“โรงแรมนิรนาม” 21 วันในโรงแรมอาถรรพ์..ที่ไม่มีแขกมาเข้าพักสักคนเดียว!

จากเรื่อง : โรงแรมนิรนาม
เรื่องเล่าจาก : THE GHOST RADIO
เล่าโดย : คุณโบนัส

 

เรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา ที่โรงแรมที่นึงในภาคใต้ เรื่องก็มีอยู่ว่า ก่อนที่จะคุณโบนัสจะพบเจ้าของโรงแรมนี้ คุณโบนัสทำงานเป็นDJอยู่ในผับๆนึงในโรงแรมในกรุงเทพ คุณโบนัสก็ปฏิบัติงานปกติในแต่ละวัน จนกระทั่งวันนึงมีเพื่อนของเจ้าของโรงแรม เขามาจากทางภาคใต้ จากจังหวัดๆนี้ เขามาท่องเที่ยว แล้วเขาพูดว่า อยากได้คณะทำงานที่เกี่ยวกับวงดนตรี เล่นแบบโฟล์คซอง รวมทั้งขอบุคลากรเฝ้าล็อบบี้เวลากลางคืน กับพนักงานหิ้วกระเป๋า รวมถึงบริกร แล้วเจ้าของโรงแรมก็เรียกคุณโบนัสให้ไปคุยกับเพื่อนเจ้าของโรงแรมคนที่มาเที่ยว

 

เจ้าของโรงแรมคนนั้นก็ถามคุณโบนัสว่า พอจะมีทีมงานมั๊ย พอจะลงไปดำเนินงานให้พี่หน่อย เรื่องค่าจ้างรายเดือนไม่เกี่ยง สวัสดิการดี คุณโบนัสก็ฟังๆดูแล้วก็โอเค แล้วเขาก็เอารูปภาพของโรงแรมของเขาให้ชม แล้วบอกอยากทำโซนๆเนี้ยให้เป็นลานเบียร์สด คุณโบนัสก็พอที่จะรู้เรื่องคอนเซ็ปของเจ้าของโรงแรมละ คุณโบนัสก็เลยพูดว่า ยังไงเดี๋ยวจะลองๆหาดูนะพี่ แม้กระนั้นเขาบอกอีกว่า ให้หาเร็วๆหน่อยนะ ไม่เกิน 15 วัน คุณโบนัสก็พูดว่า คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าภายใน 15 วัน ก็จะต้องลาออกจากที่เก่าก่อน แล้วพอดิบพอดีที่เจ้าของโรงแรมที่คุณโบนัสทำงานอยู่ นั้นกับเจ้าของโรงแรมที่ภาคใต้ก็สนิทกัน เจ้าของโรงแรมที่กรุงเทพก็พูดว่า ช่างเถอะ ถ้าเกิดเอ็งหาได้ เดี๋ยวจะอนุมัติให้ คุณโบนัสก็งงมากว่าเพราะอะไรเจ้าของโรงแรมดูเหมือนให้ไปง่ายจัง

 

จากนั้นคุณโบนัสก็ไปหาคนอื่นเพิ่ม แล้วก็พอดิบพอดีว่าแฟนของคุณโบนัสเป็นนักร้องอยู่อีกผับนึง คุณโบนัสก็เลยถามว่า สนใจลงไปมั๊ย แฟนก็พูดว่า พอดีวงจะหมดสัญญาอยู่แล้ว ก็เลยลงไปด้วย แล้วคุณโบนัสก็ถามบุคลากรในโรงแรมบางคน แล้วทุกคนที่ไปถามก็พร้อมใจกันลงไป รวมทั้งได้ผู้จัดการมา 1 คน คุณโบนัสก็เป็นผู้ช่วยของผู้จัดการ แล้วหลังจากนั้นก็ลงไปทำงานที่โรงแรมในภาคใต้กันทั้งสิ้น 14 คน มีวงดนตรี 4 คน คนที่เหลือก็จะเป็นพวกแม่บ้าน เด็กหิ้วกระเป๋า เฝ้าล็อบบี้ ครบทุกตำแหน่ง แต่ว่า อยากให้ทั้ง 14 คนนี้เข้ากะช่วงกลางคืน เหมือนกับว่าอยากที่จะไม่ให้โรงแรมเงียบ เจ้าของโรงแรมเคยบอกไว้ว่า โรงแรมเปิดมาได้ปีกว่า อยู่ลึก คุณโบนัสก็บอกช่างเถอะ เจ้าของโรงแรมก็ถามคำถามว่า อยากได้เงินเดือนเท่าไร คุณโบนัสก็บอกเงินเดือนของแต่ละคนที่เรียกมาให้เจ้าของฟัง แล้วเจ้าของโรงแรมไม่ต่อค่าจ้างซักบาท และจ่ายเงินเดือนล่วงหน้าอีกคนละ 1 เดือน รวมทั้งจองตั๋วเครื่องบินให้ทั้งสิ้น 14 คน

