อ่านเรื่องผี | แยกไฟแดงสยองขวัญ จ.สุราษฎร์ธานี

หลายคนอาจไม่นึกว่าจะได้อ่านเรื่องผีในเว็บข่าวสารบอลอย่าง “ซอคเกอร์ซัคดอทคอม” แต่เว็บไซท์ยอดนิยมแห่งนี้ยังมีหมวดหมู่อื่นๆไม่เพียงแต่เรื่องฟุตบอลอยู่ด้วย เป็นต้นว่าเรื่องเล่าผีที่สี่แยกไฟแดงแห่งหนึ่งในภาคใต้ ซึ่งมีสมาชิกนำเรื่องราวที่ได้รับฟังมาจากรุ่นพี่ที่รู้จัก เกี่ยวกับเหตุการณ์ชวนสลดที่เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2547 เรื่องราวของแก็งค์สอเตอร์ไซค์วัยรุ่นป่วนเมือง ที่นำมาซึ่งหายนะจากสิ่งที่พวกตนได้กระทำไว้ด้วยความคึกคะนอง

อ่านเรื่องผี เหตุเกิดที่สี่แยกไฟแดง 16 ปีก่อน

ย้อนกลับไปเมื่อราว 16 ปีที่แล้วในจ.สุราษฎร์ธานี มีเหตุการณ์สยองขวัญเกิดขึ้นโดยมีจุดเริ่มต้นมาจากกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองสองกลุ่ม ที่ก่อปัญหาทะเลาะวิวาทกันในเขตตลาด กระทั่งเหตุการณ์ชุลมุนจนขยายวงกว้างลามออมาสู่ถนนใหญ่ซึ่งมีผู้คนทวไใช้สัญจรกันเป็นปกติ และแล้วก็มีผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เกี่ยข้องกับเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทแม้แต่น้อย เพียงแต่ขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่านถนนสายนั้นเพื่อจะไปกรีดต้นยางในสวน ผ่านมาจังหวะนั้นพอดี ก็ถูกหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นคะนองถีบรถจนล้มลงไปกองกับพื้นถนน แต่ที่แย่กว่าคือมีวัยรุ่นอีกกลุ่มขี่รถตามมาเจอ ไม่ว่าจะด้วยเข้าใจผิดว่าชายคนนั้นเป็นหนึ่งในคู่อริหรือไม่อย่างไร พวกวัยรุ่นที่มาพร้อมอาวุธมีคมครบมือ ต่างพากันจ้วงแท้งรุมทำร้ายชายคนนั้นแล้วจากไป ทิ้งเหยื่อผู้โชคร้ายให้นอนแน่นิ่งเนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยสีแดงฉานอยู่ตรงนั้น

เนื่องจากเป็นถนนใหญ่ เป็นเส้นทางหนึ่งที่มีผู้คนใช้เดินทางกันตลอดทั้งวันทั้งคืน หนึ่งในนั้นคือรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้ขนส่งในภาคธุรกิจ และในช่วงกลางคืนบนถนนก้มืดมาก จนคนขับรถบรรทุกไม่ทันสังเกตเห็นคนเจ็บที่นอนอยู่บนถนน เลยเหยียบทับขาของชายคนนั้นจนขาดเละกระเด็นไปคนละทาง นั่นเท่ากับว่าสาเหตุที่ชายโชคร้ายเสียชีวิตเป็นเพราะบาดแผฉกรรจ์จากกรณีนี้นั่นเอง เขาไม่ได้ตายจากการโดนฟันแทงก็จริง แต่หากไม่เจอเรื่องแบบนั้นก่อน ป่านนี้เขาคงถึงสวนยางไปแล้วแท้ๆ ซึ่งกว่าจะมีชาวบ้านกรีดยางผ่านมาพบเข้าก็ล่วงเลยไปถึงตี 3 แล้ว หลังจากเหตุการณ์ชวนสยองในวันนั้น เรื่องราวก็ผ่านไป 3 สัปดาห์ แม้ว่าทางญาติชายคนนั้นจะแจ้งความดำเนินคดี แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ แม้ว่าจะรู้ตัวคนทำก็ตาม เนื่องจากในกลุ่มวัยรุ่นคะนองเมืองพวกนั้นมีลูกหลานตำรวจรวมอยู่ด้วย ในสมัยสิบกว่าปีก่อน ความยุติธรรมไม่ใช่สิ่งที่จะทุกคนจะได้รับ

