไร พอถึงจุดหนึ่ง เธอตะโกนบอกให้นิกจอดตรงนี้ แต่มันยังไม่ถึงห้องเธอที่บอกทางไว้ ตรงนั้นมีแต่ป่า และมืดมาก มีแค่แสงไฟไกลๆ แล้วเธอก็พูดว่า “เราอยากให้เธอมาอยู่ด้วย มาอยู่ด้วยกันไหม” เธอพูดไปร้องไห้ไป แต่น้ำตาแทนที่จะใสๆ แต่ดันกลายเป็นสีเลือด ตอนนั้นฝนเริ่มตก นิกแทบช๊อกรีบบิดรถออกมาแบบไม่ห่วงชีวิต หลังจากนั้นก็ไปถามที่ร้านที่เธอทำงาน ที่ร้านบอกว่าเธอทะเลาะกับแฟนแล้วลงรถหนีไป แฟนโมโหเลยไม่ตาม สุดท้ายเธอโดนฆ่าข่มขืนตาย

 

 

29. เรื่อง อุบัติเหตุที่หน้าบ้าน

ตอนเด็กๆซันเป็นคนธรรมะ ไปปฏิบัติธรรมกับแม่ประจำ มีอยู่วันนึงมีอุบัติเหตุเกิดที่หน้าบ้าน แต่ไม่มีใครเป็นอะไร แต่รถชนศาลพระภูมิ วันต่อมาประมาณหกโมงเย็น ได้ยินเสียงโครมมาจากไกลๆ แล้วชาวบ้านตะโกนว่า มีคนถูกรถชน ซัยและแม่วิ่งออกมาดูหน้าบ้าน มองเห็นแต่ไกลๆ ว่าคนถูกชน แต่ไม่ได้ตายทันที แกพยายามลุกขึ้น แต่รถคันหลังวิ่งมาไม่ทันระวังเลยชนซ้ำและลากร่างของแกมาที่หน้าบ้านของซัน ซึ่งเป็นระยะทางเกือบห้าร้อยเมตร แล้วซันไปจ้องตากับลุงคนนั้นพอดี จนทำให้นอนไม่หลับ ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ หกโมงเย็น แม่ซันยังไม่กลับบ้าน ซันมานั่งตัดเล็บรอที่หน้าบ้าน แล้วรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองอยู่ไกลๆ ในใจก็รู้ทันทีว่าเป็นลุงคนที่โดนรถลากมาตายที่หน้าบ้าน ซันก้มหน้าหลบ ทำเหมือนไม่เห็น พอเงยหน้าอีกที ลุงคนนั้นก็มายืนอยู่หน้าบ้านแล้ว ซันร้องไห้ตัวสั่นเดินเข้าบ้านทันที แล้วคืนนั้นทั้งคืน ซันก็ได้ยินเสียงลุงคนนั้นเรียกดังมาจากหน้าบ้านไม่ขาดสาย พอเช้ามาไปดูก็พบคราบเลือดเต็มไปหมด ซึ่งก็สงสัยว่ามาได้ไง แม่ใช้ให้ซันไปล้างคราบเลือดนั้น ซันขัดแม่ไม่ได้

 

 

30. เรื่อง ผู้หญิงจากเฟสบุ๊ค

บีมเรียนอยู่ปีหนึ่ง และอยู่หอพัก ตอนนั้นได้คุยเฟสกับผู้หญิงคนหนึ่ง คุยกันมาเป็นห้าเดือน โดยที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน บีมรู้สึกชอบเธอมากๆ และดูท่าทางเธอก็แอบมีใจ เลยขอนัดเจอกัน กะว่าจะเผด็จศึกชาล่าเฮดชาล่ากัน แต่เธอบอกว่าให้บีมบอกที่อยู่มา พรุ่งนี้จะไปหาเอง

 

