I Saw the Devil (2010) : เมื่อฆาตกรเหี้ยมสุดโรคจิต ถูกไล่ล่าตามล้างแค้น. . .จากคนที่จิตยิ่งกว่า!!

 

I Saw the Devil (2010) เกมโหดล่าโหด
ผู้กำกับ Kim Jee-woon

 

การรันตีความยอดเยี่ยมด้วยคะแนนวิจารณ์จาก IMDB และ Rotten Tomatoes

 

 

[บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญบางส่วนของภาพยนตร์ แต่ไม่สปอยล์ตอนจบ]

 

 

นี่คือผลงานจาก ผกก.คิมจีวุน (A Tale of Two Sisters หรือ ตู้ซ่อนผี 2003) ที่คราวนี้คว้าเอาสองนักแสดงชายยอดฝีมือของเกาหลีอย่าง ลีบยองฮุน (A Bittersweet Life 2005) มาเชือดเฉือนบทบาทกันกับ ชอยมินชิก (Old Boy 2003) ชนิดมันหยดติ๋งๆ ในหนังทริลเล่อร์โรคจิตสุดโหด ที่อาจจะทำให้บรรดาคอหนังขวัญอ่อนทั้งหลายต้องท้องไส้ปั่นป่วนปนจิตตกไปตามๆ กันในยามที่ได้รับชมหนังเรื่องนี้เชียวล่ะ

 


สองนักแสดงชายคุณภาพมาเฉือดเฉือนบทบาทกันในเรื่องนี้

 

หนังว่าด้วยเรื่องราวปฏิบัติการจองเวรอันสุดบรรเจิดของพระเอกเรา(ลีบยองฮุน) จนท.สืบราชการลับที่ลางานไปตามล่าฆาตกรโรคจิตสุดโหดจอมหื่นกาม(ชอยมินชิก) ซึ่งได้จับคู่หมั้นของเขาไปฆ่าหั่นศพทิ้งชนิดสุดสยอง โดยเมื่อเจอตัวคนร้ายแล้ว แทนที่พระเอกเราจะจัดการเด็ดชีพมันหรือจับส่งตำรวจซะ เขากลับเล่นงานมันจนน่วมแล้วก็ปล่อยมันไป และก็ตามไปเล่นงานมันอีกแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า(แต่ก็เล่นหนักขึ้นทุกทีด้วย) ชนิดที่ว่าไอ้โรคจิตยังต้องงงและถึงกับบ่นพึมพำถึงพระเอกว่า “ไอ้นี่มันโรคจิตกว่าตูเสียอีกวุ้ย!”(ฮา) ซึ่งเราก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าเกมโหดล่าโหดครั้งนี้จะจบลงอย่างไรล่ะจ้า

 

ใครย่องมาข้างหลังนั่นน่ะพ่อคุณ

 

“ปีศาจฆ่าคนที่ฉักรัก ฉันตามแค้นปีศาจ จับปีศาจทรมาน ฉันปล่อยปีศาจ เฝ้าดูมองปีศาจ จับปีศาจทรมาน ฉันปล่อยปีศาจ เฝ้าดูมองปีศาจ สู้กับพวกปีศาจ ฉันปล่อยปีศาจ ปีศาจฆ่าคนที่ฉักรัก จับปีศาจทรมาน ให้ปีศาจรู้คำว่าเจ็บ ฉันกลายเป็นปีศาจ”

 