ในปี 2547 เป็นยุคที่การแต่งมอเตอร์ไซค์ซิ่งเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น มอเตอร์ไซค์แต่งเป็นราวกับแขนขาข้างหนึ่งที่ต้องมีประจำกายกันไว้คนละหนึ่งคัน และสิ่งนี้เองก็กำลังจะนำพายนะมาสู่วัยรุ่นพวกนี้ เพราะปกติวัยรุ่นพวกนี้มักจะนัดรวมตัวกันเพื่อแว๊นซ์ซิ่งรถแข่งกันบนท้องถนนกันเป็นปกติทุกค่ำคืน และในคืนข้างขึ้นในแสงจันทร์สาดส่องจนสว่างไปทั่วถนหนทางยามค่ำคน จุดเริ่มต้นของหายนะ ได้เริ่มต้นจากการที่มีสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่ม นึกคึกคะนองบ้าบิ่นขึ้นมาอย่างไรไม่ทราบได้ ไปออกปากท้าทายเพื่อนฝูงในกลุ่มให้แข่งซิ่งกันที่สี่แยกไฟแดงแยกหนึ่ง เพื่อนในกลุ่มแทนที่จะช่วยกันดึงรั้งสติซึ่งกันและกัน ก็เห็นพ้องชอบใจไปด้วย จึงพากันเบิ้ลมอเตอร์ไซค์ของตัวเองส่งเสียง แว๊นซ์ๆๆ ดังระงมไปทั่วทั้งถนนเส้นนั้น ก่อนที่จะไปรวมกันที่จุดนัดพบตรงสี่แยกไฟแดง สี่แยกเดียวกันกับที่เคยเกิดเรื่องสยองขวัญที่พวกเขามีส่วนร่วมโดยตรงเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนนั่นเอง ด้วยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าความบังเอิญอันน่าขนลุกได้คืบคลานเข้าไปหาอย่างช้าๆ

กระทั่งมีคนในกลุ่มจำแยกนี้ได้และเอ่ยทักขึ้นมา แต่ว่ายังเป็นชายคนเดิมกับที่ชักชวนคนอื่นมาสู่การแข่งในวันนี้ ออกปากท้าทายสบประมาทผู้โชคร้ายในวันนั้นด้วยความกร้าวใจ ประมาณว่า ข้าแน่ ข้าไม่กลัวหรอก เป็นผีแล้วยังไง แม้ว่าเพื่อนฝูงจะห้ามปรามแต่ก็ไม่อาจทำให้ความเถื่อนของชายคนนั้นลดน้อยถอยลงได้ อาจเพราะอยู่ในสภาวะแอลกอฮอล์ไหลเวียนสูบฉีดในร่างสูง หรืออาจจะเพราะพวกมากลากไป เลยเกิดความฮึกเหิมมากกว่าปกติ แต่ขณะที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบปากสงบคำ ก็ได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น

มีเสียงดังกร๊อบๆ แกร๊บๆ ราวกับมีคนเอากระดูกของสัตว์มาบดหักเป็นชิ้นๆดังแว่วมาจากในความมืด ก่อนที่มันจะดังขึ้นเรื่อยๆราวกับคืบคลานเข้ามา ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ตรงหน้าฝูงมอเตอร์ไซค์แว๊นซ์ แม้ไม่เห็นต้นตอเสียง แต่รู้สึกได้ว่าเสียงที่ว่ามันวนเวียนอยู่ในความมืดรอบๆพวกเขา ถึงเวลานั้นไม่มีใครกล้าเอ่ยหรือส่งเสียงอะไรออกมาซักแอะ จู่ๆชายที่ออกปากท้าทายอย่างคึกคะนองก่อนหน้า ก็สัมผัสได้กับอะไรบางอย่าง มีของเหลวเหนียวหนืดกลิ่นเหม็นจนแทบอ้วก หยดแหมะๆลงมาใส่ตัวเขา พอแหงนหน้าขึ้นไปมองที่มาก็แทบช๊อค! มันไหลหลงมาจากด้านบนของเสาไฟจราจรสูงลิบ ด้านบนนั้นมีชายคนหนึ่งนั่งห้อยขาลงมาจากบนนั้น!

