“ผียายจันทร์” ตำนานสุดหลอนในหมู่บ้านญวน เพราะลูกหลานพึ่งพาไม่ได้ แกจึงไม่ปล่อยมือจากสมบัติ

เรื่องนี้ฟังมาจากคนแก่แถวบ้าน จริงหรือไม่ เราไม่รู้
เห็นว่ามันน่ากลัวเลยหยิบมาเขียน

“สมบัติของกูห้ามใครแตะต้อง
ลูกหลานห้ามมอง มือไม้ห้ามจับ
แม้ตอนกูตาย เป็นผีอีเฒ่า
กูจะคอยเฝ้าสมบัติของกู
ไอ้อีตนได เข้ามายุ่มย่่าม
กูจะตามฆ่า หลอกหลอนทั้งโครต….”

-จังหวัดนครสวรรค์-
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งตอนนี้ได้พัฒนาไปตามยุคสมัย
แสงไฟสว่างจ้า มีถนนกว้างขวางมีรถวิ่งเข้า
ออกทั้งวัน แต่สมัยก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้
ทุระกันดานไฟฟ้าไม่มี ถนนคับแคบ
ผู้คนมีอยู่ไม่กี่หลังบ้านบ้าน ส่วนมากก็ทำอาชีพขาย
ปลาขายไก่ มีบ้านหลังนึงใหญ่โตพื้นที่กว้างขวาง บ้านนั้นตั้งเด่นสง่าอยู่ต้นซอยมีผลไม้ปลูก
ไว้เต็มบ้านเจ้าของนั้นเป็นแค่ยายแก่ๆ ชื่อยายจันทร์ แกอยู่คนเดียวไม่มีลูกหลานดูแล
ทุกๆวันยายจะตื่นแต่เช้ามาลดน้ำต้นไม้
และสำรวจข้าวของ และผลไม้ว่าหายมากแค่ไหน
สิ่งที่ยายชอบทำคือนั้งอยู่บนบ้านมองลงมาที่สวนผลไม้ใครผ่านไปผ่านมา
ต้องเห็นแกนั้งแบบนั้นจนพลบค่ำจึงเข้านอน

ช่วงเวลาที่แกเข้านอนนั้นจะมีคนปีนกำแพง
ขโขยผลไม้ทุกวัน ยายรู้ดีว่าพวกนั้นมาขโมย
ผลไม้  แต่แกก็ปล่อยให้พวกนั้นขโมยไป
จนวันที่ยายจันทร์ตายก็ไม่มีลูกหลานมาทำงานศพ
คนที่เข้าไปเก็บศพเล่าว่า แกนอนบนกองเลือด
ข้างๆศพมีข้อความว่า

“สมบัติของกูห้ามใครแตะต้อง
ลูกหลานห้ามมอง มือไม้ห้ามจับ
แม้ตอนกูตาย เป็นผีอีเฒ่า
กูจะคอยเฝ้าสมบัติของกู
ไอ้อีตนได เข้ามายุ้มย้าม
กูจะตามฆ่า หลอกหลอนทั้งโครต….”

ตอนมีชีวิตอยู่ยายจันทร์อยู่อย่างโดดเดี่ยวลูกหลานหายหมดจะกลับมาเยี่ยมเมื่อได้ข่าวว่า
แกไม่สบายใกล้ตายเท่านั้นสมบัติยายจันทร์ไม่ถูกยกให้ใครมีพินัยกรรมหรือกระดาษเก่าๆข้อความว่า
“กูยายจันทร์เจ้าของทุกอย่างในที่ดินนี้ มีลูกหลานเป็น 10 กว่าคนแต่ไม่สามารถพึ่งพาใครได้
ตอนมีชีวิตอยู่ไม่เคยเข้ามาเยี่ยมเยียน เมื่อใดที่กูตายอย่าเหยียบเข้าบ้านกู สมบัติกูก็จะไม่มีใครได้
ทั้งนั้น กูจะอยู่ดูแลเอง”