จากการพิจารณาภาพยนตร์ตัวหนังได้เรตสูงสุดของเกาหลีคือ Restricted ถือเป็นเรื่องน่ายั่วน้ำลายไม่ใช่น้อยที่เรทจะแรงจนต้องมาตัดต่อใหม่ให้ฉายได้กว้างมากยิ่งขึ้น อนึ่งก็มาจากเนื้อเรื่องที่เริ่มจากการแก้แค้นของแดฮุน (Lee Byung-hun) ตำรวจที่ออกตามล่าตัวคนร้ายโดยมีความแค้นฝังลึกถึงก้นบึ้งหัวใจ เมื่อคนที่ถูกฆ่าไม่ใช่เหยื่อรายใดได้เลยนอกจากคนนั้นคือจูยอน (Oh San-ha) แฟนของตน เรื่องเกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่คุยโทรศัพท์กันเนื่องในวันเกิดของจูยอน ซึ่งต่างคนต่างไม่ได้อยู่ด้วยกันเนื่องจากแดฮุนอยู่ในช่วงทำงานพอดี ขณะที่จูยอนกำลังรอคนมาช่วยซ่อมรถที่เกิดขัดข้องระหว่างทาง ต่างคนต่างพูดคุยผ่านมือถือเช่นคนรักด้วยความสุข เช่นความรักฉบับข้าวใหม่ปลามัน ที่ทั้งน่ารักน่าทะนุทะนอมกันทั้งคู่ แต่แล้วเมื่อแดฮุนถูกเรียกตัวจึงต้องงดคุยโทรศัพท์ชั่วคราว และเป็นจังหวะเดียวกับที่จูยอนต้องอยู่คนเดียวกับใครบางคนที่อยู่นอกรถ โดยมีท่าทีบอกจะช่วยดูรถให้คล้ายเป็นคนดี ทว่าคนต่างหน้านั้นไม่กลับไปที่รถของตัวเอง ทั้งที่เธอยืนยันบอกจะคอยช่างที่โทรไปขอความช่วยเหลือแล้ว แต่สุดท้ายชายปริศนาดังกล่าวยินยอมกลับไปที่รถเหมือนผิดหวังอะไรบางอย่าง จนกระทั่งเหตุการณ์ต่อไปนี้คือเรื่องสะเทือนใจที่สุดคือแดฮุน มันคือเรื่องที่เขาไม่สามารถย้อนเวลาไปได้ สิ่งต่อไปนี้จะเป็นแรงผลักให้เขาอยากแก้แค้น!

 

 

ไม่รู้กี่นาทีในตอนเปิดเรื่องแต่รู้แค่ว่าตอนเริ่มนั้นดูน่ารักและแสนจะอบอุ่น ในความรักต่างสถานที่ที่สื่อสารผ่านมือถือ เป็นใครที่ไม่รู้ว่าคือเรื่องอะไรต้องบอกว่าคือหนังรักแน่ๆ จนกระทั่งการเซอร์ไพร์สที่ร้ายแรงได้กระแทกใจผู้ชม เสมือนกับปีศาจขยี้หัวใจเละไม่มีชิ้นดีได้เริ่มขึ้น มันคือฉากเปิดเรื่องทำร้ายจิตใจอย่างมาก แต่กระนั้นจะทวีคูณไปอีกหลังจบฉากในรถ แล้วไปต่อสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งฉากดังกล่าวนั้นจะทำให้ผู้ชมรู้สึกเกลียดคยังชูล (Choi Min-sik) เจ้าโรคจิตนี้กันแบบสุดๆ

 

ทว่าอารมณ์ที่ได้นอกจากจะโหดร้ายและสยองแล้ว สิ่งที่ตีกลับผู้ชมคือความแค้นที่ไม่รู้ว่าจากไหน โดยส่วนตัวยังรู้สึกแค้นได้เลยทั้งที่เป็นแค่หนังส่วนเราทำหน้าที่นั่งดู แต่นี่มันเยอะไปทำร้ายจิตใจกันเกินไป เริ่มตั้งแต่ฉากรถแล้วไปสถานที่แห่งหนึ่งจากนั้นก็เกิดเรื่องเมื่อจูยอนหายตัวไป แน่นอนหนังไม่สนอะไรนอกจากจัดการในช่วงต้นเรื่องอย่างรวดเร็วให้รู้สึกผวาให้ถึงที่สุด แสดงถึงเรื่องสะเทือนอย่างไม่รู้จบที่ปล่อยให้แดฮุนที่เป็นแฟนกับพ่อของจูยอน (Jeon Gook-hwan) ได้พบศพในสภาพที่ไม่ควรจะเจอ

 

บอกได้คำเดียวว่าอึ้งอย่างมากกับการเริ่มเรื่องที่สุดขึงขังเช่นนี้ ที่สำคัญคือการไม่สนใจสายตาผู้ชมด้วยการมุมกล้องที่ล่อสายตาผู้ชมแบบไม่หลบไม่ซ่อนปล่อยให้เห็นกันสดๆ แล้วแบบนี้จะไม่รู้สึกเจ็บได้ยังไง เมื่อเรื่องสวยงามถูกชะโลมด้วยเลือดของปีศาจที่เราเรียกว่าคนด้วยกันเอง

 

 

