The Wailing (2016) : หนังผีเกาหลีโคตรหักมุม “คน ผี ปีศาจ” อะไรน่ากลัวกว่ากัน?

                 หนังเป็นเป็นหนังผีแนวภาพยนต์เขย่าขวัญ ต้องเรียกว่าเป็นหนังผีเพราะมีผีจริงๆ และมันก็เขย่าขวัญจริงๆ เขย่าจนนอนไม่ได้ต้องมานั่งเขียนสปอย
ขึ้นชื่อว่าหนังผีแต่คอหนังสะดุ้งคงต้องผิดหวังกับจังหวะก้นลอยจากที่นั่งเพราะมันไม่ใช่หนังผีแนวสะดุ้ง (คือนั่งๆอยู่แล้วผีก็โผล่มาแฮร่ให้ตกใจเล่น ไม่ใช่แบบนั้น แถมผีก็ไม่ได้หน้าตาน่าขยะแขยงน่ากลัวอะไรขนาดนั้น)


แต่นี่คือหนังผีแบบกดประสาทโดยนำเสนอความโหดร้ายในการฆ่าด้วยน้ำมือของคนในครอบครัวเดียวกัน
และปวดประสาทเพราะหนังทำให้งงว่าสรุปใครกันแน่ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดโดยหลอกแทบทั้งเรื่องแล้วมาเฉลยตอนจบอารมณ์หนังหักมุม

ชื่อของหนังในภาษาเกาหลีคือ 곡성  (Gokseong) ที่ความจริงเป็นชื่อหมู่บ้านในเกาหลี
และสามารถมีความหมายได้เหมือนชื่อภาษาอังกฤษ คือ The Wailing หรือ “เสียงร่ำไห้โหยหวญ”

 

 

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – -* SPOIL ALERT * – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – * เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ * – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

 

เรื่องเริ่มด้วยประโยคจากหนังสือไบเบิลจาก Luke 24:37-39 เป็นตอนที่พระเยซูได้คืนชีพจากการถูกตรึงกางเขน

“They were startled and frightened, thinking they saw a ghost. He said to them,
“Why are you troubled, and why do doubts rise in your minds?
Look at my hands and my feet. It is I myself! Touch me and see;
a ghost does not have flesh and bones, as you see I have.”

แปลได้ว่า…

“เจ้าจะหวาดหวั่นไปเพื่อเหตุใด? ไฉนจึงยังมีความเคลือบแคลงในใจของเจ้า?
จงพินิจหัตถ์แลบาทแห่งข้า เป็นข้าเอง สัมผัสข้าและเพ่งดู เหตุเพราะผีนั้นหามีเนื้อแลกระดูกดั่งข้าไม่”

หนังเล่าเรื่องราวของการฆาตกรรมในหลายๆบ้านโดยคนในครอบครัวอย่างโหดเหี้ยม ส่วนใหญ่จะโดนแทง
คนที่ก่อเหตุฆาตกรรมจะตกอยู่ในสภาพคล้ายๆซอมบี้ซึ่งในภายหลังก็ตายในที่สุดโดยตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นเพราะเห็ด
นายตำรวจจงกู ตัวดำเนินเรื่องก็มีหน้าที่สืบสวนไปตามะเบียบ

 

 

แต่คราวนี้ก็ได้มีการคุยกับเพื่อนกันว่า
ตั้งแต่มีชายแก่ชาวญี่ปุ่นย้ายเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านในกระท่อมบนภูเขานี้ก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆขึ้น
เช่นคนเข้าป่าไปเจอชายแก่คนนี้นุ่งผ้าเตี่ยวผืนเดียว กินซากวางอยู่บ้างหรือชายแก่คนนี้ลวนลามผู้หญิงบ้างจน
ลามไปถึงการแซวว่าชายแก่คนี้อาจอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดก็เป็นได้

 

 

แต่เมื่อเรื่องเล่าสยองขวัญคืบคลานตามไปถึงในฝันของจงกูและเหตุฆาตกรรมยังเกิดขึ้นไม่หยุด
ข่าวที่ดูเหมือนจะโคมลอยนี้ก็ดูไม่น่าตลกอย่างที่คิดเสียแล้ว

 