บ้านถูกปิดตายล็อคกุนแจแน่นหนา
การตายของยายจันทร์สร้างความน่ากลัวแก่คนในหมู่บ้าน   ทุกคนในหมู่บ้านต้องเดินผ่านบ้านแก
เวรกรรมตกอยู่กับพวกทำงานนอกบ้านแล้วต้องกลับบ้านดึกๆ เวลากลับบ้านวิ่งหน้าตั้งกันทุกคน
บางคนอยากลองดีเดินช้าๆมองเข้าไปในบ้านเห็น
ยายจันทร์นั้งอยู่บนต้นมะม่วง ชี้หน้าด่าตวาด
“มาขโมยของกูใช่ไหม ไปไกลๆบ้านกูเลยนะ”
จนไม่มีใครกล้ากลับบ้านค่ำๆ ผ่านมาสักระยะ
เริ่มมีรถรับจ้างเป็นรถซาเล้งเก่าๆ4-5คน มาจอด
รถเรียงแถวคอยรับส่งคนในหมู่บ้านและคนนอก
หมู่บ้าน  คนรับจ้างทุกคนเป็นคนนอกหมู่บ้าน
จึงไม่รู้เรื่องผียายจันทร์ คนในหมู่บ้านเวลากลับ
บ้านดึกๆก็จะจ้างรถซาเล้งเข้าไปส่งถึงหน้าบ้าน
คนขับซาเล้งสังเกตุว่าบ้านยายจันทร์ไม่มีคนอยู่
แต่บ้านกลับไม่ทรุดโทรมแถมยังมีผลไม้เต็ม
ไปหมด จึงวางแผนขโมยผลไม้พอส่งลูกค้าในหมู่
บ้านเสร็จ เลยแวะขโมยผลไม้ขณะที่กำลังปีนกำแพงจะ
ถึงยอดต้นมะม่วงเห็นยายจันทร์นั้งยองๆบนต้น
ไม้ดวงตาสีขาวโพนอ้าปากกว้าง ส่งเสียงกรีดร้อง
คนขับซาเล้งตกใจพลัดตกกำแพง วิ่งลืมรถ เสียงยายจันทร์ดังก้องอยู่ในหูทำให้หู
บอดไม่สามารถได้ยินเสียงภายนอกแต่กลับได้ยินเสียงยายจันทร์ตลอดเวลา ที่น่าแปลกใจคือรถซาเล้ง
ที่คนขับลืมไว้เข้าไปอยู่ในบ้ายยายจันทร์ ทั้งๆที่บ้านถูกปิดตายไม่มีใครเข้าไปได้ แต่รถกลับเข้าไปจอดอยู่

รถซาเล้งเข้าไปจอดในบ้าน
ยายจันทร์กลายเป็นปริศนาที่ไม่สามารถหาคำ
ตอบได้ ผู้ที่ล็อคกุนแจบ้านให้ยายจันทร์บอกว่า
“ผมเผากุนแจไปพร้อมศพยายจันทร์แล้วคับ”

ซาเล้งที่ไม่กลัวยังคงรับจ้างต่อไป วันหนึ่ง
มีคนขับซาเล้งอยากไปลองดีที่บ้านผี
ยายจันทร์ ส่งเสียงดังด่าทอ
“อีแก่อีจันไร ตายแล้วจะหวงสมบัติไปทำไม
หลอกเพื่อนกูจนหูบอดแล้วยังหลอกคนในหมู่
บ้านอีก วันนี้กูมาท้า!!แน่จริงออกมาสู้กับกู
กูจะตบให้คว่ำเลย กูจะเอาของไปขาย
ให้หมด” ซาเล้งคนนี้ปีนรั่วบ้านยายจันทร์
เก็บมะม่วงขว้างลงมาบนถนนเต็มไปหมด
เก็บไปบ่นไป
“ไหนล่ะผีอีแก่ ออกมาสิโว้ย”
เมื่อเห็นว่าไม่มีผีจึงหันหลังกำลังจะกระโดด
ลงจากกำแพง ได้ยินเสียงคนรดน้ำต้นไม้
ปากก็ร้องเพลง

