กระทู้ผีพันทิป : ขนลุก! “ใครคือคนที่ 51” ในคืนนึงที่เขาชนไก่ หัวหน้าหมู่รด.สั่งนับกำลังพล.. แต่นับยังไงก็ได้ 51 ?!!

 

จากเรื่อง : เมื่อหมอ…เจอผี!! ตอนที่ 2 อาถรรพ์ที่เขาชนไก่
เรื่องเล่าจาก : กระทู้ผีพันทิป เล่าสยองขวัญ
เล่าโดย : สมาชิกพันทิป Luckard

 

 

เรื่องมีอยู่ว่า..

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อครั้งสมัยเรียนมัธยม เหล่าวัยรุ่นชายทั้งหลายส่วนมากจะมีกิจกรรมหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือการเรียน ร.ด. หรือรักษาดินแดนนั่นเอง ผมและเพื่อน ๆ ได้เรียน 3 ปีครับ โดยตอนที่จบการศึกษาของแต่ละปีนั้น นักศึกษาวิชาทหารจะต้องออกฝึกภาคสนามที่เขาชนไก่ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งการฝึกภาคสนามนั้น หากใครเคยไปจะรู้ว่า โหด มันส์ ฮา มากๆ ทั้งเหนื่อย ทั้งสนุก โดยเฉพาะตอนปี 3 ที่ต้องไปฝึกเป็นระยะเวลาถึง 7 วัน 6 คืนเลยทีเดียว

ผมและเพื่อนๆ คงจะมีแต่ความเหนื่อยและสนุกแน่ๆ ถ้าไม่มีเหตุการณ์ชวนขนหัวลุก และจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเอง ที่ทำให้ผมและเพื่อนๆ ถึงกับหวาดกลัวต่อความลี้ลับของป่าเขาเลยทีเดียว

 

 

ปี 2536…เช้ามืดวันออกเดินทางพวกเรารวมตัวกันที่กรมการรักษาดินแดนตั้งแต่เช้ามืด ผมตื่นเต้นมากที่เห็นรถบัสของครูฝึกจอดเรียงรายเป็นขบวน แม้ไม่อยากเดินทางไปฝึก แต่ทุกคนรู้อยู่แก่ใจ ว่าถ้าผ่านการฝึกภาคสนามในปีสุดท้ายนี้แล้ว ก็ถือว่าเรียนจบกันซะทีสำหรับ ร.ด. ส่วนใครจะติดใจเรียนต่อปี 4 ปี 5 ก็ตามใจเถอะครับ โดยกลุ่มนักเรียนที่ไปฝึกคราวนี้ ส่วนมากก็มีแต่เด็กโรงเรียนผมนั่นแหละ จะมีที่อื่นมาปนบ้างก็นิดหน่อยเท่านั้น

 

“ไงวะเพื่อน มึงเตรียมตัวเตรียมใจรึยัง”    พลเพื่อนเกลอเดินเข้ามาทัก

 

“เออ…แล้วมึงล่ะ”    ผมทักกลับ ด้วยความเป็นโรงเรียนชายล้วนก็เลยพูดภาษาพ่อขุนฯ กู ๆ มึง ๆ กันจนเคยปาก

 

“สบายว่ะ แต่กลัวอย่างเดียว”   พลพูดพลางปลดเป้ทหารลงจากบ่า

 

“กลัวอะไรวะ ไอ้พล”   ไอ้ขวดกับไอ้ป่านเดินเข้ามาสมทบ

 

“แม่กูไม่ให้กูใส่พระไป บอกกลัวหาย”   พลตอบพลางเอามือคลำแถวหน้าอก…ที่ ๆ เคยมีสร้อยพระ

“ห่วงพระแต่ไม่ห่วงลูก”   พลบ่นทำนองน้อยใจ

 

“ไม่มีอะไรหรอก พวกกูก็ไม่ใส่ กลัวหายเหมือนกัน”   ผมปลอบใจเพื่อน ก็ไอ้เจ้าพลมันเป็นโรคกลัวผีจนใครเขาก็รู้กันทั่ว…แต่มันจะมีเวลากลัวผีเหรอวะนี่ กลัวแต่จะเหนื่อยจนหลับลึก ตื่นไม่ทันเรียกแถวน่ะสิ

ยังไม่ทันจะคุยอะไรกันต่อ ครูฝึกก็เป่านกหวีดเรียกรวมพล พวกเราทั้งสี่ต่างคว้าเป้ใครเป้มัน วิ่งเพื่อไปเข้าแถวทันที เพราะได้ยินครูฝึกตะโกนหลังเป่านกหวีดว่า ‘จับคนช้าห้านาย’ หมายถึงจะเอาห้าคนสุดท้ายมาทำโทษน่ะครับ