ในระหว่างนั้นจงกูก็ได้พบกับหญิงสาวชุดขาวที่อ้างว่าเห็นเหตุฆาตกรรมครั้งล่าสุด
และบอกเขาว่าชายแก่ชาวญี่ปุ่นคนนั้นคือผีที่ดูดเลือดและฆ่าคน
หญิงสาวเตือนจงกูให้ระหวังตัวไว้เพราะถ้าเขาเห็นชายแก่นี้บ่อยๆแสงว่าเขากำลังถูกชายแก่คนนี้ติดตาม

 

จงกูยังคงฝันเห็นชายแก่คนนี้ประกอบกับโฮยจิน ลูกสาวคนเดียวของเขาล้มป่วยและมีอาการแปลกๆเช่นกินอาหารเยอะผิดปกติ
ทำให้แม่ยายและภรรยาของเขาเป็นห่วงมาก

จงกูเลยตัดสินใจไปสอบสวนบ้านของชายแก่ชาวญี่ปุ่นคนนี้ด้วยตัวเองแบบไม่มีหมายศาล
โดยนำเพื่อนร่วมงานและล่ามแปลภาษาญี่ปุ่นพ่วงกับตำแหน่งบาทหลวงฝึกหัดไปด้วย(ล่ามคนนี้เป็นญาติของเพื่อนร่วมงาน)
จงกูค้นเจอห้องที่ดูเหมือนห้องทำพิธีกรรมแต่สุดท้ายก็โดนสุขัขตัวใหญ่เข้าทำร้าย
แต่ชายแก่ชาวญี่ปุ่นก็เข้ามาเจอก่อนที่สุนัขจะทำร้ายพวกเขาไปมากกว่านั้น

 

ทั้งสามตัดสินใจกลับแต่เพื่อนร่วมงานของจงกูก็ได้บอกว่าเขาเจอรูปถ่ายของคนที่ติดเชื้อเต็มผนังและเจอรองเท้าของโฮยจินในบ้านหลังนั้น
เขาบอกจงกูอย่างตื่นกลัวขณะขับรถกลับมา

จงกูที่ตื่นตระหนกได้ตั้งคำถามกับลูกสาวเมื่อกลับมาถึงบ้าน
แต่กลับโดนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและเสียงกรี๊ดที่น่าตกใจ
จงกูแอบเข้าไปในห้องลูกตอนกลางดึกคืนนั้นและได้เห็นสมุดภาพที่เต็มไปด้วยคำสาปแช่งและรูปวาดอันน่าสะพรึงกลัว
จงกูเริ่มพยายามหารอยแผลตามตัวลูกสาวเหมือนคนที่โดนสันนิษฐานว่าโดนเห็ดพิษมี และต้องช๊อคเมื่อเจอมันในที่สุด
โดยฮโยจินได้ตื่นมาและเริ่มด่าทอสาปแช่งเขาอีกครั้ง

 

ถึงจุดนี้ ครอบครัวก็ได้รู้แล้วว่าเด็กโดนเข้าสิงโดยสิ่งชั่วร้ายจึงทำการเรียกหมอผีมาปราบ
แต่จงกูไม่อาจนั่งรอเฉยๆเลยเดินทางไปคาดคั้นความจริงกับชายแก่อีกครั้งโดยพาล่ามไปด้วย
แต่ชายแก่กลับบอกว่าเผารูปบนผนังไปหมดแล้วและอ้อมค้อมเมื่อถามว่ามที่นี่ทำไมด้วยการบอกว่า “พูดไปก็ไม่เชื่อ”
ทำให้จงกูเหลืออดและทำลายข้าวของในห้องพิธี(ตั้งใจ)
และฆ่าสุนัขของชายแก่(โดยไมได้ตั้งใจเพราะสุนัขพุ่งเข้าใส่จงกูขณะที่เขาทำลายห้องพิธี)
และขู่ให้ชายแก่ย้ายออกไปซะก่อนจะกลับมาซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่หมอผีมาถึงบ้านของเขา

 

หมอผีประเมิณสถานการณ์และสรุปว่านี่คือผีที่ชั่วที่สุดที่เขาเจอมา
และจะทำพิธีปราบให้โดยมีข้อบังคับว่าจงกูห้ามเข้ามาขัดขวางพิธีเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

จงกูตกลงแต่เมื่อเวลามาถึงจริงๆเขากลับผิดคำพูด
เพราะขณะพิธีดำเนินไปเรื่อยๆลูกสาวของเขากลับกรีดร้องอย่างทรมานและเหมือนจะขาดใจตาย
เพราะทนดูไม่ได้ที่ลูกจะต้องเจ็บปวดต่อไปเลยไล่หมอผีออกไปและพาลูกไปโรงพยาบาลแทน(ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไร)