“วัดเอ่ยวัดโบสถ์ มีตาลตะโนดอยู่เจ็ดต้น เอย..
พ่อขุนทองก็ไปปล้น..เออ..ป่านฉะนี้ไม่เห็นมา
เมียคดข้าวใส่ห่อ..เอย..ถ่อเรือไปตามหา
เขาก็เล่าลือมา ว่าพ่อขุนทองตายแล้ว
เอ่อเออเอ๊อเออเอย  เอ่อเอ้ยเอ้ยเอย..”

คนขับซาเล้งหันกลับไปดูเห็นผียายจันทร์
ยืนอยู่ใต้ต้นมะม่วง ตะเกียดตะกายปีนขึ้น
มาหาคนขับซาเล้ง วินาทีนั้นคนขับซาเล้ง
ซ็อคจนตกลงมาจากกำแพง รีบขี่รถออกไป
ปากก็ร้องโวยวาย “ผะๆๆผี ช่วยกูด้วยๆ”
ตาเหลือบมองกระจกข้างเห็นผียายจันทร์
นั้งอยู่ข้างหลัง หน้าตาเยาะเย้ยหัวเราะเสียงแหลมๆ
“จะตบกูหรอ ตบกูสิ ตบกูสิ ตบกู”

ชาวบ้านไม่ไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงร้องเรียนกับ
ทางผู้ใหญ่บ้านให้รื้อบ้านยายจันทร์ทิ้ง
ผู้ใหญ่บ้านอยากได้ที่ดินของยายจันทร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อรู้ที่ชาวบ้านเดือดร้อนจึงเข้าแผน
ของเขา ผู้ใหญ่บ้านจึงวางแผนทุบทิ้ง และจะซื้อต่อ…
แต่ไม่เป็นไปตามที่วางแผน อยู่ๆผู้ใหญ่บ้านก็
หายตัวไปเฉยๆชาวบ้านช่วยกันตามหา และไปดูที่บ้านยายจันทร์แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปได้ ตามหาอยู่เกือบ3สัปดาห์ เจออีกทีเป็นศพถูก
แขวนคออยู่หน้ารั่วบ้านยายจันทร์ สภาพศพอืดจน
เต็มที่ตาถลนลิ้นจุกปาก แต่ก่อนหน้านี้กลับไม่มีใครเห็นศพ

ชาวบ้านเลยไปยุ่งกับบ้านยายจันทร์อีก
กลัวว่าจะต้องตายแบบผู้ใหญ่บ้าน
เหตุการณ์นี้ทำให้ผียายจันทร์โกรธเคือง
ส่งเสียงกรีดร้องทุกค่ำคืน เวลา1ทุ่มทุกบ้านปิด
ประตูมิดชิดมีคนเล่าว่า ยายจันทร์เดินเคาะ
ประตูถามทุกบ้าน

“ช่างฟ้องช่างยุ
ปากว่างมากใช่ไหม
กูจะตัดลิ้นพวกเมิงทิ้ง”

ยายจันทร์เริ่มแก้แค้นพวกที่เอาเรื่องแกไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน โดยเริ่มจากตัวแกนนำ ป้าคนนี้ชื่อแดงเป็นญาติห่างๆของผู้ใหญ่บ้าน ป้าแดงได้รับข้อเสนอของผู้ใหญ่บ้านว่าถ้ายุยงคนในหมู่บ้านให้ลงมติรื้อบ้านยายจันทร์
ทิ้งได้ ป้าแดงจะได้ส่วนแบ่งจำนวนมากจึงทำให้เกิดความโลภเป่าหูให้ชาวบ้านให้เชื่อคำของตน
ชาวบ้านเชื่อ อย่างง่ายดายเพราะใจก็กลัว
ผียายจันทร์อยู่แล้ว..

ข่าวการตายของผู้ใหญ่บ้านเป็นที่พูดถึงในช่วงนั้น
ชาวบ้านคิดไปต่างๆนาๆ ว่าผู้ใหญ่บ้านตายเพราะ
ยายจันทร์ฆ่า ป้าแดงเมื่อรู้การตายแบบปริศนาของผู้ใหญ่บ้านเกิดความกลัวจนไม่กล้าออกจากบ้านไม่เจอหน้าผู้คน ผียายจันทร์ไปหาป้าแดงเคาะประตูเรียก
“อีแดง อีแดงออกมา กูจะเอาเมิงไปอยู่กับไอ้ผู้ใหญ่ออกมา”

เนื้อตัวป้าแดงเริ่มมีกลิ่นเน่า มีแผลตามตัวแขนขาบิดเบี้ยวผิดรูป พูดคุยคนเดียวตาเหลือกไปมา ในระยะเวลาไม่นานป้าแดงกลายเป็นคนบ้าพูดถึงแต่ยายจันทร์
จนวันนึง ป้าแดงกรี๊ดเสียงดังวิ่งไปตรงที่บ้านของยายจันทร์ ร้องไห้ฟูมฟายหันหน้าพูดกับบ้านยายจันทร์
ป้าแดง:กูขอโทษ กูขอโทษ ปล่อยกูไปเถอะอย่าหักแขนหักขากูอีกเลยนะกูจะทำบุญไปให้
ป้าแดง:ไม่ๆกูเจ็บหมดแล้ว ไม่หักแล้วจะทำอะไร
จะทำอะไรปล่อยกู

ป้าแดงดิ้นทุรนทุรายเอามือเข้าปากแล้วก็
ดึงลิ้นตัวเองออกมา “โอ้ยยยปล่อยกูไปเถอะกู..
ยังพูดไม่จบแกดึงลิ้นตัวเองจนขาดนอนชักอยู่กับพื้น ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือจนแกหยุดดิ้นและตายไปเอง…
ส่วนคนที่เหลือก็เป็นใบ้ไปเฉยๆหรือบางคนเดินไปผูกคอตายที่รั่วบ้านยายจันทร์

ผ่านมาสักระยะ สภาพบ้านเริ่มทรุดโทรมใบไม้
ต้นหญ้าขึ้นรกจนมองไม่ออกว่านี่คือบ้านที่
เคยสวยที่สุดในหมู่บ้าน..

เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนสภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไปด้วย
ถนนในหมู่บ้านถูกสร้างเพิ่มขึ้น จากที่เคย
มีแค่1ซอยเพื่มเป็น4ซอย ไฟ้ฟ้าเข้าถึงมากขึ้น
ไม่น่ากลัวเหมือนแต่ก่อน จึงทำให้ชาวบ้านไม่ค่อย
กลัว การเดินทางซอย1ยังคงถูกเลี่ยง ผียายจันทร์
ยังมาให้คนเห็นเรื่อยๆแต่ไม่น่ากลัวมากเท่าแต่ก่อน
อาจเป็นเพราะไม่มีใครผ่านไปใกล้บ้านแก
มีโรงเรียนเอกชนและรัฐบาลมาเปิดอยู่ระแวกหมู่
บ้านทำให้มีเด็กๆพลุกพล่าน.. เด็กรุ่นใหม่บางคนไม่รู้เรื่องผียายจันทร์คิดพิเลนนัดกันหลังเลิกเรียนไปเล่นในบ้านยายจันทร์
เด็กชายAและเด็กชายbปีนรั่วเข้าไป…

-ห้องเก็บของเป็นห้องแรกและห้องสุดท้าย
ในห้องพระมีระนาดเอกเก่าๆ ตั้งอยู่ เด็ก2คนชวนขึ้นไปเหยียบเล่น
บ้างก็กระโดดจนเครื่องหักเล่นกันสนุกจนลืมเวลา
จวนจะ6โมงเย็น อยากกลับบ้านแต่หาทางออกไม่เจอ
เด็กชายเริ่มร้องไห้ส่งเสียงดัง
…ไอ้เด็กเหี้ย
AB มองหน้ากัน// ใครพูด
A: ลุกขึ้นยืน แขนตั้งฉากนิ้วมือจีบเข้าหากัน
กระทืบเท้าแรงๆ หัวเราะเสียงแหลม
b:Aเป็นอะไร หยุดเล่นเดี่ยวนี้
A:รำสวยไหม เมิงดูอะไรนี่
ข้อมือเด็กชายAงอจนสุด ก๊อก!!!
ข้อมือหักทั้ง2ข้าง   เท้าที่กระทิบพื้นรัวๆ เล็บเปิดหมดทุกเล็บ

…ทำของกูหัก กูจะเอากระดูกพวกไปใช้แทน
สิ้นเสียงมีหญิงแก่ๆคลานมาหาAb ดวงตาขาวโพน
ยิ้มถึงรูหู พวกต้องชดใช้!!!

เด็กชายbสติแตกวิ่งหนีเอาตัวรอดทิ้งเพื่อนไว้
ข้างหลัง  ใจคิดถึงพ่อแม่จู่ๆก็หาทางออกเจอ
เขารีบปีนรั่วออกมา วิ่งไปหาชาวบ้านให้มาช่วย
เพื่อนตน คนที่เข้าไปช่วยคือลุงของเราเอง
ลุงไปตามชาวบ้านมาช่วยกันแต่หาเท่าไหร่
ก็ไม่เจอเห็นแต่รอยเลือดเป็นทางยาวเข้าไปในห้อง
เก็บของ..แต่ก็ไม่มีอะไรเห็นแต่ระนากเอกเครื่อง
ใหญ่ๆตั้งอยู่ ลุงบอกระนาดสภาพดีมากไม่มีรอย
หักเหมือนที่เด็กชายเล่า หากันถึง3ทุ่มจึงเลิกหา
ผียายจันทร์คงบังตาไว้ วันรุ่งขึ้นพ่อแม่เด็กมาช่วยตาม
หาไม่เจอผ่านพ่อเด็กเริ่มโมโห
“เมิงปล่อยลูกกู อีจันไรเป็นผีไม่อยู่ส่วนผีทำร้าย
กระทั่งเด็ก ถ้าไม่ปล่อยกูจะเผาบ้านเมิง”
พ่อเด็กวิ่งไปหาลูกในห้องเก็บของอีกครั้ง
เจอลูกนอนตัวบิดเหมือนน็อต
ตัวอ่อนไม่มีกระดูก คอหักแขนขาเลือดออก
ปากอ้าตาเหลือกค้าง เลือดออกปากออกหู

“กูปล่อยลูกแล้ว กูสั่งสอนให้ ลูกเมิงจะได้ไม่
ทำลายข้าวของของคนอื่น แต่มันต้องชดใช้
ที่ทำของกูพัง ออกไป” เสียงดังก้องอยู่ในหู
พ่อเด็กรีบเอาศพลูกออกไป ชาวบ้านเห็นศพเด็ก
แล้วบอกว่ามันน่ากลัวจนมองไม่ได้..

บ้านยายจันทร์มีป้ายติดหน้าบ้าน
“บ้านนี้ผีดุ อย่าเข้าใกล้”
ตอนนั้นพี่สาวเราอยู่ป.4 เล่าให้ฟังว่า

จนวันหนึ่ง..นายรุ่ง ลูกชายยายจันทร์
ผู้ที่เคยร่ำรวยมาก่อนดวงตกทำมาค้าขายไม่ขึ้น
หมดตัวไม่เหลือแม้แต่บ้านซุกหัวนอน กลับมา
บ้านแม่ตนเอง นายรุ่งไม่คิดจะมาอยู่แต่
จะเอาที่ดินยายจันทร์ไปขาย นายรุ่งมา
พร้อมกับขวานอันใหญ่พอถึงหน้าบ้านนายรุ่ง
ฟันเข้าไปที่กุนแจล็อคบ้านยายจันทร์
เหตุการณ์นี้ชาวบ้านนำไปถูกพูดสนุกปาก
เพราะยายจันทร์เคยบอกไว้แล้ว
“ห้ามยุ่งสมบัติแก แม้แต่ลูกหลานก็ห้ามยุ่ง”

นายรุ่งหาฉโนดทั้งวัน ตลอดเวลาระหว่างที่นายรุ่งหาฉโนดที่ดินเขาได้กลิ่นน้ำหอมยายจันทร์ลอยมาไกลๆ
ใจก็กลัวแต่อยากได้ฉโนด หาจนเริ่มมืดข้าวยังไม่ตกถึงท้องตัดใจออกไปกินข้าวก่อน
พอกินเสร็จรีบกลับมาหาต่อ ระหว่างที่เดินเข้าบ้าน
… : รุ่ง
นายรุ่งหันหน้าตามเสียง
… : กูบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเข้ามาเหยียบ
รุ่ง : แม่ ผมไม่มีที่ไปแล้วให้ผมเถอะ แม่ตายไปแล้วนะ
… : กูไม่มีทางให้คนแบบพวกเมิง คนเนรคุณแบบเมิง
ต้องเจอแบบกู กูทำให้เกิดได้กูก็ทำให้ตายได้!!!

ตอนเช้ามีคนเจอนายรุ่งนั้งดึงผมตัวเอง
ตาปูดเขียวเนื้อตัวมีรอยถลอก ปากพูดประโยค
ที่คุยกับยายจันทร์ซ้ำๆ จนทุกวันแกก็ยังอยู่
ยังนั้งพูดประโยคนั้น…

บ้านยายจันทร์กลายเป็นตำนานของหมู่บ้านยวน
ขึ้นชื่อว่า บ้านผียายจันทร์
ปัจจุบันบ้านยายจันทร์ยังอยู่ไม่มีใครเข้าไปยุ่ง
แม้แต่เดินผ่านยังไม่มีใครเดิน ชาวบ้านคิดว่าแกยังไม่ไปเกิดเพราะทุกวันนี้ยัง
ได้ยินเสียงรดน้ำต้นไม้ เสียงกวาดใบไม้ เสียงร้อง
เพลง เสียงโหยหวนตามสายลม
แต่ลูกๆยายจันทร์กลับโดนเวณกรรมที่ทำไว้
กับแม่ คือลูกๆของพวกเขาเองก็ไม่ดูและพวกเขา
เหมือนที่ไม่ดูแลยายจันทร์ และไม่มีใครกล้าไป
ยุ่งกับบ้านนั้นอีกเลย

” สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ
ขอโทษด้วยนะคะ ที่หนูเล่าเรื่องช้าทำให้ทุกคน
เสียอารมณ์ หนูทำงานตอนเย็นไม่ค่อยมีเวลา
ทำอย่างอื่นกลับบ้านก็ดึกแล้ว เมื่อคืนอาบน้ำเสร็จเผลอหลับไปเลย ขอโทษด้วย
นะคะ ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยคะ ถ้ามีโอกาศ
เดี่ยวมาเล่าอีกนะคะ จะทำให้ดีกว่านี้
ขอบคุณและสวัสดีคะ”

จากเรื่อง : ตำนานผียายจันทร์ เรื่องเล่าสุดน่ากลัวของหมู่บ้านญวน
เรื่องเล่าจาก : เรื่องเล่าสยองขวัญ พันทิป
เล่าโดย : สมาชิกหมายเลข 3876170

Loading...
Loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!