 

 

เมื่อพวกเราก้าวลงจากรถบัส อุปสรรคแรกที่ต้องเผชิญ นั่นก็คือความร้อนแล้งของจังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้นักศึกษาวิชาทหารแต่ละนายยังได้รับอุปกรณ์ถ่วงน้ำหนัก นั่นคือปืน! ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นปืนเล็กยาว H.K.33 หลังจากนั้นการฝึกสุดโหดจึงเริ่มขึ้น

 

สำหรับการฝึกนั้นจะเรียงลำดับตามวันเหมือนกันทุกกลุ่มครับ วันแรกพื้นฐาน วันที่สองยิงปืน เหนื่อยกำลังดี พักทีไรต้องเสียเงินซื้อพวกเครื่องดื่มเกลือแร่ทุกที แม่ค้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พวกภรรเมียครูฝึกนั่นแหละครับ และพอเข้าสู่เช้าวันที่สาม เหล่านักศึกษาวิชาทหารก็ต้องทิ้งค่ายพร้อมสัมภาระไว้ที่เต็นท์ โดยเอาไปเฉพาะของมีค่าติดตัวเท่านั้น นั่นเพราะพวกเราต้องเข้าไปฝึกกลางป่า นอนกลางดิน กินกลางป่าตลอดทั้งสามวัน นั่นคือวันที่สาม สี่ และห้า ของการฝึกภาคสนาม

 

วันที่สาม ฝึกการเข้าตีกลางวัน วิ่ง หมอบ คลานจนหมดวัน
วันที่สี่ ฝึกตั้งรับครับ หลับอยู่ในหลุมเพาะนั่นแหละครับ สองวันนี้ทั้งร้อนทั้งเหนื่อยแต่พวกเราไม่กลัว เพราะมีเครื่องดื่มเกลือแร่ของแม่ค้าเมียครูฝึกตามมาขายถึงในป่า อะโห! อะไรมันจะการตลาดขนาดนี้ฟะเนี่ย

 

วันที่ห้า กลางวันครูฝึกพักเราสบาย ๆ นั่งสัปหงกฟังเนื้อหาเกี่ยวกับยุทธวิธี สลับกับตื่นมาหัวเราะ
แก๊กลามกที่บรรดาครูฝึกสรรหามาเล่าสอดแทรก โดยครูทหารบอกให้เก็บแรงไว้ตอนกลางคืน เพราะหลักสูตรในคืนนี้คือการรบพิเศษ! ลักษณะเข้าบุกจู่โจมศัตรูในเวลากลางคืน ทำนองการรบแบบกองโจร

โอ้ววว! แค่ฟังชื่อก็มันส์แล้ว แต่ใครจะรู้ล่ะครับว่าเหตุที่มันไม่ควรเกิด มันก็มาเกิดเอาจนได้…

 

 

คืนนั้น พวกเราประจำหมู่ของตน โดยจะถูกรวมไปเป็นหมวดอีกที รู้สึกจะจำนวนหมู่ละสิบนาย และหมวดละห้าหมู่ครับ พล ขวด ป่าน และผมอยู่หมวดเดียวกันแต่คนละหมู่ แต่ทั้งหมวด มันก็รู้จักกันเกือบหมดเพราะเป็นโรงเรียนเดียวกัน

การฝึกผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พรายน้ำบนนาฬิกาบอกเวลาตีหนึ่ง หมวดผมที่เสร็จสิ้นภารกิจก่อน นั่งรวมตัวกันเพื่อรอหมวดหลัง ๆ ที่ยังฝึกไม่เสร็จ เสียงปืนจากแนวรบยังดังเป็นระยะ…นั่นหมายถึงคงอีกสักพักใหญ่ กว่าจะได้กลับที่พัก
นั่งเพลินเคลิ้ม ๆ จู่ๆเจ้าพลที่นั่งติดกันเอาศอกกระทุ้งสีข้าง เล่นเอาผมสะดุ้ง…

 “อะไรวะ”   ผมถามเสียงกระซิบ เพราะเพื่อนในหมู่ส่วนใหญ่กำลังนั่งหลับกันอยู่

 

ตอนนี้เรานั่งคละหมู่กันแล้วครับ เพราะเป็นช่วงสบาย ๆ ระหว่างรอเวลากลับฐาน นักศึกษาวิชาทหารอกสามศอกแต่ดันปอดแหกอึกอักไม่ยอมตอบ