ในขณะที่หมอผีทำพิธีที่บ้านจงกูเราก็จะเห็นภาพตัดไปตัดมากับชายแก่ชาวญี่ปุ่นที่ก็ดูเหมือนกำลังทำพิธีอะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน
แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนจะล้มเหลวและชายแก่ก็ดูเหมือนจะบาดเจ็บในตอนท้าย
(ตอนนี้งงมากว่าใครสู้กับใคร ใครพยายามทำอะไร แต่ลึกๆเดาได้ว่าหมอผีเป็นตัวร้ายและชายแก่พยายามจะช่วยเด็ก)

จงกูที่ทนไม่ได้อีกต่อไปตัดสินใจไปฆ่าชายแก่ด้วยตนเองและพาพรรคพวกไปด้วย
ซึ่งสุดท้ายก็ดูเหมือนจะล้มเหลวเพราะไล่ตามจับชายแก่ไม่ทัน
แต่ระหว่างขับรถกลับ ชายแก่กลับตกลงมาจากเขาและโดนรถของจงกูชน
จงกูและเพื่อนตัดสินใจโยนร่างชายแก่ทิ้งและพอกงจูกลับไปก็ดูเหมือนลูกสาวของเขาหายเป็นปกติแล้ว

เรื่องดูเหมือนจะจบ แต่นี่คือการหักปมครั้งใหญ่ที่สุด

แม้จะกำจัดชายแก่ไปแล้ว แต่เหยื่อรายต่อไปก็เกิดขึ้นและคราวนี้คือเพื่อนร่วมงานของจงกู ญาติของล่ามบาทหลวงฝึกหัดคนนั้น…
หมอผีที่โดนไล่เหมือนจะไม่สบายใจอะไรบางเรื่องเลยพยายามโทรหาและกลับมาหาจงกูที่บ้าน
แต่อยู่ๆก็อาเจียนเป็นเลือดและเผยให้เห็นในที่สุดว่าหญิงสาวชุดขาวที่เคยมาเตือนจงกูคนนั้นคือวิญญาณและสั่งให้หมอผีกลับไป
หมอผีวิ่งหนีสุดชีวิตและขนของขับรถหนีไป (อ้าว? สรุปหญิงชุดขาวเป็นตัวร้าย??)

 

 

จงกูที่ตัดสินใจมาหาหมอผีที่บ้านเพราะสงสัยในการโทรหาอย่างไม่ลดละของหมอผีในขณะเดียวกันบาทหลวงฝึกหัดก็เดินทางเข้าไปในป่า
หมอผีที่ตอนแรกขับรถหนีอยู่ๆก็ชนเข้ากับฝูงแมลงจนต้องหยุดรถ
และด้วยบางอย่างทำให้หมอผีตัดสินใจขับรถกลับมาและโทรหาจงกูอีกครั้งซึ่งในครั้งนี้จงกูรับสาย
หมอผีถามว่าจงกูอยู่ไหนและพบว่าเขาไม่อยู่บ้าน หมอผีก็เตือนจงกูให้รีบกลับบ้านทันทีโดยบอกว่าเขาเข้าใจผิดมาตลอด

หมอผีบอกว่าชายแก่คนนั้นความจริงคือหมอผีที่พยายามจะช่วยคนเหมือนเขา และผีจริงๆเป็นผู้หญิง

จงกูรู้ทันทีว่านั่นคือหญิงเสื้อขาวที่เขาเจอเลยรีบกลับไปที่บ้านและลูกสาวของเขาได้หายไป
เขาวิ่งตามหาแต่ระหว่างวิ่งก็เจอหญิงชุดขาวปรากฏตัวขึ้น เขาถามว่าลูกสาวเขาอยู่ไหน
หญิงสาวตอบว่าลูกสาวของเขาโดนปีศาจล่อลวงและทำร้าย แต่เธอได้กลับไปบ้านแล้ว แต่เขายังกลับไม่ได้

เพราะถ้าเขากลับไปครอบครัวเขาจะตายทั้งหมด จงรออยู่นี่อย่างอดทนจนกว่าไก่จะขันสามครั้ง
เพราะเธอวางกับดักเอาไว้และกับดักจะใช้ไม่ได้ถ้าจงกูเข้าไปในบ้าน