 

พอถึงวันเดินทางก็นัดพบกันที่ท่าอากาศยาน ได้ไฟล์ทบินตอน 3 ทุ่ม แล้วก็ถึงที่จังหวัดๆนี้ตอน 4 ทุ่มกว่าๆพอมาถึงก็มีรถมินิบัสจากโรงแรมมารับไปที่โรงแรม โดยที่เจ้าของโรงแรมซื้อรถเก๋งป้ายแดงไว้ให้ใช้ และก็รถยนต์มอเตอร์ไซด์ใหม่ไว้ให้อีก 2 คัน ระหว่างทางคุณโบนัสก็ถามคนขับถามว่า จากท่าอากาศยานไปโรงแรมมันไกลมั๊ย คนขับก็พูดว่า ราวๆ 40 กิโล จากทางเข้าถนนใหญ่ เลี้ยวเข้าไปในซอกซอยราวๆ 2 กิโล มืดตลอดทาง ไปถึงก็จะมีตรอกเล็กๆแยกไปอีก และจากนั้นก็มีรถยนต์ของพนักงานของผู้หญิงที่น่าจะเป็นของบุคลากรสำนักงานที่โรงแรม แต่เขาไม่ได้หยุดคอยในโรงแรม แต่กลับหยุดรถยนต์รออยู่ข้างถนน เพื่อจะเอากุญแจรถเก๋ง แล้วก็กุญแจมอเตอร์ไซด์ที่เจ้าของโรงแรมซื้อไว้ให้ รวมทั้งกุญแจประตูโรงแรม แล้วก็กุญแจห้องพักบุคลากรทั้งหมด แล้วก็บอกว่า ห้องพักบุคลากรอยากอยู่ตรงไหนเลือกเอาเลย แล้วหลังจากนั้นก็แยกจากกัน แต่ก็ต้องนั่งรอต่อเข้าไปอีกราวๆเกือบจะๆกิโลนึงกว่าจะถึงโรงแรม

 

พอเข้าไปถึงโรงแรม ประตูโรงแรมจะอย่างกับประตูสวนสนุกเลย เป็นเหมือนเสาโรมัน ที่จอดรถใหญ่มาก ในโรงแรมก็เปิดไฟไว้อย่างละนิดอย่างละหน่อย เวลาขณะนั้นก็ราว 5 ทุ่ม ก็มียามที่อยู่หน้าโรงแรมพูดว่า ห้องพักบุคลากรเดินไปด้านหลังนะพวกคุณโบนัสก็ไปกัน 14 คน นอนห้องละ 2 คน 7 ห้อง คุณโบนัสก็เปิดเข้าไปในห้องพักของตนเอง เปิดเข้าไปห้องคือดีงาม ห้องพักบุคลากรมีห้องรับแขกด้วย มีTVตรงห้องรับแขกเครื่องนึง ในห้องนอนอีกเครื่องนึง ในตอนนั้นทั้งหมด 14 คนรู้สึกดีใจกันมาก งานอะไรมันจะแฮปปี้ขนาดนี้ ผู้จัดการก็พูดว่า นอนพักกันก่อน ไว้พรุ่งนี้ตอนเช้าตื่นมาค่อยมาคุยงานกัน

 