“อะไรของมึง”   ผมบ่นพร้อม ๆ กับหลับตาเพื่อเตรียมจะหลับในท่านั่ง

“เดี๋ยว…ส…ส…สิวะ เมื่อกี้ ก…ก…กูเห็นอะไรแปลก ๆๆๆ”    น้ำเสียงเพื่อนทั้งสั่น ทั้งรัว

 “เห็นอะไรวะ ไอ้พล มืดออกอย่างงี้ มือกูเองกูยังมองไม่เห็นเลย”   มันมืดจริง ๆ นะครับ

 “ที่กูเห็น เพราะเมื่อกี้กูเอาไฟฉายมาส่องเล่น”

คอยดูนะ กูจะฉายไปที่กิ่งไม้นั่น”    เสียงไอ้พลดังมากขึ้น จนเพื่อนอีกสองสามคนผงกหัวขึ้นดูด้วยความสนใจ

พรึ่บ! แสงจากหลอดไฟพุ่งฉายไปยังกิ่งของต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้า ห่างไปราวไม่เกินยี่สิบเมตร
สายตาทุกคู่ที่ตื่นอยู่มองตามไป

ไม่มีอะไรที่กิ่งไม้นั้น ไม่มีอะไรนอกจากกิ่งและใบหนาทึบอันเป็นธรรมดาของป่าใหญ่

 

“ไม่เห็นมีอะไรนี่หว่า ตาฝาดแล้ว! กลัวจนขี้ขึ้นหัวนี่หว่า”   ผมล้อเพื่อน

“เดี๋ยวกูจะลดแสงลงมาที่โคนต้น แต่…แต่จ้องที่กิ่งเดิมนะ ดูดีๆ นะเว้ย”    น้ำเสียงยิ่งสั่นหนัก

ลำแสงค่อย ๆ ถูกลดระดับลงมาที่โคนต้น โดยที่ผมและทุกคนจ้องเขม็งไปที่กิ่งไม้เดิม
นั่นไง!! ทันทีที่พ้นจากแสงสว่างของไฟฉาย ที่กิ่งไม้นั้นมีศีรษะของคนแก่ค่อย ๆ โผล่ออกมา!

“เฮ้ยยยยย! อุ๊บ..!”   เสียงของผมรวมถึงหลาย ๆ คนที่มองตามอุทานแทบจะพร้อมกัน

เท่านั้นแหละครับ ความโกลาหลก็บังเกิด ไฟฉายที่มีแทบทุกกระบอกถูกเปิดพร้อม ๆ กัน โดยนอกจากจะฉายที่ต้นไม้ใหญ่แล้ว บางส่วนยังฉายไฟไปที่ความมืดรอบตัวด้วยสัญชาตญาณระวังภัย
ผมเห็นกับตาว่า เมื่อพวกเราเปิดไฟฉายจนสว่างไปทั่ว หัวของชายชราคนนั้นหดกลับไปด้านหลังต้นไม้…ราวกับกำลังซุ่มแอบพวกเรา!

แกรก…แกรก…แกรก เสียงฝีเท้าย่ำใบไม้แห้งดังจากทางโคนต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าและโดยมิได้นัดหมาย ไฟฉายทั้งหมดส่องไปยังต้นเสียงทันที
ครูฝึกนั่นเอง พวกเราโล่งอกเป็นกอง เพราะการที่ครูฝึกมา นั่นหมายถึงการฝึกได้สิ้นสุดลง พรุ่งนี้พวกเราจะได้กลับฐานใหญ่ที่ค่าย

 “ไป! กลับได้ ฉายไฟกันทำไมเยอะแยะ”  ครูฝึกสั่ง ไม่มีพวกเราคนไหนกล้าเล่าให้ครูฟัง เพราะหากเล่าไปแล้วเดี๋ยวเกิดมีรายการท้าพิสูจน์มันจะยุ่งกันใหญ่

“พวกเธอตามหมวดหน้าไปนะ เห็นไหมเขาส่งสัญญาณมาแล้ว”  เบื้องหน้าประมาณหนึ่งร้อยเมตร มีสัญญาณไฟฉายวนเป็นรูปวงกลม

“จำไว้! ห้ามฉายไฟโดยไม่จำเป็น คิดเสียว่ามืดขนาดนี้ ถ้ามีข้าศึกซุ่มอยู่แล้วเราเปิดไฟล่ะก็ มันจะสว่างมองเห็นได้ในระยะไกล และศัตรูก็จะรู้ตำแหน่งของทหาร”