พอวันต่อมา เธอก็ไม่มา โทรหาไม่รับ เฟสก็ไม่ออน บีมก็เสียความรู้สึก ผ่านไปอาทิตย์หนึ่ง บีมยังทักเฟสไปอยู่ แต่เธอไม่ออนเลยตั้งแต่วันนั้น กลางดึกคืนหนึ่ง บีมได้ยินเสียงอะไรสักอย่างอยู่หน้าห้อง ไปดูตาแมวก็ไม่เจออะไร เลยเปิดประตูออกไปดู เห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่หน้าห้อง หยิบขึ้นมาดู กระดาษใบนั้นเขียนที่อยู่แล้วก็เลขที่ห้องของบีม บีมก็งงๆ ต่อมาก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆ เวลาไปกินข้าวคนเดียวหรือไปกับเพื่อน แม่ค้าก็จะเอาจานมาให้เกินชุดนึงเสมอ แล้วก็ชอบฝันมามีผู้หญิงอยู่ในห้อง มานอนข้างๆ แถมเพื่อนก็ทักว่ามีแฟนแล้วเหรอ ไปไหนมาไหนกับสาวตลอด ทั้งๆที่บีมไปคนเดียว

 

พอขึ้นปีสองบีมชวนเพื่อนมาอยู่ห้องด้วย คนแรกอยู่ได้สองเดือนก็ย้ายออก… คนที่สองอยูได้เดือนกว่าๆ ก็ย้ายออก… เพื่อนคนสุดท้ายอยู่ไม่ถึงเดือนก็ออก… ตอนแรกถามไม่มีใครบอกว่าทำไมออก จนสุดท้ายเพื่อนยอมเล่าให้ฟัง ว่าห้องบีม ตอนกลางคืนเพื่อนจะฝันเหมือนเดิมตลอดว่ามีผู้หญิงมายืนอยู่ที่หน้าทีวี บีมก็ถามว่าหน้าตาเป็นไง เพื่อนก็บอกว่าไม่เห็นหน้า เธอหันหลังให้ จนสุดๆ เพื่อนก็ย้ายเพราะฝันว่าผู้หญิงคนนั้นหันหน้ามาแล้วเลือดเต็มหน้า แล้วคลานมานอนตรงกลางระหว่างบีมกับเพื่อน ส่วนบีมก็ยังฝันเห็นผู้หญิงคนนั้นเกือบทุกคืน ไม่รู้ว่าจะใช่ผู้หญิงในเฟสบุ๊คหรือเปล่า เพราะหลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ออน

 

ไปๆมาๆเลยสืบเรื่องจากเพื่อนๆในเฟสของเธอก็ได้ความว่าเธอตายไปแล้ว ช่วงเวลาพอดีกันกับที่เริ่มมีคนเห็นบีมไปไหนมาไหนกับผู้หญิงเลย

 

 

31. เรื่อง ชายแก่ในความฝัน

ตี้เป็นคนมีเซ้นส์ตั้งแต่เด็กๆ ครอบครัวมีอาชีพรับส่งคนกลับบ้าน คือคนป่วยที่ใกล้ตายอยากมาตายบ้าน หรือคนที่ตายแล้วเอาศพกลับบ้าน คล้ายๆ ปอเต็กตึ๊ง คืนหนึ่งพ่อของตี้ไปส่งคนป่วยกลับบ้าน ตี้กลับน้องเข้านอนก่อนพ่อแม่กลับ แล้วตี้ก็ฝันว่ามีคนมาเคาะประตู ตี้เดินไปเปิดเห็นเป็นชายแก่ใส่เสื้อสีขาวแล้วใส่กางเกงสามส่วน แต่ไม่ใส่รองเท้า เท้าเต็มไปด้วยเศษดินและหิน ตี้จะดึงประตูกลับเพราะกลัว แต่ชายแก่ดึงไว้แล้วบอกว่าช่วยหน่อย ตี้ถามว่าช่วยอะไร ชายคนนั้นบอกว่าอยากได้รองเท้า ตี้ก็งงว่ารองเท้าอะไรแล้วก็ตื่นขึ้นมา

พอตอนเช้า ตี้ถามพ่อว่าไปส่งคนเป็นหรือคนตายมา พ่อบอกคนเป็น แล้วถามว่าถามทำไม ตี้ถามว่าใส่เสื้อสีขาวกางเกงสามส่วนหรือเปล่า พ่อแม่ตกใจว่ารู้ได้ไง ตี้เล่าความฝันให้ฟัง พ่อนึกได้ว่าลืมเอารองเท้าลงให้เขา รองเท้ายังอยู่ในรถ แล้วพ่อก็ต้องเอารองเท้าไปให้ ก็เลยรู้ว่าชายคนนั้นตายตั้งแต่เหมือนคืนแล้ว

