ดูผีหลอก คลิปสยองดังทั่วโลก เรื่องไหนจริง เรื่องไหนคือกลลวง
ดูผีหลอก ในความหมายที่คนค้นหากันมากที่สุดคือการตามหาคลิปวิดีโอ “ผีติดกล้อง” หรือเหตุการณ์สยองขวัญที่เคยเป็นไวรัลทั่วโลก คำตอบสั้นๆ คือ คลิปเหล่านี้แบ่งได้เป็นสองกลุ่มหลัก คือกลุ่มที่ภายหลังถูกเฉลยแล้วว่าเป็นการจัดฉากหรือรายการทีวี กับกลุ่มที่ยังไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการ บทความนี้รวบรวมเหตุการณ์ดังระดับโลก พร้อมข้อสังเกตแยกของจริงกับของปลอม
สารบัญ
- ดูผีหลอกแล้วเจอคลิปแบบไหนได้บ้างในโลกออนไลน์
- คลิปและเหตุการณ์ผีหลอกที่โด่งดังที่สุดในโลกมีอะไรบ้าง
- ทำไมคลิปผีหลอกถึงดูสมจริงจนคนแชร์ต่อกันไม่หยุด
- ดูคลิปผีหลอกแล้วควรเชื่อแค่ไหน สังเกตอะไรได้บ้างว่าเป็นของปลอม
- ดูผีหลอกตอนกลางคืนแล้วนอนไม่หลับ ควรทำอย่างไร
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูผีหลอก
ดูผีหลอกแล้วเจอคลิปแบบไหนได้บ้างในโลกออนไลน์
เวลาพิมพ์คำว่า “ดูผีหลอก” ลงในช่องค้นหา สิ่งที่เจอมักไม่ใช่คลิปเดียวตายตัว แต่เป็นคอนเทนต์หลายรูปแบบที่ถูกจัดกลุ่มไว้ด้วยกันเพราะให้ความรู้สึกสยองคล้ายๆ กัน กลุ่มแรกคือคลิปกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพแปลกๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น เงาที่เคลื่อนผ่านจอ หรือประตูที่เปิดเองโดยไม่มีคนอยู่ กลุ่มที่สองคือคลิปจากรายการทีวีแนวจัดฉาก (prank show) ที่ตั้งใจสร้างสถานการณ์ให้คนทั่วไปตกใจแล้วถ่ายปฏิกิริยาไว้ออกอากาศ กลุ่มที่สามคือคลิปจากรายการล่าท้าพิสูจน์ (ghost hunting) ที่ทีมงานพกกล้องอินฟราเรดและเครื่องวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปในสถานที่ที่เชื่อว่ามีวิญญาณ และกลุ่มสุดท้ายคือคลิปสั้นบนโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และ Facebook ที่คนทั่วไปถ่ายแล้วแชร์เอง ซึ่งมักตรวจสอบแหล่งที่มาได้ยากที่สุดในบรรดาทั้งสี่กลุ่ม
ความน่าสนใจคือ คลิปที่ “ดัง” ที่สุดในโลกส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากกลุ่มที่สี่ แต่มาจากกลุ่มที่สองและกลุ่มที่หนึ่ง เพราะมีองค์กรหรือสื่อขนาดใหญ่ยืนอยู่เบื้องหลัง ทำให้ภายหลังมีการสืบสวนและเปิดเผยข้อเท็จจริงได้ชัดเจนกว่าคลิปที่คนทั่วไปถ่ายแล้วโพสต์แบบไม่ทราบที่มา หัวข้อถัดไปจะพาไปดูเหตุการณ์ที่โด่งดังที่สุดในแต่ละกลุ่ม พร้อมคำอธิบายเบื้องหลังเท่าที่มีการยืนยันแล้ว
คลิปและเหตุการณ์ผีหลอกที่โด่งดังที่สุดในโลกมีอะไรบ้าง
คลิปลิฟต์ผีหลอกจากบราซิล เขย่าขวัญคนทั้งโลกปี 2012