“เดี๋ยวครูจะลงไปคุมหมวดสุดท้าย เพราะครูหมวดนั้น ไปส่งนักศึกษาบาดเจ็บแขนเดาะที่โรงพยาบาล พวกเธอเดินตามกลุ่มหน้าดี ๆ นะ หรือจะไปรวมกันเลยก็ได้ เพราะทุกหมวดจะมีครูฝึกคุมอยู่”

    “ครับผม!”    หัวหน้าหมวดรับคำแข็งขัน พร้อมส่งสัญญาณไฟไปยังหมวดหน้า แล้วออกเดินตามทันที

 

 

ครูฝึกย้อนกลับไปแล้ว เหลือแต่พวกเราที่เดินท่ามกลางความมืด ไม่มีใครเปิดไฟสักคนเพราะครูสั่งไว้ ขืนเปิดไฟฉายแล้วครูที่ลงไปคุมหลังเห็นเข้าล่ะก็ ดีไม่ดีจะโดนทำโทษทั้งหมวด

พวกเราเดินตามหมวดหน้าที่เห็นเป็นเงาคนตะคุ่ม ๆ 40 –50 คน พยายามเร่งฝีเท้าให้ทัน แต่ก็ไม่ทันเสียที

    “สงสัยครูกลุ่มนั้นลงโทษให้วิ่งกลับ แม่งโหดชิบ”    ไอ้ขวดพูดติดตลก

 

 

เวลาผ่านไปนานมาก แต่พวกเรายังกลับกันไม่ถึงแคมป์เสียที และไอ้หมวดข้างหน้าก็ยังเดินไม่หยุด
ผมดูนาฬิกาพรายน้ำที่ข้อมือ…ตีสามสิบห้านาที!?

และเมื่อถึงทางเลี้ยวลงเขา พวกเราซึ่งอยู่ที่สูงกว่าจึงสามารถมองเห็นกลุ่มนำได้ด้วยแสงจันทร์เดือนแรม แม้ไม่สว่างมากนัก แต่ก็สะท้อนวัตถุบางอย่างในกลุ่มนำได้
ดาบ!? ในความมืดเช่นนี้ ผมไม่แน่ใจนัก แต่ทุกคนในหมวดต่างเงียบกริบ นั่นเพราะทุกคนมองเห็นเหมือน ๆ กัน

หัวหน้าหมวดรวมถึงเพื่อนแถวหน้าอีกสามสี่คนตัดสินใจเปิดไฟฉายส่องไปยังกลุ่มนำทันที และด้วยไฟฉายแรงสูงขนาดแปดท่อนที่มีได้เฉพาะระดับหัวหน้าหมวด พวกเราจึงสามารถมองเห็นกลุ่มนำได้ชัดยิ่งขึ้น ผมแน่ใจว่าทหารกลุ่มนำทุกนายถือดาบ! ไม่ใช่ปืน เอช.เค.33 อย่างที่พวกเราแบกกัน อีกทั้งการแต่งกายก็ไม่เหมือนกับพวกเรา แต่ดูจะโบราณราวกับละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ยังไงยังงั้น
หัวหน้าหมวดตัดสินใจหยุดแถว ท่ามกลางความมืดรอบนอกพวกเราทุกคนเบียดตัวกันเข้ามา

   “ใจเย็น ๆ เพื่อน เราจะหยุดพักตรงนี้ก่อน และรอกลุ่มหลังตามมา จากนั้นพวกราจะกลับพร้อมครูฝึก”   หัวหน้าหมวดแสดงความเป็นผู้นำสมกับที่ได้รับเลือก

“และเราจะนับจำนวนคนกันระหว่างรอ”   นั่นเพราะตอนนี้ พวกเราไม่ได้เดินกันเป็นหมู่หรอกครับ แต่ก็พอนับกันได้ ผมภาวนาขอให้ครบทั้งห้าสิบคนเถิด กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครขาดหายไป เหลือบตาดูเพื่อนซี้ทั้งสามตัว ไอ้พล ไอ้ขวด ไอ้ป่าน เออ…อยู่ครบ ผมคิดระหว่างการขานตัวเลขไล่เรียงทีละคน

“ห้าสิบ”   เสียงสุดท้ายดังขึ้น ผมและใครหลายคนถอนใจโล่ง

 “ห…ห้าสิบเอ็ด”   เสียงอ่อย ๆ ดังขึ้นท้ายแถว ลมหายใจที่กำลังถอนโล่งหยุดกึกกันหมด นั่นรวมผมด้วย

