The Exorcist (1973) รีวิว เรื่องจริง ภาคต่อ เรียงลำดับ
The Exorcist (1973) คือหนังสยองขวัญสัญชาติอเมริกันจากสตูดิโอ Warner Bros. กำกับโดย William Friedkin เล่าเรื่องแม่ที่พาลูกสาววัยรุ่นไปหาหมอจนหมดทาง ก่อนจะต้องพึ่งบาทหลวงให้ขับไล่สิ่งที่เข้าสิงเธอ ถือเป็นหนังผีเข้าที่คนยังพูดถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่ง และเป็นจุดเริ่มของภาคต่อทั้งหมด
สารบัญ
- The Exorcist ภาค 1 คือหนังอะไร ใครเล่นบ้าง?
- The Exorcist เล่าเรื่องอะไร (เล่าแบบไม่สปอยล์ตอนจบ)?
- The Exorcist เรื่องจริงหรือเปล่า?
- The Exorcist น่ากลัวไหม?
- ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงเป็นตำนานและถูกวิจารณ์หนัก?
- The Exorcist ได้รางวัลอะไรบ้าง?
- The Exorcist ภาคต่อ เรียงลำดับยังไง?
- The Exorcist 2023 Believer เทียบต้นฉบับแล้วเป็นยังไง?
- The Exorcist ดูที่ไหนได้บ้าง?
- ใครควรดู ใครควรเว้น?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ The Exorcist
- สรุป ควรดูไหม?
ถ้าคุณกำลังไล่ดูหนังผีฝรั่งแล้วเจอชื่อนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกในลิสต์ของคนอื่น บทความนี้รวบรวมทุกอย่างที่คนมักค้นไว้ในหน้าเดียว ตั้งแต่ใครเล่น เรื่องจริงแค่ไหน ไปจนถึงภาคต่อทั้งหมดที่ควรดูตามลำดับไหน หากอยากเทียบกับหนังผีฝรั่งเรื่องอื่นด้วย ลองเปิดอ่าน หนังผีฝรั่งน่ากลัวที่สุด คู่กันได้
The Exorcist ภาค 1 คือหนังอะไร ใครเล่นบ้าง?
The Exorcist ภาคแรกเข้าฉายในสหรัฐฯ วันที่ 26 ธันวาคม 1973 ผลิตและจัดจำหน่ายโดย Warner Bros. ความยาวประมาณ 122 นาที กำกับโดย William Friedkin ผู้เคยกำกับ The French Connection มาก่อนหน้านั้น ส่วนบทภาพยนตร์เขียนโดย William Peter Blatty เจ้าของนิยายต้นฉบับปี 1971 ซึ่งทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างด้วย นั่นแปลว่าเจ้าของเรื่องอยู่ในกระบวนการสร้างหนังตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้ขายลิขสิทธิ์แล้วปล่อยให้คนอื่นตีความเอง
นักแสดงนำที่ทำให้หนังมีน้ำหนักมีดังนี้
- Ellen Burstyn รับบท Chris MacNeil แม่ที่เป็นนักแสดงหญิง ผู้ต้องเผชิญกับอาการประหลาดของลูกสาว
- Linda Blair รับบท Regan MacNeil เด็กหญิงที่กลายเป็นศูนย์กลางของเรื่อง
- Max von Sydow รับบท Father Lankester Merrin บาทหลวงผู้มีประสบการณ์เรื่องการขับไล่ผี
- Jason Miller รับบท Father Damien Karras บาทหลวงที่ทำหน้าที่จิตแพทย์ด้วย และกำลังสั่นคลอนเรื่องศรัทธา
นอกจากนี้ยังมี Lee J. Cobb, Kitty Winn และ Jack MacGowran อยู่ในทีมนักแสดงสมทบ และเสียงของปีศาจในเรื่องคือ Mercedes McCambridge ซึ่งมีรายงานว่าตอนแรกสตูดิโอไม่ได้ใส่ชื่อเธอในเครดิต จนมีข้อพิพาทผ่านสมาคมนักแสดงจึงได้รับการระบุชื่อ เรื่องนี้เล่ากันมานานในวงการ และเป็นตัวอย่างที่ดีว่าบางครั้งความน่ากลัวที่สุดของหนังไม่ได้มาจากภาพ แต่มาจากเสียง
ตัวเลขที่มักถูกยกขึ้นมาคือรายได้ ตามข้อมูลที่ Wikipedia รวบรวมไว้ หนังใช้ทุนสร้างราว 12 ล้านดอลลาร์ (ตั้งต้นที่ราว 4.2 ล้านดอลลาร์ก่อนบานปลาย) และทำรายได้รวมราว 441 ล้านดอลลาร์เมื่อนับรวมการนำกลับมาฉายซ้ำ โดยรอบฉายแรกอยู่ที่ราว 193 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้เป็นการรวมจากหลายรอบฉาย ถ้าต้องอ้างอิงจริงจังควรเช็กจากแหล่งข้อมูลบ็อกซ์ออฟฟิศอีกครั้ง
ในแง่ตำแหน่งแห่งที่ ตัวหนังถูกบรรจุเข้าทะเบียนภาพยนตร์แห่งชาติของสหรัฐฯ (National Film Registry) โดยหอสมุดรัฐสภาในปี 2010 ซึ่งเป็นสัญญาณว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้ถูกมองเป็นแค่หนังขายความตกใจ แต่เป็นงานที่มีผลต่อประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ด้วย
The Exorcist เล่าเรื่องอะไร (เล่าแบบไม่สปอยล์ตอนจบ)?