 

 

32. เรื่อง ประสบการณ์ย้ายบ้าน

เดียร์เป็นคนต่างจังหวัด ครอบครัวย้ายมาเปิดร้านอาหารที่อยุธยา เลยต้องหาบ้านเช่าใกล้ๆร้าน ก็ไปเจอบ้านหลังหนึ่งเป็นทาวน์โฮม 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และ 1 ห้องนั่งเล่น หน้าบ้านมีลานกว้าง ด้วยความชอบบ้าน ก็เรียกเจ้าของบ้านมาทำสัญญาทันที โดยไม่ถามรายละเอียดของบ้านเลย หลังจากย้ายบ้านมาได้เพียงสามอาทิตย์ มักจะมีเสียงตู้เสื้อผ้าลั่นเอี๊ยดอ๊าดอยู่บ่อยๆ บางครั้งดังมาจากข้างใน บางครั้งดังมาจากข้างบน ก็คิดในแง่ดีว่า ไม้อาจจะบวม หรือมีหนู แต่มันก็ยังคงดังอยู่ทุกๆวัน วันละ 3-4 ครั้ง แล้วเริ่มเกิดเหตุแปลกๆขึ้นเรื่อยๆ เช่น ชักโครกกดเอง ประตูครัว เปิดปิดเอง หรือบางครั้งเห็นเงาคนวูบที่หางตา

 

เดียร์เล่าเรื่องที่เกิดให้พ่อแม่ฟัง แต่ไม่มีใครเชื่อ เดียร์เริ่มโดนผีอำ เป็นผู้หญิงมานั่งยองๆ กอดเข่าทับบนหน้าอก บางครั้งเป็นผู้ชาย เล่าให้ใครฟังก็ไม่เชื่อ โดนอำแทบทุกวันเกือบจะสามเดือน จนเริ่มป่ายแบบไม่มีสาเหตุ เริ่มกินอะไรไม่ได้ นอนไม่หลับ แรกๆก็ไปหาหมอ ก็ขอฉีดยาแก้ปวด ก็ไม่หาย เลยเอ็กซเรย์ปรากฏว่าผลออกมาคือ กระดูกอ่อนซี่โครงซ้ายอักเสบ เกิดจากการกดทับหรือกระแทกกับอะไรแรงๆ หมอก็ถามว่าไปชนหรือทำอะไรมา ตี้ก็บอกว่าป่าว ตี้ก็เรียงลำดับเหตุการณ์ดู ก็คิดว่าเป็นผีสองตัวที่มานั่งทับหรือเปล่า แล้วพ่อก็เริ่มป่วย พ่อบอกว่ากลางคืนนอนไม่ค่อยหลับเหมือนมีคนเดินรบกวนตลอด ส่วนแม่อาบน้ำอยู่ดีดีก็มีคนมาผลักจากด้านหลัง จนคิ้วแตกเป็นแผลยาว เย็บ 32 เข็ม แล้วพ่อแม่ก็เริ่มเชื่อว่าบ้านหลังนี้มีอะไรแปลกๆ จึงรีบให้น้องสาวหาบ้านใหม่ ซึ่งหาได้ภายในสองวัน

 

คืนสุดท้ายก่อนย้ายออก ตี้โดนอำอีกครั้ง คราวนี้พ่อแม่น้องเห็นเป็นตัวเลยว่าผีชายหญิงนับทับเราอยู่ แล้วทุกคนก็เห็นว่าสองตัวนั้นกระโดดลงจากตัวตี้แล้ววิ่งทะลุห้องออกไป ตี้อยู่บ้านนั้นเกือบปี วันที่ย้ายออกเพื่อนบอกว่าเห็นบ้านเรานี่แหละอยู่ได้นานที่สุ นอกนั้นสองเดือนก็ย้ายออกขนาดฝรั่งยังอยู่ไม่ได้เลย