หนึ่งในคลิปที่คนแชร์กันมากที่สุดตลอดกาลคือ Elevator Ghost Prank จากรายการวาไรตี้ชื่อดังของบราซิล Programa Silvio Santos เนื้อหาคือกล้องวงจรปิดในลิฟต์อาคารสำนักงานจับภาพผู้โดยสารที่เดินเข้าลิฟต์ตามปกติ ก่อนที่ไฟจะดับกะทันหันแล้วมีเด็กผู้หญิงชุดขาวคลานเข้ามาทางแผงข้างลิฟต์ กรีดร้องเป็นระยะพร้อมกอดตุ๊กตาไว้แน่น ผู้โดยสารที่ไม่รู้ตัวว่าถูกแกล้งต่างวิ่งหนีและกรีดร้องสุดเสียงจนคลิปกลายเป็นไวรัลข้ามประเทศภายในไม่กี่วัน
ภายหลังสื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานตรงกันว่านี่คือการจัดฉากของรายการโทรทัศน์ โดยเด็กผู้หญิงที่รับบทผีถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายตัวละครผีจากภาพยนตร์เรื่อง The Ring และลิฟต์ถูกดัดแปลงให้มีแผงลับสำหรับให้นักแสดงคลานเข้าออกได้ ประเด็นที่ถกเถียงกันต่อมาไม่ใช่เรื่องผีจริงหรือปลอม แต่เป็นเรื่องจริยธรรมของการจัดฉากที่รุนแรงจนมีผู้โดยสารบางคนหวาดผวาจนเกือบล้มหรือชนสิ่งของ
ผีเปิดประตูหนีไฟที่พระราชวังแฮมป์ตันคอร์ต ปริศนาที่ไม่มีคำตอบทางการ
ต่างจากคลิปลิฟต์บราซิลที่ถูกเฉลยชัดเจน คลิปจากพระราชวังแฮมป์ตันคอร์ต (Hampton Court Palace) ในอังกฤษ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2003 ยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้ กล้องวงจรปิดของพระราชวังบันทึกภาพประตูหนีไฟที่ปิดสนิทอยู่ถูกผลักเปิดออกเองติดต่อกันสามวัน โดยในวันที่สองมีภาพร่างคล้ายคนสวมชุดคลุมยาวสไตล์ศตวรรษที่ 16 ปรากฏขึ้นก่อนจะพยายามปิดประตูกลับ ทางพระราชวังยืนยันว่าตรวจสอบแล้วไม่มีเจ้าหน้าที่หรือนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณนั้นในช่วงเวลาดังกล่าว และโฆษกของพระราชวังให้สัมภาษณ์สื่อว่า “เราเองก็งงไม่แพ้กัน มันไม่ใช่เรื่องตลกที่เราสร้างขึ้นแน่นอน”
นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าภาพอาจเป็นนักแสดงในชุดประวัติศาสตร์ที่ทำงานอยู่ในพระราชวัง หรืออาจเป็นกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ช่วงเทศกาลคริสต์มาส แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครออกมายืนยันว่าเป็นผู้อยู่ในภาพ ทำให้คลิปนี้ยังคงถูกจัดอยู่ในหมวด “ไม่มีคำอธิบายที่ยืนยันได้ชัดเจน” ต่างจากกรณีอื่นๆ ในบทความนี้ที่ส่วนใหญ่มีคำตอบชัดเจนแล้วไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เอนฟีลด์โพลเทอร์ไกสต์ คดีผีอังกฤษที่มีเทปบันทึกเสียงกว่า 100 ม้วน
เอนฟีลด์โพลเทอร์ไกสต์ (Enfield Poltergeist) คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเลขที่ 284 ถนนกรีน เขตเอนฟีลด์ กรุงลอนดอน ระหว่างปี 1977-1979 ครอบครัวฮอดจ์สันซึ่งมีลูกสาวสองคนคือ เจเน็ตและมาร์กาเร็ต อ้างว่าเฟอร์นิเจอร์เคลื่อนที่เอง มีเสียงเคาะผนัง และมีเสียงพูดประหลาดออกมาจากตัวเด็ก เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจมากจนสมาคม Society for Psychical Research (SPR) ส่งนักวิจัยอย่างมอริซ กรอสส์ และกาย ลียง เพลย์แฟร์ เข้าไปสืบสวนและบันทึกเสียงไว้มากกว่า 100 ม้วนเทประหว่างปี 1977 ถึง 1979 ซึ่งภายหลังถูกแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัลและตีพิมพ์เป็นหนังสือในปี 2019