ที่ชอบมากในเรื่องคือตัวละครที่ไว้ลายโชว์เหนือทั้งการแสดงกับมิติตัวละครได้ถึงมากๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Byung-hun Lee ที่เล่นเป็นแดฮุน จากในเรื่องมีเพียงแค่ต้นเรื่องเท่านั้นที่เห็นรอยยิ้มในฉากคุยโทรศัพท์กับแฟน แต่พอหลังจากนั้นกลายเป็นตัวละครที่เก็บกดอาการเป็นอย่างมาก ด้วยท่าทีที่เย็นชาหน้าตายแต่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตเต็มตัว ทำให้เป็นตัวละครที่เวลาลงไม้ลงมือจะหนักหน่วงเป็นอย่างมาก เหมือนจะจริงจังในสิ่งที่ทำในทำนองฆ่างูต้องตีให้ตาย ไม่มีการปรานี ไม่อ้อมค่อมถึงความสงสาร ความเมตตากลายเป็นเรื่องที่ไร้ค่า สุดท้ายก็มีแต่การกระทำที่มีแต่ไม้แข็งชนิดเด็ดขาดถึงที่สุด ไม่นึกเลยว่ากับตัวละครที่ดูน่ารักจะกลายเป็นอีกคนได้ราวฟ้ากับเหวที่มีแต่ความโกรธเต็มจิตใจไปหมด และอีกตัวละครหนึ่งที่ตัวเองแปลกประหลาดใจมากคือคยังชูล ที่ว่าแปลกคือไม่สามารถเดาพฤติกรรมต่อไปได้เลยว่าจะทำอะไร รู้อย่างหนึ่งคือเจ้านี่มันโรคจิต ต้องมีเรื่องวิกลจริตตลอดเวลาอยู่แล้วเพียงแค่ไม่รู้จะเมื่อไหร่และยังไงบ้าง อาทิ ฉากในรถแท็กซี่

 

นี้คือหนึ่งในฉากที่หนักหน่วงและได้อารมณ์ที่สุดในเรื่อง เริ่มตั้งแต่ความอึดอัดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากการไปรับไอ้บ้าคยังชูลข้างทาง จนคนที่อยู่หลังเบาะส่อแววบางอย่างออกมาให้เห็นชี้ชัดว่ากำลังจะปล้นแท็กซี่ อีกคนหนึ่งคือคนโรคจิตที่เผชิญได้ทุกสถานการณ์กับอีกคนเป็นโจร ที่ดันคาดไม่ถึงว่าคนขับแท็กซี่จะรับคนเพิ่มเพราะเห็นว่าทางเดียวกัน โดยส่วนตัวถือว่าเป็นฉากที่มันส์มากในการลำดับเรียบเรียงที่ตื่นเต้นและลุ้นว่าเมื่อไหร่จะลงมือ ซึ่งพอลงมือทันใดนั้นเองมุมกล้องก็วาดไปทั่วข้างในรถแท็กซี่ แสดงให้เห็นการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างเมามันส์ด้วยเลือดที่ไหลโชกกับแผลที่จ้วงแทงไม่มีลิมิตผ่านสายตา 360 องศา มันสุดยอดมากนะฉากนี้ ทั้งลุ้นทั้งโชกด้วยเลือด ทั้งนี้เพราะการแสดงของ Choi Min-sik อยู่ในระดับที่ฝังลึกถึงตัวละครจริงๆ มันบ้าและเป็นโรคจิตที่ฉลาดมากในการเอาคืน ไร้สำนึก ไม่กลัวเจ็บ จะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ

 

 

ที่น่าสนใจคือสไตล์การแก้แค้นที่ไม่ใช่มาม้วนเดียวจบ แต่กำลังค่อยๆกัดกินความเจ็บปวดไปเรื่อยๆด้วยการทรมานไม่ให้สมหวัง อะไรคือไม่ให้สมหวัง? ก็คล้ายๆกับเวลาจะทำอะไรก็ทำไม่ได้อย่างที่เคยทำ เช่น กำลังจะข่มขื่นเด็กก็ถูกขัดขวางพร้อมกับถูกหักแขน กำลังฝืนใจรุ่นสาวที่กำลังช่วยสำเร็จความใคร่ด้วยการตัดส้นเท้า พูดง่ายๆเลยคือไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างที่กำลังทำได้อีกครั้งอย่างราบลื่น ไม่สามารถทำเรื่องชั่วๆได้อย่างสบายใจเฉิบ แต่ก็เป็นประเด็นบางอย่างที่น่าคิดเกี่ยวกับผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำที่สลับบทบาทกันได้อย่างลงตัว