 

 

33. เรื่อง เรื่องสยองของพี่แนน

แพรมีพี่สาวชื่อแนน เรียนอยู่ในมหาลัยชื่อดังในกรุงเทพ แนนจะชอบสังสรรค์กับเพื่อนและเมาจนต้องไปนอนห้องเพื่อนสนิทคนหนึ่งตลอด หอมีสิบชั้น ห้องเพื่อนแนนอยู่ชั้นสิบ กลางดึกคืนหนึ่

แนนหิวเลยเลยเดินลงมาหาไรกิน ตอนเดินอยู่หน้าตึก ก็ได้ยินเสียงของหนักเหมือนกระสอบหล่นตุบ เฉียดหัวแนนไป แนนหันกลับไปดูเป็นผู้ชายกระโดดตึก แนนวิ่งแบบไม่คิดชีวิตจนถึงปากซอย วินมอไซด์ถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วพาแนนกลับไปดู ปรากฏว่ามีคนมุงเต็ม มีผู้ชายโดดตึกจริงๆ แล้วห้องที่โดดลงมา อยู่ชั้นสิบ ตรงกับห้องเพื่อนแนนที่อยู่ชั้นเก้าพอดี กู้ภัยมานำศพไป ได้ยินว่าเค้ามีปัญหาทางบ้านเลยคิดสั้น

ต่อมาคนที่อยู่ชั้นสิบย้ายออกจนหมด เพราะอยู่ไม่ไหว เพื่อนแนนคิดไรแผลง โดยพากันไปจุดธูปที่ศาลแล้วบอกว่าถ้าพี่ยังอยู่ให้มาเล่นไพ่กับพวกหนูนะ เอาไปเลยหนึ่งใบถ้าที่ชอบใบไหน แล้วทั้งหมดก็ขึ้นห้องไปเล่นไพ่ดัมมี่ เล่นยังไงก็กินกันไม่ลง จนนับไพ่ดู ไพ่มันเหลือ 51 ใบ ก็หากันยังไงก็ไม่เจอ เลยลงมาจุดธูปบอกอีกว่า พวกหนูรู้แล้วว่าพี่ยังอยู่คืนไพ่หนูมาเถอะ แล้วทุกคนก็กดลิฟท์ขึ้นไปชั้นเก้า แต่ลิฟท์มันเปิดที่ชั้นสิบ ทั้งที่กดชั้นเก้า แล้วประตูก็เปิดค้างอย่างนั้น คิดดูว่าไม่มีใครอยู่สักห้อง ในที่สุดทั้งหมดก็ตัดสินใจกรี๊ดวิ่งลงบันไดหนีไฟ เข้าห้องและนอนกองกันจนเช้า พอเช้ามาแสงแยงตาแนน ก็ตื่น มองไปที่หน้าต่าง แล้วเห็นเงาวูบตกลงมาจากชั้นสิบ ปลุกเพื่อนลงไปดูก็ไม่เห็นมีอะไรหล่นลงมา สุดท้ายเพื่อนแนนก็ย้ายออกทันที

ยังไม่จบ แนนย้ายไปอยู่ขอนแก่นแล้วเกิดเรื่อง ตอนนั้นแนนเมามากขับรถยนต์พุ่งชนกับรถกระบะอย่างจัง จนรถคว่ำ พี่แนนหมดสติไป ได้ยินเสียงกู้ภัยเรียก แล้วก็ถามพี่แนนซ้ำๆ ว่าเพื่อนสองคนที่มาด้วยอยู่ไหน แนนก็บอกว่ามาคนเดียว แต่คนที่เห็นเหตุการณ์บอกว่า มีผู้ชายนั่งคู่มากับแนน และผู้หญิงนั่งมาข้างหลัง ตอนวิ่งมาดูทั้งสองก็เลือดเต็มตัว แล้วชาวบ้านก็รู้แล้วว่าโดนดี เพราะเมื่อวานมีสองผัวเมียชนกับรถพ่วงตายคาที่ เขาคงหาตัวตายตัวแทน จนทุกวันนี้แนนไม่ขับรถยนต์อีกเลย ขับแต่มอเตอร์ไซด์