ตื่นมารุ่งเช้า เปิดประตูห้องมาจะพบสระว่ายน้ำเลย ที่สระว่ายน้ำจะมีสไลด์เดอร์สูงราวๆซักอาคาร 5 ชั้นได้ สระว่ายน้ำจะมีทั้งหมด 4 สระ สระเด็กสระนึง สระคล้ายจากุชชี่สระนึง สระคนโตสระนึง และก็สระที่เอาไว้เล่นสไลด์เดอร์อีกสระนึง คุณโบนัสเดินออกมาคุยงานกับคนอื่นแบ่งภาระหน้าที่กันว่าคนไหนอยู่ที่ไหน ทำอะไรบ้าง โดยที่กลุ่มของคุณโบนัสจะรับกะต่อตอน 4 โมงเย็น จนกระทั่งตอนเช้า แต่วงดนตรีจะอยู่ถึงตี 2 พอแบ่งตำแหน่งกันพร้อมสรรพ คุณโบนัสก็จะมีน้องอยู่ 2 สนิทๆคนนึงชื่อ เจ อีกคนชื่อ น้อย ที่เป็นเด็กเสริฟและก็เป็นบาร์น้ำ คุณโบนัสก็นั่งคุยกับ 2 คนนี้ว่า เพราะอะไรโรงแรมมันเงียบจัง ขนาดช่วงกลางวันนะเนี่ย จังหวัดก็เป็นจังหวัดท่องเที่ยว

 

ในกะตอนกลางวันพนักงานก็จะเป็นคนจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคนทำสวน หรือพนักงานคนอื่นๆไม่มีคนไทย คุณโบนัสก็ลองเดินสำรวจรอบบริเวณกับเจ วันแรกก็ยังเดินไม่ทั่ว พอเข้ากะค่ำ ทุกคนก็ต่างไปปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง โรงแรมนี้นั้นจะมีห้องอาหารมีโต๊ะอยู่ราว 100-200 โต๊ะ คุณโบนัสก็เดินเข้าไป ก็จะมีแม่ครัวทำกับข้าวไว้เลี้ยงพวกคุณโบนัส แล้วก็เลี้ยงพนักงานกะตอนกลางวัน คุณโบนัสก็เลยถามแม่ครัวว่า ป้า ทีนี่เขาเงียบอย่างงี้อยู่แล้วหรอ ป้าพูดว่า ป้าก็อยู่ตั้งแต่เปิด ก็เป็นอย่างนี้ล่ะ แล้วเราตั้งใจจะมาอยู่กันกี่วันล่ะ โดยที่ป้านั้นถามเป็นวันด้วย ไม่ใช่ถามเป็นเดือน คุณโบนัสก็สงสัยๆและตอบไปว่า พวกเราก็คงจะทำไปเรื่อยๆล่ะนะครับ ด้วยเหตุว่าเจ้าของโรงแรมค่อนข้างจะนิสัยดี ป้าก็พูดว่า ใช่ แต่เขาคงจะไม่เข้ามาหรอก เพราะเขาคงจะไม่ว่างเข้ามา

 

ช่วงดึก แม่บ้านที่เป็นคนทำอาหาร 4 โมงเย็น เขาก็กลับกันหมด หลังจาก 4 นาฬิกาเย็น ก็จะมีเพียงแค่พวกคุณโบนัส 14 คน ทั้งโรงแรม บุคลากรที่อยู่กะช่วงกลางวันทั้งหมดกลับกันหมดเลย และที่สำคัญ ไม่มีลูกค้ามาเข้าพักเลยแม้กระทั้งคนเดียว ถ้าหากมองในแง่ดี โรงแรมบางทีก็อาจจะอยู่ลึกไป คนเลยไม่เข้ามา กลางคืน คืนแรกก็ไม่มีอะไร แต่ที่ผิดสังเกตอยู่อย่างนึงก็คือ เวลาที่ถามแม่บ้านหรือบุคลากรอยู่กะตอนกลางวัน ถามว่า ทำไมโซนตรงนี้ถึงปิด ทำไมถึงให้เดินเพียงแค่โซนนี้โซนเดียว ก็มีคนบอกว่า โซนที่ปิดไว้ก็ไม่ต้องเข้าไปเดินหรอก เนื่องจากตรงนั้นยังทำไม่เสร็จ คุณโบนัสก็ไม่สงสัยอะไร แล้วก็อีกจุดนึงที่น่าสงสัยก็คือ สไลด์เดอร์ไม่เปิดให้ใช้ ปิดบันไดทางขึ้นหมดเลย คุณโบนัสก็รู้สึกว่า คงเพราะไม่มีลูกค้ามั๊ง ก็เลยปิดไว้

 