จงกูได้รับโทรศัพท์จากหมอผีอีกครั้งให้รีบกลับบ้านและอย่าเชื่อหญิงสาวคนนั้น
จงกูตอนนี้สติแตกจะเป็นบ้า(พอๆกับคนดูในตอนนั้น)
จะอยู่หรือไปก็ไม่รู้ว่าครอบครัวจะตายหรือไม่ ควรจะเชื่อใคร

 

ในฉากที่จงกูต้องทำการตัดสินใจนั้น ภาพก็ได้ตัดสลับไปสลับมากับบาทหลวงฝึกหัด
ที่ได้เจอชายแก่ชาวญี่ปุ่นที่ยังไม่ตายนั่งผิงไฟอยู่ในถ้ำกลางป่าและคาดคั้นว่าชายแก่เป็นใครกันแน่
ชายแก่ยังคงยืนยันว่าเขาพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ เขาเป็นคนนอก
แต่บาทหลวงฝึกหัดก็บอกว่าถ้าชายแก่ไม่ใช่ปีศาจจริงๆเขาจะเชื่อและปล่อยชายแก่ไปโดยไม่ทำอะไร
(ตอนนี้อยากบอกว่าลุ้นฉี่จะราด คือลุ้นกว่าหวยออก และประเด็นคือมันตัดได้น่าระทึกมาก จะเค้นจะรีดประสาทจนวินาทีสุดท้าย
ว่าจงกูจะเลือกทางไหน และจะเลือกทางที่ถูกหรือเปล่า และชายแก่คือใคร หญิงสาวคือดีหรือไม่ดีกันแน่)

 

เสียงไก่ขันแรกได้ดังขึ้น ภาพตัดกลับมาที่ชายแก่หัวเราะร่าใส่บาทหลวงและบอกว่า
แล้วใครบอกว่าเขาจะปล่อยบาทหลวงไป? (โอเค ตอนนั้นก็คิดว่าชายแก่เป็นปีศาจแน่ๆ)
แต่สุดท้ายพอจงกูเห็นกิ๊บสีชมพูของลูกสาวตกอยู่ใกล้ๆและเสื้อคนที่ติดเชื้ออยู่บนตัวหญิงสาว
เขาเลยตัดสินใจว่าเธอเป็นต้นเหตุ (เอ้า สรุปยังไง? หรือมันร่วมมือกัน? สรุปแกดีหรือไม่ดี คุณผู้หญิง!?)

 

จงกูวิ่งกลับเข้าไปในบ้านก่อนที่ไก่จะขันครบสามครั้ง
จงกูเดินเข้าไปและเห็นภาพอันน่าสยดสยองของภรรยาและแม่ยายของเขาโดนฆ่าอย่างโหดเหี้ยมด้วยฝีมือลูกสาวของเขาเอง
ซึ่งเขาก็ได้แต่กรีดร้องดั่งคนเสียสติโดยหญิงสาวชุดขาวทำได้เพียงยืนพิงกำแพงที่มีแต่  “เสียงร่ำไห้โหยหวญ” ของจงกูดังออกมาอย่างไม่ขาดสาย

 

และนี่ก็เป็นการเฉลยในที่สุดโดยที่ภาพตัดไปที่ชายแก่เอื้อมมือไปหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นนมาถ่ายบาทหลวงฝึกหัด
และเล็บของชายแก่ก็ค่อยๆงอกขึ้นมาพร้อมกับพูดประโยคตามที่เห็นครั้งแรกตอนหนังฉาย แต่ในวิธีที่แปลกไป
และสุดท้ายเผยร่างจริงดวงตาแดงก่ำ

 

  

 

“What you perceive to be that is flesh and bone, go ahead, touch it.
A ghost cannot be flesh or bone, but as you can clearly see … this one is.
Why would you be afraid? Why is there still doubt in your heart?
As you see my hands, my feet… Do you see … what I am?”

“สิ่งที่เจ้าเห็นนั้นคือเนื้อและกระดูก จงสัมผัสมัน
เพราะผีนั้นหามีเลือดแลกระดูกไม่ ดั่งที่เจ้าประจักษ์ชัดเจนว่าข้ามี
เจ้าจะหวาดหวั่นไปเพื่อเหตุใด? ไฉนจึงยังมีความเคลือบแคลงในใจของเจ้า?
ดั่งที่เจ้าประจักษ์หัตถ์แห่งข้า บาทแห่งข้า เจ้าเห็นหรือไม่ … ว่าข้าเป็นอะไร?”