สิ่งที่ทำให้คดีนี้ต่างจากคลิปไวรัลทั่วไปคือ หลักฐานมีทั้งฝ่ายที่เชื่อว่าเป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติจริง และฝ่ายที่ไม่เชื่อ นักมายากลชื่อ บ็อบ คูตตี ที่ได้ฟังเทปบันทึกเสียงบางส่วนให้ความเห็นว่า ไม่มีอะไรในเทปที่เกินความสามารถของเด็กสาวที่มีจินตนาการสูงจะทำได้ ขณะที่นักวิจัยบางคนใน SPR เองก็ยังมีความเห็นแตกต่างกัน คดีนี้จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์เรื่อง The Conjuring 2 แต่ในโลกความจริงยังไม่มีข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน
บ้านผีสิงแอมิตีวิลล์ จากคดีฆาตกรรมจริงสู่หนังสือที่ถูกเปิดโปงว่าแต่งขึ้น
เรื่องราวของบ้านแอมิตีวิลล์ (Amityville Horror) เริ่มจากโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจริง เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ปี 1974 โรนัลด์ เดอฟีโอ จูเนียร์ ยิงสมาชิกครอบครัวตัวเองเสียชีวิตทั้งหมด 6 คนภายในบ้านเลขที่ 112 ถนนโอเชียน เมืองแอมิตีวิลล์ รัฐนิวยอร์ก หนึ่งปีต่อมาครอบครัวลุตซ์ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนี้และอ้างว่าอาศัยอยู่ได้เพียง 28 วันก่อนต้องหนีออกมาเพราะเหตุการณ์เหนือธรรมชาติต่างๆ จนกลายเป็นหนังสือขายดีและภาพยนตร์หลายภาคที่ทำให้ชื่อ “แอมิตีวิลล์” กลายเป็นสัญลักษณ์ของบ้านผีสิงระดับโลก
แต่ในปี 1976 วิลเลียม เวเบอร์ ทนายความของเดอฟีโอ ยอมรับกับนิตยสาร People ว่าเรื่องราวเหนือธรรมชาติทั้งหมดถูก “สร้างขึ้นระหว่างดื่มไวน์กันหลายขวด” ร่วมกับครอบครัวลุตซ์ เพื่อวางแผนทำหนังสือขายดี เว็บไซต์ตรวจสอบข่าวลืออย่าง Snopes สรุปว่าคำกล่าวอ้างที่ว่า “แอมิตีวิลล์สร้างจากเรื่องจริง” นั้นไม่เป็นความจริง แม้คดีฆาตกรรมเดอฟีโอจะเป็นเหตุการณ์จริง แต่ส่วนที่เป็น “ผีหลอก” ทั้งหมดถูกแต่งเติมขึ้นภายหลังเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
ป้อมบังฆัรห์ ประเทศอินเดีย สถานที่เดียวที่ห้ามเข้าหลังพระอาทิตย์ตกอย่างเป็นทางการ