สิ่งที่ชวนอึ้งที่สุดคือสภาพขาของชายบนเสาไฟจราจร ที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าท่อนขาส่วนล่างขาดหายไปทั้งสองข้าง มีเพียงของเหลวสีแดงเหลืองเหนียวเหนอะไหลย้อยออกมาจากรอยแผล เหตุการณ์นี้ไม่ได้มีคนเห็นคนเดียว แต่มีพยานรู้เห็น 6 ชีวิตที่ไปด้วยกัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะพวกมากแค่ไหน แม้ว่าจะฮึกเหิมเพียงไร เมื่อมาเจอเหตุการณ์ทำนองนี้ เป็นอันต้องสติหลุดกันทั้งนั้น ยังกับนัดกันมา..แต่ละคนออกตัววิ่งหนีแตกฮือ เตลิดกันไปคนละทิศละทางราวกับผู้กำกับส่งเสียงให้แอคชั่น ต่างก็พากันพยายามวิ่งข้ามถนนใหญ่ไปยังอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อมุ่งหน้าสู่ชุมชนบ้านเรือนที่ใกล้ที่สุด แต่เหมือนคนมีกรรม! อยู่ๆก็มีรถพ่วง 18 ล้อสองคัน ตีคู่กันแล้วพุ่งเข้ามาหากลุ่มวัยรุ่นเหล่านั้นโดยไม่ทันรู้ตัว กว่าจะสังเกตเห็นก็เลยจุดที่จะหลบหลีกไปแล้ว รถบรรทุกที่ว่าก็เสียหลักกวาดเอานักซิ่งยามวิกาลบนถนนกระเด็นกระดอนเกลื่อนถนนราวกับมดปลวก ปรากฎเป็นภาพชวนสะพรึงเกินกว่าที่จะอธิบายได้ เอาเป็นว่าแต่ละคนมีสภาพไม่ต่างจากชิ้นส่วนของคนที่ขาดวิ่นเป็นส่วนๆกระจัดกระจายไปทั่วเลน

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย ชายคนที่พาเพื่อนมาประสบชะตากรรมที่แยกแห่งนี้ เป็นเพรยงคนเดียวที่ยังมีลมหายใจรวยรินอยู่ แต่พอมองดูดีๆปรากฎว่าขาทั้งสองข้างถูกบดขาดหายไป ไม่ต่างจากชายคนที่เคยถูกรุมฟันและทิ้งไว้เดียวดายบนถนน เขาทำอะไรไม่ได้มากนักนอกจากนอนมองซากชิ้นส่วน ที่ครั้งนึงเคยเป็นของเพื่อนๆที่รายรอบไปทั่วอยู่อย่างนั้น ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้ตั้งแต่เกิดเหตุเวลาตี 1 จนตอนนี้เวลาก็ผ่านไปนานเกือบจะสองชั่วโมงได้ ก็มีบางอย่างค่อยๆคืบคลานเข้าหาเขาอย่างช้าๆ

เป็นชายที่เคยถูกพวกเขารุมฟันนั่นเอง ที่ค่อยๆคืบคลานเขามาจากเกาะกลางถนน ส่งสายตาเครียดแค้นนัยน์ตาแดงก่ำมาทางเขาราวกับจะเย้ยหยันที่มีสภาพไม่ต่างจากตน วัยรุ่นคนเดียวที่ยังรอดชีวิตพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่แขนเจ้ากรรมแทบบไม่มีความรู้สึก มันยกไม่ขึ้นอันเนื่องมาจากการกระทบกระเทือนรุนแรง เขารู้สึกกลัวและสิ้นหวังสุดขีด และพยายามจะหลับตาเพื่อหยุดรับภาพที่ไม่ต่างจากขุมนรกตรงหน้า แต่ก็มีมือดี มือของชายผู้โชคร้ายในค่ำคืนนั้นเอามือถ่างตาทั้งสองข้างของเขาขึ้นมา ให้เผชิญหน้าและดื่มด่ำกับภาพชวนสยองตรงหน้า กระทั่งนาฬิกาบอกเวลาตี 3 พอดีกับเวลาที่ชายโชคร้ายคนนั้นเสียชีวิต ร่างของผีชายจึงค่อยๆคืบคลานกลับไปยังถนนเลนอีกฝั่งหนึ่ง จุดเดียวกับที่เขาเคยนอนไร้ลมเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ถือเป็นจุดสิ้นสุดวัฏจักรของผีตายโหง ที่จะต้องเผชิญกับเหตุการณ์เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จนกระทั่งอีกกว่าครึ่งชั่วโมงถัดมาจึงจะมีผู้ที่ใช้เส้นทางนั้นไปพบเห็นเข้า และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยมาเก็บกู้ทั้งคนเจ็บ และคนตาย อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนของวัยรุ่นคะนองทั้ง 6 คน มีเพียงคนเดียวที่รอดมาได้อย่างน่าประหลาด เนื่องจากแม้จะเสียเพยงขาไป 2 ข้าง แต่บาดแลฉกรรจ์จนไม่น่าจะทนได้หลายชั่วโมงกว่าจะได้รับการข่วยเหลือ คิดได้แต่เพียงว่าอาจเป็นเวรเป็นกรรมที่เขาต้องอยู่เฝ้าดูเหตุการทั้งหมดจนถึงที่สุดเป็นคนสุดท้าย จึงจะสาสมใจแก่เจ้ากรรมนายเวรของเขา

ขอขอบคุณที่มา : soccersuck.com

อ่านเรื่องผีน่ากลัว เรื่องอื่นๆ >> กดที่นี่

กลับสู่หน้าแรก สยองสแควร์

error: Content is protected !!