 

เดิมที่คยังชูลคือฆาตกรโรคจิตที่ฆ่าคน อันที่จริงนอกจากการฆ่าแล้วยังปรารถนาในเรื่องความรุนแรงและเพศอย่างเหลือล้นกับเหล่าผู้หญิง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พบได้ประจำ ในสังคมกับบทบาทที่ผู้ชายมักจะทำร้ายผู้หญิงเสมอ จนไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าฝ่ายที่กระทำคือผู้ชาย ในขณะที่ฝ่ายหญิงต้องรับทุกข์เหล่านั้นจากความไม่ประสงค์ดี การเป็นผู้กระทำแสดงถึงอำนาจบางอย่างว่าตัวเองเหนือกว่าคุมเกมส์ได้ดีกว่าและจะจบเมื่อไหร่ก็จบได้ สิ่งเหล่านี้ถูกปลูกฝังมาจากการปล่อยละเลยให้ใช้ชีวิตยังไงก็ได้ตามใจ สังเกตได้จากครอบครัวคยังชูลที่ไม่ได้เอาใจใส่อะไรนัก แม้จะเรียกว่าโตเป็นผู้ใหญ่และมีลูกจริงๆแล้วก็ตาม ยังไม่สนใจลูกหรือกระทั่งพ่อกับแม่เลย ขณะเดียวกันคยังชูลไม่ใช่แค่คนเดียวที่ทำเรื่องแบบนี้ แบบที่ฆ่าคนชำแหละคนเพื่อไปกิน เพราะในเรื่องยังมีคนอีกกลุ่มที่คยังชูลอยู่ด้วยได้ราวกับบ้านตัวเอง เพียงแตกต่างตรงที่คยังชูลไม่ใช่พวกกินเนื้อคนแค่ชอบเล่นสนุกกับคนมากกว่า

 

 

สิ่งแรกที่เป็นอุทาหรณ์ได้ดีคือ”อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า” ยิ่งตามทางในเวลากลางคืนนี่… อย่าไปเชื่อใจในทันที ว่าคนนี้อาจมีประสงค์ดีมาช่วยเหลือเรา เพราะเขาหรือเธออาจไม่คิดช่วยเพราะอยากช่วย แต่อาจหมายถึงอย่างอื่นเพียงแค่เอาคำว่าช่วยมาบังเหตุผลที่แท้จริง ดังที่ว่า “อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน” ถ้าเอามาใช้กับผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำยิ่งไม่ต้องบอกว่าใครอยู่ข้างไหน กลับมาเข้าเรื่องกับแดฮุนที่ยังเป็นฝ่ายถูกกระทำ เป็นการถูกกระทำทางใจทำให้สูญเสียคนที่รัก ดังนั้นเขาถึงกระทำอย่างเด็ดขาดโดยไม่สนใจความนิ่มนวลอีกต่อไป

 

การไล่หาผู้ต้องสงสัยโดยไม่ถามก่อนลงมือแต่ลงมือก่อนถาม ถามว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องได้ยังไงที่ไล่เก็บคนที่น่าสงสัยด้วยการคุกคามทำร้ายร่างกาย ก่อนจะได้บทสรุปว่าไม่ใช่ เราไม่รู้… แต่รู้ว่าแดฮุนไม่มีอารมณ์มาพูดเรื่องตลกแน่นอน ตอนนี้ทั้งชีวิตมีแค่คำเดียวคือ “แก้แค้น” จนสุดท้ายก็ไล่จนมาถึงฆาตกรตัวจริงอย่างคยังชูลได้สำเร็จ และใช้วิธีทรมานจับๆปล่อยๆ เพื่อให้รู้จักคำว่าเจ็บที่เหนือยิ่งกว่าจนต้องร้องขอ ทว่าการสลับเปลี่ยนผู้กระทำเป็นฝ่ายถูกกระทำ ไม่ได้แปลว่าจะช่วยทำให้ปีศาจตนนี้อยากขอร้องให้ปล่อยจากพันธนาการนี้เลยสักนิด แต่รู้สึกสะใจในความมันส์ราวกับชีวิตนี้จะมีเรื่องเซอร์ไพร์สเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ และเมื่อปีศาจไม่สำนึกก็มีแต่ปีศาจด้วยกันเองเท่านั้นที่จัดการได้ ปีศาจที่มีแต่คำว่าแก้แค้น ปีศาจที่สถิตด้วยความเยือกเย็น ปีศาจที่ลงมือด้วยวิธีการสุดท้ายแบบต้องร้องขอให้หยุด สิ่งนี้คือการทำให้คนที่รักได้เห็นแบบที่ทำให้คนรักต้องเจ็บปวด