ป้อมบังฆัรห์ (Bhangarh Fort) ในรัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นในปี 1573 ในยุคของราชา มาโธ สิงห์ ถูกขนานนามว่าเป็นสถานที่ผีสิงที่สุดในอินเดีย ตามตำนานเล่าว่าผู้ใดเข้าไปในป้อมหลังพระอาทิตย์ตกจะไม่มีวันได้ออกมาอีก สิ่งที่ทำให้ป้อมแห่งนี้ต่างจากสถานที่ผีสิงอื่นๆ คือ สำนักงานสำรวจโบราณคดีแห่งอินเดีย (Archaeological Survey of India) ติดป้ายห้ามเข้าพื้นที่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและหลังพระอาทิตย์ตกอย่างเป็นทางการ ทำให้ที่นี่เป็นโบราณสถานแห่งเดียวในประเทศที่มีกฎห้ามเข้าตอนกลางคืนแบบนี้
เหตุผลที่หน่วยงานราชการชี้แจงอย่างเป็นทางการคือเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากโครงสร้างอาคารทรุดโทรมและไม่มีไฟส่องสว่าง อีกทั้งพื้นที่ยังติดกับเขตรักษาพันธุ์เสือสาริสกาที่มีสัตว์ป่าอย่างเสือดาวและหมูป่าออกหากินตอนกลางคืน ไม่ใช่เพราะยืนยันเรื่องเหนือธรรมชาติตามที่หลายคนเข้าใจผิด แต่ตำนานเรื่องผีสิงก็ยังคงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปเยือนป้อมแห่งนี้จนถึงทุกวันนี้
ตารางด้านล่างสรุปทั้ง 5 เหตุการณ์ให้เห็นภาพรวมง่ายขึ้น ก่อนไปดูว่าทำไมคลิปแบบนี้ถึงสมจริงจนคนแชร์กันไม่หยุด
| เหตุการณ์/คลิป | ปีที่ดังไวรัล | ประเทศ | สถานะล่าสุด | จุดเด่นที่ทำให้คนแชร์ต่อ |
|---|---|---|---|---|
| ลิฟต์ผีหลอกบราซิล | 2012 | บราซิล | ยืนยันแล้วว่าเป็นการจัดฉากของรายการทีวี | ปฏิกิริยาตกใจสุดขีดของผู้โดยสารจริง ไม่ใช่นักแสดง |
| ประตูหนีไฟแฮมป์ตันคอร์ต | 2003 | อังกฤษ | ยังไม่มีคำอธิบายทางการที่ยืนยันได้ | เป็นกล้องวงจรปิดของสถานที่ราชการ ไม่ใช่คลิปมือถือ |
| เอนฟีลด์โพลเทอร์ไกสต์ | 1977-1979 | อังกฤษ | มีหลักฐานเสียงจำนวนมาก แต่ผู้เชี่ยวชาญยังเห็นต่างกัน | มีองค์กรวิจัยระดับประเทศเข้าไปสืบสวนโดยตรง |
| บ้านแอมิตีวิลล์ | 1974-1976 | สหรัฐอเมริกา | ทนายความยอมรับว่าแต่งเรื่องขึ้นเพื่อขายหนังสือ | อิงจากคดีฆาตกรรมจริงที่มีบันทึกตำรวจยืนยัน |
| ป้อมบังฆัรห์ | ตำนานต่อเนื่องหลายศตวรรษ | อินเดีย | หน่วยงานรัฐยืนยันเหตุผลด้านความปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องผี | เป็นสถานที่เดียวที่มีกฎหมายห้ามเข้าตอนกลางคืนจริง |
ทำไมคลิปผีหลอกถึงดูสมจริงจนคนแชร์ต่อกันไม่หยุด
เหตุผลแรกที่อธิบายได้ทางเทคนิคคือข้อจำกัดของกล้องราคาถูก กล้องวงจรปิดหรือกล้องมอนิเตอร์เด็กหลายรุ่นใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำในที่แสงน้อย ทำให้เกิดภาพเบลอเป็นเงาลากยาวที่ดูคล้ายรูปร่างคน หรือบางครั้งเกิดจากแมลงบินผ่านหน้าเลนส์ในระยะใกล้จนดูเหมือนลูกแสงกลมๆ ลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ถ่ายภาพติดบ่อยจนกลายเป็นภาพผีคลาสสิกที่คนแชร์กันมานาน
เหตุผลที่สองเป็นเรื่องของจิตวิทยาการรับรู้ สมองมนุษย์มีกลไกที่เรียกว่าพาเรโดเลีย (pareidolia) คือแนวโน้มที่จะมองเห็นรูปแบบที่คุ้นเคย เช่น ใบหน้าคนหรือร่างกาย …