‘ชายแก่คือปีศาจ’

แต่มันยังมีอีกปมหนึ่ง ฉากสุดท้ายที่กงยูนอนใกล้ตายอยู่ในบ้านเพราะโดนลูกแทง
หมอผีที่มาถึงบ้านจงกูในที่สุดหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปจงกูและเดินจากไป

 

เผยให้เห็นว่าภาพถ่ายบนฝาผนังบ้านของชายแก่ไม่ได้ถูกเผาทำลายไปแต่อย่างใด
แต่อยู่กับหมอผีคนนี้มาโดยตลอด และตอนนี้ก็ถึงบางอ้อกันเป็นแถบๆ หมอผีร่วมมือกับปีศาจมาตั้งแต่ต้น

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – -* คำเฉลยและอธิบาย * – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

1.    คำเฉลยตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มดูและคำเฉลยในตัวหนังเอง
i.    Poster:
ใครหลายๆคนอาจไม่สังเกต แต่ในโปสเตอร์นี้แสดงบางอย่างที่เฉลยตั้งแต่ต้นว่าหมอผีคือหนึ่งในคนร้าย ถ้าดูดีๆจะเห็นกล้องถ่ายรูปอยู่ในมือของหมอผีซึ่งเมื่อหนังดำเนินมาถึงตอนที่จงกูไปบ้านชายแก่ครั้งแรก เพื่อนร่วมงานของเขาเห็นรูปพวกนี้ติดเต็มผนังบ้านชายแก่

ii.    ผ้าเตี่ยว:
ถ้าตาไวพอ ในฉากที่หมอผีเปลี่ยนชุด เขานุ่งผ้าเตี่ยวสไตล์ญี่ปุ่นเหมือนชายแก่ชาวญี่ปุ่นทั้งในเรื่องเล่าของเพื่อนร่วมงานจงกูและในฝันของจงกู บ่งบอกว่าเขาเองก็เป็นชาวญี่ปุ่น

iii.    เหยื่อ:
ตอนเปิดเรื่องเป็นภาพของชายแก่ตกปลาอยู่ และเมื่อดูมาถึงตอนที่จงกูถามหมอผีว่าทำไมลูกของเขาต้องโดนอะไรแบบนี้ หมอผีตอบแค่ว่า มันก็เหมือนการตกปลา เหยื่อแค่ถูกเหวี่ยงออกไป และลูกของเขาก็งับเหยื่อเสียเอง และในกรณีนี้ เราอาจไม่รู้ว่าปีศาจใช้อะไรเป็นเหยื่อล่อลูกสาวจงกู แต่เรารู้อย่างแน่ชัดว่าลูกสาวของจงกูเป็นเหยื่อล่อจงกูเข้ามา

iv.    การโยนหิน:
ในคำภีร์ไบเบิล John 8:7 ได้บรรยายไว้ว่า  “He that is without sin among you, let him first cast a stone at her.” หรือ “ผู้ใดที่ไร้บาปในหมู่พวกเจ้า ขอให้เขาผู้นั้นได้โยนศิลาใส่สตรีนางนี้เป็นคนแรก” และตอนต้นเรื่องเราก็ได้เห็นหญิงสาวชุดขาวโยนหินไปทางจงกู แต่ไม่ได้โยนใส่ให้โดนจงกูเสียทีเดียว เหมือนเป็นการเตือนเสียมากกว่า ผู้ที่ไร้บาปเท่านั้นจึงจะโยนหินได้ ซึ่งนั่นก็แปลว่าหญิงสาวชุดขาวคือผู้ไร้บาป แสดงว่าเธอไม่ใช่ต้นเหตุของการฆาตกรรมและโรคร้าย

v.    หัวแพะ:
ในบ้านของชายแก่มีห้องทำพิธีซึ่งมีหัวแพะบูชาอยู่ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของลัทธิซาตาน

vi.    การจู่โจมของสุนัข:
หากจำกันได้ คนที่ถูกสุนัขกัดเป็นคนแรกคือบาทหลวงฝึกหัด เป็นการบ่งบอกไปในตัวว่านี่คือการปะกาศจุดยืนและสุนัขยังเป็นสัตว์ที่ตามตำนาน มีไว้เฝ้าประตูนรกอีกด้วยเหมือนที่สุนัขตัวนี้เฝ้าบ้านของชายแก่