 

 

34. เรื่อง คุณน้าบ้านตรงข้าม

แต๊งอยู่จังหวัดอุบล บ้านแต๊งอยู่ตรงข้ามบ้านคุณน้าคนนึง ประตูบ้านตรงกันเป๊ะๆ แต่ไม่ค่อยได้คุยกัน เพราะน้าเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ไม่สุงสิงกับใคร ทำงานเป็นพนักงานขายรถยนต์ ช่างเรียนมัธยม แต๊งเจอน้าแกขึ้นรถประจำทางไปทำงานเสมอ แกก็ยิ้มทักทาย พอเลิกเรียนก็เจอแกบนรถประจำทาง มีหนังสือพิมพ์ฟุตบอลหนีบอยู่ที่แขน แล้วก็สูบบุหรี่ พอถึงบ้านแกก็จะสตาร์ทรถมอไซค์เก่าๆ เสียงดังถึงปากซอยแล้วขับออกไป ทำแบบนี้ทุกวัน จนแต๊งจบ ม.6 หลังจากนั้นแต๊งก็เข้ามหาลัยไม่ได้ค่อยได้กลับบ้าน มีอยู่วันหนึ่ง แต๊งกับเพื่อนจะไปตั้งแคมป์ที่ต่างอำเภอ แต่พอดีแต๊งจะกลับไปนอนบ้านให้เพื่อนไปรับที่บ้าน

 

ช่วงนั้นปลายฝนต้นหนาว แต๊งนอนเล่นไลน์กับเพื่อนๆ เรื่องจะไปแค้มป์จึงตีสอง แล้วได้ยินเสียงหมาหอนตลอด เลยขึ้นไปนอน ตอนจะเข้าบ้านหางตาก็เหลือบไปเห็นหน้าน้าบ้านตรงข้าม ก็สงสัยว่าไปไหนมาดึกๆดื่นๆ แล้วทำไมเดินกลับปกติขับมอไซด์คู่ใจ แล้วน้าแกก็หันมายิ้มให้ พอเช้ามาเพื่อนจะมารับ แม่ก็ถามหน้าเศร้าๆว่าไปกันกี่วันจะกลับมาทันเผาน้าบ้านตรงข้ามไหม แต๊งก็บอกว่าแม่อำหรือเปล่า เมื่อคืนยังเจอน้าอยู่เลย แม่บอกว่าน้าเสียเมื่อคืนปอดติดเชื้อนอนโรงพยาบาลสองเดือนแล้ว แต๊งทำไรไม่ถูก ยกเลิกทริปกับเพื่อนแล้วไปช่วยงานศพน้าที่วัด หลังกลัจากวัดคืนที่สาม แต๊งก็ไม่กล้านอนเปลหน้าบ้าน แต่นอนดูทีวีที่ห้องรับแขกไปเรื่อยๆ ได้ยินเสียงเลื่อนประตูเหล็กจากบ้านคุณน้าแล้วได้ยินสตาร์ทรถมอไซค์ แล้วก็เสียงไอ พร้อมสตาร์ทรถออกไป หมาเห่าทั้งซอย ปรากฏว่าชาวบ้านได้ยินเหมือนกันหมด

 

 