ทุกคนหันไปมองเจ้าของเสียง ไอ้แมว…เพื่อนผมเอง

นับไปแล้วไม่ใช่เหรอวะ”    ท่านหัวหน้าตะโกนถาม

 “เปล่า! กูยังไม่ได้นับจริง ๆ ไม่ได้มุกนะเว้ย”    ไอ้แมวเถียง

การนับเริ่มขึ้นอีกครั้ง โดยใช้วิธีแตะไหล่คนถัดไปพร้อมขานเลข เพราะมันมืดมากเลยต้องใช้วิธีนี้

 “ห้าสิบเอ็ด”   เสียงไอ้แมวดังอีกครั้ง ไม่ใช่มุกตลกแน่ เพราะคราวนี้ทุกคนตั้งใจนับ ตั้งใจฟังกันหมดเผื่อมีใครนับเลขผิด

เสียงหัวหน้าหมวดสบถเบา ๆ ในคอ “ไอ้แมวนับย้อนขึ้นมาซิ”   หัวหน้าสั่งให้นับเป็นรอบที่สาม

  “หนึ่ง!”   ไอ้แมวนับอย่างดีใจเพราะคราวนี้มันไม่ต้องนับเป็นคนสุดท้าย

“ห้าสิบ”   เสียงคนแถวหน้าสุดนับอย่างยากเย็น

ถึงตรงนี้ทุกคนต่างเงียบกริบ… เพราะรู้ว่าหัวหน้าหมวดคือคนสุดท้ายที่จะต้องนับเลข “ห้าสิบเอ็ด”
ใครกันที่แปลกปลอมเข้ามาในหมู่พวกเรา ? และเวลานี้ ทุกคนคงมีความคิดคล้าย ๆ กัน เพียงแต่ไม่มีใครกล้าเอาไฟเปิดส่องหน้าเพื่อนข้าง ๆ…ไม่กล้าแม้แต่จะคิด

ทุกคนกลัวว่าจะเป็นชายแก่ที่ต้นไม้นั่น!

   “เอาล่ะทุกคน”    หัวหน้าของเราเอ่ยหลังรวบรวมสติได้
 “มีใครทำอะไรไม่ดีบ้างไหม”…

ทุกคนเงียบ เงียบรอคำตอบ. . .

    “สงสัยจะเป็นพวกกูว่ะ”   เสียงอ่อย ๆ ดังขึ้นข้างผม เชี่ยย! ไอ้ขวดกับไอ้ป่าน

 

ทั้งสองเล่าว่า ระหว่างนั่งรอการฝึกของกลุ่มอื่น ไอ้สองตัวเกิดปวดฉี่ เลยพากันไปฉี่หลังต้นไม้…ใช่ครับ! ก็ต้นไม้ที่เราเห็นชายแก่นั่นแหละ

เสียงสบถประสานกันเซ็งแซ่ และด้วยเหตุนี้ พวกเราทุกคนจึงต้องนั่งไหว้ขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา เจ้าของสถานที่ในบริเวณนั้น รวมถึงสองพระเอกที่พวกเราเทใจให้เป็นแมนออฟเดอะแมทช์ในคืนนี้ ก็ต้องร่วมขอขมาด้วย
และระหว่างที่ตั้งจิต ตั้งสมาธิขอขมานั่นเอง หูก็แว่วยินเสียงตะโกนเรียกหา เมื่อทุกคนลืมตาขึ้นมา อ้าว! แคมป์อยู่ห่างออกไปไม่เกินห้าสิบเมตรนี่เอง ?

“เฮ้ย! มาอยู่นี่ได้ไง”    ครูฝึกงงที่จู่ ๆ พวกเราห้าสิบคนเดินออกมาจากพงหญ้าข้างแคมป์ ผมได้รับการบอกเล่าในภายหลังว่า ที่ตรงนั้นน่ะ ครูฝึกเดินหาเป็นสิบรอบแล้ว ส่วนพวกหมวดที่เดินนำและเดินตามมานั้นก็งง ที่จู่ ๆ พวกเราหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นึกว่าตกเขาตายกันหมด เลยระดมคนช่วยกันหานี่แหละครับ

พวกผมปลอดภัย ทว่าระหว่างที่จะเดินเข้าแคมป์ หางตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็นอีกจนได้ . . .
ชายแก่คนนั้นเดินตามหลังไอ้ขวดเพื่อนผมอยู่. . .

นั่นล่ะครับ…คนที่ห้าสิบเอ็ด!

Loading...
Loading...

One thought on “กระทู้ผีพันทิป : ขนลุก! “ใครคือคนที่ 51” ในคืนนึงที่เขาชนไก่ หัวหน้าหมู่รด.สั่งนับกำลังพล.. แต่นับยังไงก็ได้ 51 ?!!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!