 

 

ทั้งเรื่องเราจะเห็นว่า โซยุน นั้นหมกหมุ่นอยู่กับการตามล่า คนคนหนึ่งที่ฆ่าภรรยาของเขา และวิธีการของเขาคือการใช้ความรุนแรงทุกครั้ง มีเพียงสิ่งเดียวที่เราจะสงสัยตลอดเรื่องคือ ทำไม โซยุน กลับเลือกที่จะใช้ความรุนแรง และปรากฏตัวทุกครั้งที่ จางคุน ซุล ก่อเหตุเรียบร้อยแล้ว แต่ก็จะไว้ชีวิตและปล่อยเขาไป เราจะมาทราบภายหลัง นั่นคือ โซยุน ต้องการที่จะให้ จางคุน ซุล รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขามีความสุขในสิ่งที่เขาได้ทำ เขาจะพบกับความทรมานแบบหาสิ่งไหนเทียบไม่ได้ ชนิดที่เรียกว่าตายทั้งเป็น หากเขายังอยู่

 

I_Saw_The_Devil-012

isawthedevilbdcap3_original

 

เนื่องจากทักษะของโซยุนในหน่วยข่าวกรองนั้นคือสิ่งที่ทำให้โซยุนได้เปรียบ ทั้งเรื่องของการดักฟัง เครื่องติดตาม แต่จางคุน ซุล เองก็มีทักษะและความฉลาดเทียบเท่าโซยุน และพลิกสถานการณ์ให้กลับมาเป็นมวยรุ่นเดียวกันได้ภายหลัง (พร้อมคนตายเป็นเบือบูชายัญการล้างแค้นนี้ตลอดเรื่อง) อีกทั้ง การแก้ปัญหาแบบเอาคืนของ จางซุน ชุล ก็เล่นเอาโซยุนตกที่นั่งลำบากเช่นกัน

 

เราจะเห็นการจองเวรด้วยความรุนแรง และเลือดปรากฏตลอดเรื่องนี้

 

isawthedevil4

 

แต่หากจะให้ทบทวนกันดีๆ หากเราได้รับชมภาพยนตร์คู่แฝดของมัน The Chaser เราจะเห็นว่าบางครั้งระบบ และกระบวนการ มันก็ช้าเกินกว่าที่จะจัดการอะไรกับกากเดนพวกนี้ แต่เมื่อโซยุนเลือกที่จะไม่ใช้ระบบ และกระบวนการเข้าจัดการก็กลับกลายเป็นว่า โซยุน เองก็ไม่ต่างอะไรกับ ฆาตรกรในเรื่องนี้อย่าง จางคุน ซุล ในแง่ของการฆ่า ทำร้ายคน และปล่อยให้คนชั่วกระทำชำเราเหยื่อจนตายก่อนหลายคนตามอำเภอใจ

 

small72408_s11_171914

 

ฉากสุดท้าย คือไฮค์ไลท์ที่เล่นเอาคนดู “จิตตก” ได้ถึงขีดสุดกับสิ่งที่ โซยุน กระทำลงไปกับ จางซุล ที่เล่นเอาเรื่องของศีลธรรมความเป็นคนมาให้คนดูได้คิดไม่ตกกันแบบซึ่งๆ หน้าซึ่งเป็นการล้างแค้นที่สมบูรณ์แบบ แต่อย่างที่บอกครับ การเลือกตามล่าปิศาจ ด้วยการเป็นปิศาจ นั้นไม่ใช่ทางออก การจองเวรของโซยุนทำลายทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของเขา คนรอบข้างที่เขารัก เพื่อนฝูง หน้าที่การงานที่กำลังไปได้สวย และที่สำคัญคือ “จิตวิญญาณ” ความเป็น “คน” ของเขานั่นเอง

 

i-saw-the-devil-1

 