38. เรื่อง หลอนคืนเฝ้าศพ

นพอยู่หมู่บ้านแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ ห่างจากเมืองไป 20 กิโลเมตร มีวัดเล็กๆ อายุเก่าแก่ด้วย มีเพื่อนบ้านคนหนึ่งชื่อ ตาเด่น ที่บ้านติดกันเลย แกอยู่คนเดียว เมียตายนานแล้ว แกเป็นคนเงียบๆ แต่แกก็เอ็นดูเด่นเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง เพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก จนวันหนึ่งมีคนบอกว่าตาเด่นตายแล้ว ก็ตกใจ เนื่องจากตาเด่นตัวคนเดียว ชาวบ้านเลยช่วยกันจัดงานศพเล็กๆให้ คืนแรกไม่มีอะไร คืนที่สองเกิดเรื่องแปลกๆ ตอนพระสวด อยู่ดีดีไฟก็ดับ มืดไปทั้งศาลา มีแต่แสงจากเทียนหน้าโลงศพเท่านั้น ไฟดับนาน ชาวบ้านกลับหมด แต่พ่อวานให้นพ นอนเป็นเพื่อนเณรสี่รูปและสัปเหร่ออีกหนึ่งคน ตอนนั้นก็นอนที่ศาลาหน้าโลงศพเลย ประมาณตีหนึ่งกว่าได้ยินเสียงคนเคาะโลง ปังๆๆๆ นพงัวเงียตื่น คิดว่าคงเป็นแมว แล้วเสียงก็หายไป พอนพจะหลับอีก เสียงก็ดังอีก ปังๆๆๆ คราวนี้เสียงดังตลอด นพหันไปดู เห็นชายแก่ยืนหันหลังหน้าโลง นพก็คิดว่าลุงสัปเหร่อได้ยินเสียงเลยลุกไปดู แต่พอหันกลับมาสัปเหร่อก็ยังนอนอยู่ นพกันไปมองอีกครั้ง ชายแก่คนนั้นก็เริ่มหันมา เป็นตาเด่นนั่นเอง นพจำได้แม่น ตาเด่นหันมามองนพ กันมาแต่หัว ตัวไม่ได้หันมา นพตั้งสติบอกบอกตาเด่นอย่ามาหลอกเลย เดี๋ยวทำบุญให้ แล้วตาเด่นที่กำลังจะเดินเข้ามา ก็หายไป

 

 

39. เรื่อง ผีมาเกิด

ปลาแต่งงานมาสองปี และตอนนี้ท้องได้ห้าเดือนแล้ว สามีเป็นนักธุรกิจต้องเดินทางบ่อยๆ ช่วงหลังๆ ปลามีอาการกลัวการนอนหลับ และเหมือนมีใครอยู่ในห้องด้วยตลอด จนต้องกินยานอนหลับทุกครั้งที่นอนคนเดียว สามีบอกให้ปลาไปทำบุญให้ศพไม่มีญาติ วันหนึ่งปลาเดินทางไปต่างจังหวัดกับสามีสองคืน คืนแรกมีงานเลี้ยง ปลากลับห้องก่อนเพราะปวดหัว ตอนหลับไป ได้ยินเสียงคนพูดกระซิบๆกันเยอะแยะไปหมด พอลืมตาตื่น ก็เห็นเงาดำๆ อยู่รอบเตียงเต็มไปหมด จนตกใจแล้วสลบไป ปลาได้ไปหาหมอไสยศาสตร์ หมอบอกว่า “เพราะว่ากำลังท้อง พวกผีไม่มีญาติเลยตามมา อยากจะมาเกิด”
เอาซะไม่อยากท้องเลย ถ้าจะมาจะๆ แบบนี้

 

 

40. เรื่อง ผีมาเกิด

ปลาแต่งงานมาสองปี และตอนนี้ท้องได้ห้าเดือนแล้ว สามีเป็นนักธุรกิจต้องเดินทางบ่อยๆ ช่วงหลังๆ ปลามีอาการกลัวการนอนหลับ และเหมือนมีใครอยู่ในห้องด้วยตลอด จนต้องกินยานอนหลับทุกครั้งที่นอนคนเดียว สามีบอกให้ปลาไปทำบุญให้ศพไม่มีญาติ วันหนึ่งปลาเดินทางไปต่างจังหวัดกับสามีสองคืน คืนแรกมีงานเลี้ยง ปลากลับห้องก่อนเพราะปวดหัว ตอนหลับไป ได้ยินเสียงคนพูดกระซิบๆกันเยอะแยะไปหมด พอลืมตาตื่น ก็เห็นเงาดำๆ อยู่รอบเตียงเต็มไปหมด จนตกใจแล้วสลบไป ปลาได้ไปหาหมอไสยศาสตร์ หมอบอกว่า “เพราะว่ากำลังท้อง พวกผีไม่มีญาติเลยตามมา อยากจะมาเกิด”
เอาซะไม่อยากท้องเลย ถ้าจะมาจะๆ แบบนี้

 

Loading...
Loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!