เรื่องเริ่มจากการขุดค้นโบราณวัตถุทางตอนเหนือของอิรัก ที่ Father Merrin พบรูปปั้นของ Pazuzu ปีศาจในตำนานเมโสโปเตเมีย ฉากเปิดนี้ดูห่างไกลจากเรื่องหลัก แต่ทำหน้าที่วางบรรยากาศว่ามีบางสิ่งที่ตื่นขึ้นมา จากนั้นหนังตัดไปที่ย่าน Georgetown ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ Chris MacNeil เช่าบ้านอยู่ระหว่างถ่ายหนัง เธออยู่กับลูกสาววัยรุ่นที่ชื่อ Regan ชีวิตครอบครัวดูธรรมดามาก ธรรมดาจนเสียงผิดปกติบนห้องใต้หลังคาฟังดูเป็นเรื่องหนูหรืออะไรทำนองนั้น
จุดที่หนังทำได้ดีคือการค่อย ๆ เปลี่ยนอาการของ Regan ทีละขั้น ตั้งแต่นิสัยเปลี่ยน พูดจาหยาบคาย เตียงสั่น จนถึงอาการทางร่างกายที่แพทย์อธิบายไม่ได้ Chris พาลูกไปตรวจกับแพทย์หลายคน ทำการทดสอบทางการแพทย์มากมาย แต่ผลที่ได้ก็วนเวียนอยู่กับคำว่า “ปัญหาทางจิต” หรือ “ความผิดปกติของสมอง” ครึ่งแรกของหนังจึงเหมือนละครครอบครัวที่ตัดสลับกับหนังสืบสวนทางการแพทย์ มากกว่าหนังผีแบบที่คนรุ่นหลังคุ้นเคย
เมื่อวิทยาศาสตร์ช่วยไม่ได้ Chris จึงหันไปหา Father Karras บาทหลวงชาวเยซูอิตที่เป็นจิตแพทย์ด้วย เขากำลังเผชิญความรู้สึกผิดเรื่องแม่ที่เสียชีวิต และเริ่มสงสัยศรัทธาของตัวเอง Karras ไม่ได้เชื่อเรื่องปีศาจตั้งแต่แรก เขามองว่านี่น่าจะเป็นอาการทางจิตเวช แต่สิ่งที่เห็นทำให้ความมั่นใจนั้นสั่นคลอน ก่อนที่ Father Merrin จะถูกเรียกเข้ามาเพื่อทำพิธีขับไล่ร่วมกัน ส่วนจะจบอย่างไร ขอเว้นไว้ให้คนที่ยังไม่เคยดูได้ไปเจอเอง เพราะตอนจบของเรื่องนี้ทั้งเศร้าและทรงพลังกว่าที่หลายคนคาด
สิ่งที่ทำให้เรื่องย่อนี้ต่างจากหนังผีทั่วไปคือ หัวใจไม่ได้อยู่ที่ “ผีคืออะไร” แต่อยู่ที่ความช่วยอะไรไม่ได้ของพ่อแม่ ความสิ้นหวังของหมอ และความสงสัยของนักบวช ซึ่งทำให้หนังอ่านเป็นหลายชั้นได้ ทั้งในฐานะหนังสยองขวัญ หนังดราม่า และหนังเกี่ยวกับศรัทธา
The Exorcist เรื่องจริงหรือเปล่า?
คำตอบสั้น ๆ คือ ตัวหนังและนิยายเป็นเรื่องแต่ง แต่มีเค้าโครงบางส่วนมาจากเหตุการณ์ที่มีผู้เล่าว่าเกิดขึ้นจริง William Peter Blatty ได้ยินเรื่องคดีขับไล่ผีปี 1949 ตั้งแต่ตอนเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย Georgetown เรื่องราวนั้นเกี่ยวกับเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่เรียกกันในเอกสารด้วยนามแฝง Roland Doe (บางแหล่งใช้ชื่อ Robbie Mannheim) เหตุการณ์เริ่มต้นที่ Cottage City รัฐแมริแลนด์ ก่อนครอบครัวจะย้ายไปที่เซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี และมีบาทหลวงเยซูอิตหลายคนเข้าไปเกี่ยวข้อง หนึ่งในนั้นคือ William S. Bowdern ซึ่งเป็นผู้นำพิธี
จุดสำคัญคือ รายละเอียดของคดีนี้มาจากบันทึกของบาทหลวงที่เกี่ยวข้องและคำบอกเล่าต่อ ๆ กัน ไม่ใช่ผลสอบสวนที่ตรวจสอบได้อย่างเป็นอิสระ Blatty เองก็ระบุว่าเขาใช้เรื่องนั้นเป็นแรงบันดาลใจ แล้วแต่งเติมเรื่องราว ตัวละคร และฉากจำนวนมากขึ้นมาเอง ที่สำคัญคือ ในคดีจริงผู้ถูกกล่าวถึงเป็นเด็กผู้ชาย ขณะที่ในหนังเป็นเด็กผู้หญิง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้สร้างตั้งใจแยกงานของตัวเองออกจากข้อเท็จจริง
มีรายงานในปี 2021 จากนิตยสาร Skeptical Inquirer ที่ระบุตัวตนของ Roland Doe …