ท้ายสุดแล้ว การร้องไห้ในตอนจบของโซยุน ไม่ใช่การร้องไห้ดีใจที่ได้ล้างแค้นให้กับภรรยา หากสังเกตดีๆ การร้องไห้ของเขาคือความเจ็บปวดที่ได้กระทำลงไป ไม่มีเสียงร่ำไห้ ไม่มีแม้แต่น้ำตาแห่งอารมณ์ ความเป็นคนของเขาได้หายไปอย่างหมดสิ้น เขาได้เห็นปิศาจแล้ว นั่นคือตัวเขาเอง

 

เพราะการล้างแค้นไม่ช่วยอะไรนอกเสียจากการสร้าง ปิศาจ ตัวใหม่ขึ้นมาจากคนธรรมดาคนหนึ่ง #เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

 

I Saw the Devil เป็นหนังที่จริงจังในความโหดและการแก้แค้นที่ไม่สะดุดในอารมณ์ ทั้งยังเต็มไปด้วยเล่ห์เลี่ยมที่สอดแทรกเข้ามาสุดแสนระทึกใจ ระหว่างผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำ. . .ว่าใครจะเหนือกว่าสร้างความเจ็บปวดได้ลึกกว่า อีกยังมีสาระแฝงเอาไว้ผ่านการเล่าเรื่องที่ไม่จำกัดกรอบแค่ว่าเป็นเหตุการณ์เสริมเนื้อเรื่อง แต่เป็นจุดขยายเนื้อหาให้ผู้ชมเข้าใจ แม้จะไม่มีการเล่าเรื่องย้อนหรืออธิบายให้ฟังเป็นมูลเหตุสำคัญ แค่ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆก็เห็นข้อเท็จจริงในหลายข้อนี้เอง และด้วยความโหดนี้เองจึงเป็นจุดคัลท์ที่ไม่เหมาะสมกับผู้ชมในบางราย ที่อาจเอาแค่ระทึกแนวๆทริลเลอร์มีฉากสยองแค่เอาเกริ่น แต่เรื่องนี้มีความสยองที่ปะปนมากับสถานการณ์ราวกับของสดที่ถูกเทมาตลอดทั้งเรื่อง เช่น ฉากแทงที่จ้วงไปไม่รู้กี่รู ฉากฟาดหัวที่เลือดแตกออกเป็นปรายๆ ตลอดจนฉากไคล์แม็กซ์ที่ลุ้นจนไม่รู้ว่ามันเป็นการจบที่ควรภาคภูมิใจในการแก้แค้นดีไหม ตลอดทั้งเรื่องนำเสนอแง่ความรุนแรงโดยมีตัวละครหลักๆคือแดฮุนกับคยังชูล และเจ้าความรุนแรงนี้มันแรงเสียจนควรพิจารณาในการรับชมด้วยยิ่งดี

 

protectedimage

 

ที่น่าภูมิใจในเรื่องนี้คือการลำดับเล่าเรื่องได้อย่างรวดเร็วไม่มีความน่าเบื่อเลยสักนิดเดียว เว้นแต่หนังยังคงสูตรสำเร็จเดาได้ตลอดทั้งเรื่องเพราะไม่มีความซับซ้อนใดๆ ทว่าการไปแบบตรงๆกลับเป็นการันตีความดุของหนังที่ลุยหน้าตั้งได้อย่างดี โดยส่วนตัวค่อนข้างชอบทุกองค์ประกอบของเรื่องนี้ตั้งแต่นักแสดง ฉาก บรรยากาศ ดนตรีประกอบ ทุกอย่างดูลงตัวไปหมดในความมืดมนจนมองไม่เห็นหนทางสว่างอะไรเลย นับเป็นหนังที่ตีแผ่ด้านมืดจิตใจของคนได้อย่างเข้มข้นและแสนโหดร้าย ไม่มีสิ่งไหนที่ดูแล้วรู้สึกมีความสุข หัวเราะ หรืออยากยิ้มเลย มีแต่แรงกดดันที่เหยียบลึกขึ้นในจิตใจ ยิ่งตอนจบคือคำตอบที่รุนแรงและหยาบกร้าน การลงบทสรุปที่อันตราย ทำให้คนที่กระทำกล้าที่จะประกาศบอกให้เห็นตรงๆว่าเป็นยังไงเวลาคนที่เรารักตายต่อหน้า การกระทำที่แสนเปลี่ยวเดี่ยวดายกับหนามที่ทิ่มแทงจิตใจ กลายเป็นความเจ็บปวดที่รุกเร้าไม่ยอมหยุดแม้การแก้แค้นจะจบลง เรายังคงเสียใจที่คนที่เรารักตาย แต่เราก็ทรมานใจที่การเอาคืนไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดี มันแย่มากขึ้นที่ตัวเองทำได้ขนาดนี้เพียงเพราะการแก้แค้น