2.    สาเหตุที่ไม่คิดว่าเพราะจงกูขัดขวางพิธีหมอผีเลยโดนเข้าสิงก็เพราะว่ารูปบนผนังของชายแก่หายไปตั้งแต่ก่อนหมอผีจะปรากฏตัว บวกกับโปสเตอร์ ผ้าเตี่ยว และการพูดการจานิสัยลักษณะบุคลิกของหมอผีที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเหมือนคนที่โดนเข้าสิง บวกกับตอนที่หมอผีกำลังจะขับรถหนีไป จำได้หรือไม่ว่าขับไปโดนฝูงแมลง นั่นคือสัญญาณจากปีศาจว่าห้ามไป ให้กลับมาช่วยงานให้เสร็จ เพราะฉะนั้นเลยคิดว่าเขาร่วมมือกันมาตั้งนานแล้ว

3.    เครื่องของใช้ต่างๆที่หญิงสาวชุดขาวมีทำให้จงกูตัดสินใจพลาดครั้งใหญ่นี่ไม่ได้รับคำตอบที่แน่นอนจากเพื่อน แต่มันบอกว่า หญิงสาวเป็นวิญญาณประจำหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นจะสิงตามของต่างๆของคน

4.    คำพูดของลูกสาว:
ตอนที่จงกูถามลูกเรื่องรองเท้า มีประโยคหนึ่งที่ลูกสาวของเขาตอบกลับมาว่า “Is that important?” ซึ่งแปลตรงตัวก็คือ มันสำคัญด้วยเหรอ? แต่เพื่อนบอกว่าถ้าแปลตามเกาหลีสามารถเข้าใจได้อีกอย่างว่า “นั่นไม่ใช่คำถามที่ถูกต้อง”

5.    การเยาะเย้ยพระเจ้า?:
การใช้ประโยคในไบเบิลมาปูเรื่องและสุดท้ายให้คำพูดที่พูดโดยพระเยซูออกมาจากปากของปีศาจในขณะที่ทุกคนตายหมด สามารถแปลได้สองความหมาย
i.    พระเจ้าไม่มีจริงและปีศาจกำลังเยาะเย้ยผู้คนอยู่ เพราะถ้าพระเจ้ามีจริงคงไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้แน่ บวกกับมือของปีศาจที่มีรูอยู่ตรงกลางเหมือนตอนที่พระเยซูโดนตรึงกางเขน เหมือนเป็นการเย้ยหยัยว่า ปีศาจนี่แหละคือพระเจ้า
ii.    เพราะจงกูไม่เชื่อในพระเจ้า(โดยหญิงสาวชุดขาวเป็นเหมือนตัวแทนพระเจ้า)อย่างไม่มีข้อสงสัยและเข้าบ้านก่อนเสียงไก่ขันครั้งที่สาม ทำให้เขาต้องประสบกัชะตากรรมที่เลวร้าย เพราะถ้ายอมแพ้ให้กับการหลอกลวงของปีศาจก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากพระเจ้า เพราะพระเจ้าไม่เคยบังคับ มีแต่ชี้ทาง

6.     อีกา:
เพื่อนบอกความจริงอีกาคือสัญลักษณ์ที่ดี เพราะฉะนั้นอีกาที่อยู่ในโถหมักของบ้านจงกูคือเครื่องรางไล่ผีที่หญิงสาวชุดขาวเอามาใส่ไว้และหมอผีพยายามจะทำลายมัน สังเกตได้จากตอนที่สุนัขของชายแก่ตาย อีกาก็ได้ไปรุมจิกซากของสุนัข

7.    พ่อผู้มีบาป:
สาเหตุที่กับดักของสาวชุดขาวใช้ไม่ได้อีกก็เพราะจงกูมีบาปที่พยายามจะฆ่าชายแก่ แม้ชายแก่จะเป็นคนดีหรือไม่ดีก็ตาม และเขาได้ฆ่าสุนัขของชายแก่ เพราะฉะนั้น กับดักที่ทำโดยผู้ไร้บาปจึงไม่สามารถใช้ได้

8.    ต้นไม้หัวกะโหลก:
เป็นต้นไม้กับดักของสาวชุดขาวที่ปรากฏมาตั้งแต่ต้นเรื่อง แสดงให้เห็นว่าสาวชุดขาวพยายามจะช่วยหมู่บ้านนี้ แต่เมื่อต้นไม้นี้แห้งไปในที่สุดจะมีรูปร่างเหมือนกับหัวกะโหลก

ขอขอบคุณที่มา: pantip.com/topic/35597134

Loading...
Loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *