เปนชู้กับผี (The Unseeable) หนังผีไทยคลาสสิกปี 2549
เปนชู้กับผี (The Unseeable) หนังผีไทยคลาสสิกปี 2549 ที่ยังหลอนไม่จาง
เปนชู้กับผี (ชื่อภาษาอังกฤษ The Unseeable) คือภาพยนตร์ผีไทยปี พ.ศ. 2549 กำกับโดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เล่าเรื่องนวลจัน หญิงท้องแก่ที่เดินทางมาพระนครเพื่อตามหาคนรัก แล้วต้องเข้าไปพักในคฤหาสน์เก่าที่ซ่อนความลับมืดมนเอาไว้
ก่อนจะพาไปรู้จักหนังเรื่องนี้ให้ลึกขึ้น ใครที่กำลังมองหาหนังผีไทยเรื่องอื่นๆ มาดูต่อ ลองแวะไปดู รวมหนังผีน่ากลัวขึ้นหิ้ง ที่เรารวบรวมไว้ให้แล้ว เพราะเปนชู้กับผีเองก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่ถูกจัดอยู่ในลิสต์นั้นด้วย
ข้อมูลหนัง เปนชู้กับผี โดยสรุป
| ชื่อไทย | เปนชู้กับผี |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | The Unseeable |
| ผู้กำกับ | วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง |
| ปีที่ออกฉาย | 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 (2006) |
| ความยาว | 97 นาที |
| บทภาพยนตร์ | ก้องเกียรติ โขมศิริ |
| นักแสดงนำ | ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, สุพรทิพย์ ช่วงรังษี, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, ศรุต วิจิตรานนท์, วิสาข์ คงคา |
| สร้างโดย | ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น |
| รางวัล | เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รางวัลสุรัสวดี ครั้งที่ 28 (พ.ศ. 2549) |
เปนชู้กับผี เล่าเรื่องอะไร
เรื่องราวของ เปนชู้กับผี เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2477 เมื่อ นวลจัน (รับบทโดย ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) หญิงสาวท้องแก่ใกล้คลอด เดินทางจากชลบุรีเข้ามาพระนครเพื่อตามหา ชอบ (ศรุต วิจิตรานนท์) ชายคนรักที่จู่ๆ ก็หายตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ระหว่างการตามหาคนรัก เธอได้เข้าไปพักอาศัยในคฤหาสน์เก่าแก่ของ คุณนายรัญจวน (สุพรทิพย์ ช่วงรังษี)
ในคฤหาสน์แห่งนี้มีคนรับใช้ชื่อ สมจิตร (ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา) ผู้แต่งกายด้วยชุดสีดำอยู่เสมอ และมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนน่าสงสัยระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ ยิ่งนวลจันรอคอยชอบนานเท่าไร เธอก็ยิ่งค่อยๆ พบเจอกับความลับมืดมนที่ถูกซ่อนไว้ในคฤหาสน์แห่งนี้มากขึ้นเท่านั้น หนังค่อยๆ คลี่คลายปมปริศนาไปพร้อมกับสร้างบรรยากาศอึดอัดชวนขนลุกตลอดทั้งเรื่อง โดยไม่รีบเฉลยความจริงจนกว่าจะถึงช่วงท้าย
สิ่งที่ทำให้พล็อตของ เปนชู้กับผี น่าติดตามไม่ใช่แค่ปริศนาว่าชอบหายไปไหน แต่เป็นการที่นวลจันต้องอยู่ในสภาพร่างกายที่เปราะบาง (ท้องแก่ใกล้คลอด) ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เธอไม่คุ้นเคยและไม่มีใครที่ไว้ใจได้อย่างเต็มที่ ความรู้สึกไร้หนทางแบบนี้เป็นตัวขับดันให้คนดูรู้สึกอึดอัดไปพร้อมกับตัวละครตั้งแต่ต้นเรื่อง คฤหาสน์ของคุณนายรัญจวนเองก็ถูกวางให้เป็นเหมือนตัวละครหนึ่ง ด้วยการจัดแสงและมุมกล้องที่ทำให้ทุกห้อง ทุกทางเดิน ดูเหมือนซ่อนอะไรบางอย่างอยู่เสมอ สมจิตรที่แต่งกายด้วยชุดสีดำก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่หนังใช้ภาพลักษณ์ล้วนๆ ในการปลูกฝังความไม่ไว้วางใจให้คนดู โดยไม่ต้องพึ่งบทพูดอธิบายตรงๆ ว่าตัวละครนี้มีเงื่อนงำอะไรซ่อนอยู่ ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป เส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่นวลจันเห็นจริงกับสิ่งที่อาจเป็นเพียงความหวาดระแวงของเธอเองก็ยิ่งพร่าเลือน ซึ่งเป็นเทคนิคเล่าเรื่องที่ทำให้คนดูต้องคอยตั้งคำถามกับทุกฉากที่ผ่านไปตลอดทั้งเรื่อง
ใครอยู่เบื้องหลัง เปนชู้กับผี
วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง กับผลงานกำกับเรื่องที่ 3
เปนชู้กับผี เป็นผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ต่อจาก ฟ้าทะลายโจร และ เขาชนไก่ ซึ่งทั้งสองเรื่องก่อนหน้านั้นวางสไตล์ภาพจัดจ้านและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่จดจำในวงการหนังไทยมาก่อนแล้ว การมาจับหนังผีในเรื่องนี้จึงเป็นการเปลี่ยนแนวที่หลายคนจับตามอง
ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้เขียนบท
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เปนชู้กับผี เป็นครั้งแรกที่วิศิษฏ์ให้คนอื่นเขียนบทภาพยนตร์ให้ โดยบทเรื่องนี้เขียนโดย ก้องเกียรติ โขมศิริ ส่วนงานสร้างอยู่ภายใต้ ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น โดยมีเจริญ เอี่ยมพึ่ง เป็น executive producer เพลงประกอบภาพยนตร์ทำโดยวง Wild at Heart และงานตัดต่อเป็นฝีมือของหม่อมราชวงศ์ปัทมนัดดา ยุคล
นักแสดงในเปนชู้กับผี มีใครบ้าง
นำแสดงโดย ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ในบท นวลจัน หญิงสาวผู้เป็นศูนย์กลางของเรื่อง ร่วมด้วย สุพรทิพย์ ช่วงรังษี ในบทคุณนายรัญจวน เจ้าของคฤหาสน์ และ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ในบทสมจิตร คนรับใช้ชุดดำผู้ลึกลับ นอกจากนี้ยังมี ศรุต วิจิตรานนท์ ในบทชอบ ชายคนรักของนวลจัน และ วิสาข์ คงคา ในบท “ฉ่อย” ตัวละครที่เพิ่มมิติให้ความสัมพันธ์ในคฤหาสน์ซับซ้อนยิ่งขึ้น
ทำไมสไตล์การกำกับของเปนชู้กับผี ถึงต่างจากหนังผีทั่วไป
จุดเด่นที่ทำให้ เปนชู้กับผี ถูกพูดถึงในแง่คุณภาพงานสร้างคือหนังเรื่องนี้ ไม่พึ่งพา jump-scare หรือ CGI เป็นตัวขับเคลื่อนความหลอน แต่เลือกสร้างบรรยากาศผ่านการถ่ายภาพแบบ handheld ด้วย Steadicam ผสมกับโทนสีน้ำตาลหม่นที่ตอกย้ำความเป็นยุคสมัย พ.ศ. 2477 ได้อย่างสมจริง
ในทางทฤษฎีภาพยนตร์ทั่วไป การถ่ายภาพแบบ handheld หรือใช้ Steadicam มักถูกเลือกใช้เพราะให้ความรู้สึก “ไม่มั่นคง” กับคนดูโดยธรรมชาติ ภาพที่แกว่งไหวเล็กน้อยตามจังหวะการเดินของกล้อง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในที่เกิดเหตุจริง ไม่ใช่แค่มองผ่านกรอบจอที่นิ่งสนิทแบบการถ่ายด้วยขาตั้งกล้อง เมื่อผสมกับโทนสีที่หม่นลงและแสงที่ไม่จัดจ้าน ภาพรวมของทั้งเรื่องจึงสร้างความรู้สึกอึดอัดสะสมไปทีละนิด แทนที่จะปล่อยให้คนดูรู้สึกปลอดภัยแล้วค่อยช็อกด้วยเสียงดังหรือภาพที่โผล่มากะทันหันแบบหนังผีที่เน้น jump-scare
อีกเทคนิคหนึ่งที่ตามรีวิวจาก RAREMEAT Blog กล่าวถึงคือการจัดองค์ประกอบภาพให้วิญญาณปรากฏอยู่ในมุมขอบจอหรือด้านหลังตัวละคร แทนที่จะช็อกจอตรงๆ แบบหนังผีทั่วไป วิธีนี้ทำให้คนดูต้องจ้องมองอย่างระมัดระวังตลอดทั้งเรื่อง เพราะไม่รู้ว่าความน่ากลัวจะโผล่มาจากมุมไหน ซึ่งนักวิจารณ์บางส่วนยังตีความว่าหนังเรื่องนี้แฝงธีมเรื่องกรรม ความลับ และวงจรการหลอกลวงภายในครอบครัวเอาไว้ด้วย ไม่ได้เป็นเพียงหนังผีเพื่อความบันเทิงล้วนๆ
ถ้าพูดกันในเชิงจิตวิทยาความกลัวทั่วไป ความหลอนแบบที่ไม่บอกตรงๆ ว่า “ผีอยู่ตรงนี้” แต่ปล่อยให้คนดูต้องสังเกตเองว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่ในเฟรมภาพ จะกระตุ้นความกลัวประเภทที่เรียกว่าความกลัวจากความไม่แน่นอน (fear of the unknown) ซึ่งมักฝังอยู่ในความทรงจำของคนดูได้นานกว่าความตกใจฉับพลันจาก jump-scare เพราะสมองของคนเราจะพยายามเติมภาพและตีความสิ่งที่ยังไม่ชัดเจนไปเรื่อยๆ แม้ดูจบไปแล้วก็ตาม นี่คือเหตุผลหนึ่งที่หนังผีแนวเน้นบรรยากาศแบบเปนชู้กับผีมักถูกพูดถึงในระยะยาว ต่างจากหนังที่เน้นความตกใจฉับพลันซึ่งมักให้ความรู้สึกตื่นเต้นเฉพาะตอนดูแต่จางหายไปเร็วกว่า
เปนชู้กับผี ได้รับผลตอบรับและรางวัลอะไรบ้าง
เปนชู้กับผี ทำรายได้ในประเทศไทยประมาณ 20 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่ประสบความสำเร็จทางรายได้มากที่สุดของวิศิษฏ์ในช่วงเวลานั้น หนังได้รับเสียงวิจารณ์ในเชิงบวกโดยรวม และถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปจัดจำหน่ายในต่างประเทศด้วย สะท้อนว่าหนังผีไทยแนวบรรยากาศแบบนี้สามารถไปได้ไกลกว่าตลาดในประเทศ
ในแง่รางวัล เพลงประกอบภาพยนตร์ของเรื่องนี้ได้รับรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากรางวัลสุรัสวดี ครั้งที่ 28 (พ.ศ. 2549) ซึ่งเป็นการยืนยันคุณภาพงานด้านเสียงและบรรยากาศของหนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
เปนชู้กับผี เทียบกับผลงานอื่นของวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง อย่างไร
เมื่อเทียบกับ ฟ้าทะลายโจร และ เขาชนไก่ ที่มาก่อนหน้า ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องภาพจัดจ้านและลายเซ็นเฉพาะตัวของวิศิษฏ์ เปนชู้กับผี ถือเป็นการเปลี่ยนโทนที่ชัดเจน ทั้งในแง่แนวหนังที่หันมาจับผี และในแง่กระบวนการทำงานที่เขายอมให้ก้องเกียรติ โขมศิริ เขียนบทให้เป็นครั้งแรก แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือความพิถีพิถันด้านภาพและบรรยากาศ ซึ่งทำให้หนังเรื่องนี้ยังมีกลิ่นอายความเป็นวิศิษฏ์อยู่ …