 

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่างานนี้โหดเลือดสาดถูกใจคอซาดิสม์ซะจริงหนอ เพราะเต็มไปด้วยความรุนแรงระดับเรท R แก่ๆ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้กะขายความซาดิสม์กันซะอย่างเดียว หนังยังมีชั้นเชิง แง่คิดเด็ดๆ ให้ได้เก็บเกี่ยวอีกด้วย ซึ่งที่โดดเด่นที่สุดในหนังคงไม่พ้นสองนักแสดงนำชายของเรื่อง ที่ก็เชือดเฉือนบทบาทชนิดกินกันไม่ลงเลยทีเดียว โดยเฉพาะคุณ ชอยมินชิก ที่แสดงเป็นไอ้โรคจิตหื่นกามสุดโหดได้อย่างน่าหมั่นไส้และชวนตึ้บเป็นอย่างยิ่ง

 


สาวสวยถูกจับไปทรมานทรกรรมเพียบเลยเรื่องนี้

 

หนังยังมีบางจุดที่รู้สึกว่าเล่นง่ายไปนิดอยู่บ้าง ถึงกระนั้นโดยรวมแล้วก็ยังออกมาเด็ดขาดแจ่มแจ๋ว เข้าท่าเข้าทาง(คอซาดิสม์)เอามากๆ จนในอนาคตนี่อาจจะเป็นหนังของ ผกก.คิมจีวุน ที่คงจะถูกเอ่ยถึงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อคอหนังนึกถึงเขา และที่ยังชวนคิดได้อีกก็คือการที่หนังเสนอแนวคิดที่ว่า ถ้าเราจะกำหราบปีศาจร้ายก็ไม่ถึงกับต้องทำตัวเป็นปีศาจร้ายไปด้วยเลย เพราะถึงมันจะดูสะใจดีในตอนแรก แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็จะส่งผลร้ายแก่จิตวิญญาณของเราเองและยังอาจก่อทุกขภาพต่อคนรอบข้างอีกด้วยนะ พี่น้องทั้งหลาย

 


ไอ้โรคจิตยังต้องหนาวเมื่อเจอไอ้โรคจิตกว่าตามล่า

 

ต้องยอมรับว่าพระเอกเอาคืนได้สะใจมาก แต่เรื่องนี้อาจจะตีความว่าพระเอกแพ้ก็เป็นได้ แพ้แบบราบคาบ เพราะเมียถูกฆ่าอย่างโหดจนปลุกปีศาจในตัวขึ้นมา ตามเอาคืนหลายครั้งแต่ก็ปล่อยไปทุกครั้งเพราะคิดว่าเป็นเกมล่าแค้น สุดท้ายเพราะความแค้น. . . ยังทำให้น้องเมียซึ่งเป็นคนที่สำคัญที่สุดที่เหลืออยู่ต้องตาย

 

นอกจากจะทำตามสัญญาเมียที่ว่าจะเอาคืนอย่างสาสมไม่ได้แล้ว แต่เป็นเหตุให้น้องเมียต้องตายไปอีก ความรู้สึกผิดยิ่งตอกย้ำไปหลายเท่า
แม้ฉากสุดท้ายจะสะใจแค่ไหน ที่ตัวร้ายได้ตายด้วยน้ำมือครอบครัวตัวเอง แต่ตายไปก็คือจบ หมดความทุกข์ไปใช้กรรมในนรกต่อ แต่พระเอกต้องอยู่กับความรู้สึกผิดบาปนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลือ

 

คิดดูแล้วฝ่ายที่เจ็บปวดที่สุดคือพระเอก และตัวร้ายก็บรรลุเป้าหมาย เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทิ้งไว้ก่อนตายอย่างร้ายกาจจริงๆ

 

 

ขอขอบคุณที่มา : lovedesigner.net, Nanatakara blog, แผ่นพิมพ์เขียว blog

Loading...
Loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!