วันที่ 2 คุณโบนัสก็ขับรถออกไปข้างนอก ไปเซอร์เวย์กัน ขับออกไป รอบๆโดยรอบของโรงแรม ไม่มีชุมชน ไม่มีบ้านคนอยู่เลย ในระยะทาง 2 กิโลที่เข้ามา มีบ้านคนอยู่เพียงแค่ กิโลแรกแค่นั้น รอบๆจะเป็นป่าหมดเลย ทีนี้มันเริ่มแปลกก็ตอนเมื่อเข้าวันที่ 3 น้องคุณโบนัสที่ชื่อน้อยนั้น หายไปจากโรงแรม พอไปถามน้องที่อยู่ห้องเดียวกับ น้อย น้องเขาก็เล่าว่า ไม่รู้เรื่องนะพี่ พี่น้อยแกเดินออกไปด้านนอกตั้งแต่ตี 4 หนูก็คิดว่าแกคงไปเดินเล่นหรือไปวิ่ง จนกระทั่งเวลาที่ต้องทำงานแล้ว ก็ยังคงหาน้อยไม่พบ ออกไปดูที่รถ รถยนต์ก็ยังอยู่ครบหมด คุณโบนัสก็นึกในใจว่า หรือมันจะเดินหลงเข้าไปข้างหลังที่เขาห้ามเดิน คุณโบนัสก็เลยตกลงใจเดินเข้าไปกับเจ ก็เจอเป็นบ้านที่มีสระว่ายน้ำ อยู่หน้าบ้านทุกหลัง ลักษณะก็จะคล้ายๆ Pool Villa แต่ว่าตำแหน่งของบ้านมองดูสะเปะสะปะไปหมด และที่น่าตกใจก็คือสระว่ายน้ำทุกสระเป็นตะไคร่ขึ้นหมดทุกสระ บ้านแถวนั้นมีอยู่ราวๆ 20 หลังที่จะจำเป็นต้องเดินผ่าน

 

แล้วคุณโบนัสต้องเดินผ่านห้องฟิตเนสที่เป็นห้องฟิตเนสร้าง แต่ว่าเครื่องไม้เครื่องมือด้านในใหม่มากอยู่ข้างใน แต่ว่าก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าประตูล็อคอยู่ เดินผ่านไปก็จะเจอกับบ้านที่เป็นวิลล่าที่เป็นอีกแบบนึง ที่ไม่มีสระว่ายน้ำ แต่ก็ร้างเหมือนเดิม คุณโบนัสก็ลองมองลอดหน้าต่างเข้าไปในตัวบ้านก็มีเครื่องเรือนอยู่ภายในห้องครบหมดเลย ซึ่งไม่ใช่ว่าสร้างไม่เสร็จแน่นอนแต่มันเสร็จแล้วพร้อมใช้ พอเดินเข้าไปลึกๆอีก จะเป็นสปา มีสระวน มีศาลาอยู่ 5 ศาลา ตรงกลางของน้ำวนก็จะมีเกาะกลางด้วย รวมทั้งจะมีสะพานข้ามไปด้วยคุณโบนัสก็ไปเจอ น้อย นอนอยู่ที่ศาลาตรงกลางนั้น

 

คุณโบนัสก็เข้าไปปลุก แล้วน้อยก็ตื่นมา คุณโบนัสก็ถามว่า ทำไมถึงมานอนตรงนี้ น้อยก็เล่าว่า ตัวเองได้ยินว่ามีคนมาเรียกเมื่อคืนนี้ คุณโบนัสก็ถามต่อว่าใครเหรอมาเรียก น้อยก็เล่าว่า เป็นผู้หญิงมาเรียกว่า ให้มาช่วยเขาหน่อย แล้วน้อยก็เลยเดินตามไป ต่อจากนั้นน้อยก็ไม่มีสติอีกเลย แล้วหลังจากนั้นก็หลับไป กระทั่งพวกคุณโบนัสมาปลุก ถึงได้รู้สึกตัว แล้วคุณโบนัสก็เดินกลับออกมาที่หน้าโรงแรม มานั่งคิดกันว่า น้อย มันหลงไปได้ยังไง ใครกันแน่มาตามมันไป จริงๆเราก็มีกันเพียงแค่ 14 คนเองนะ ไม่มีคนอื่น แล้ววันที่ 3 ก็ผ่านไป

 

กระทั่งวันที่ 4 หนึ่งในกรุ๊ปคุณโบนัสก็มีน้องคนนึงที่เป็นแม่บ้านกะกลางคืน เขาท้องได้อยู่ 3 เดือน ตื่นตอนเช้ามาเขาเล่าให้ฟังว่า พี่ หนูฝันว่ามีผู้หญิงมาบอกว่า ให้ไปเอาเขาขึ้นมาหน่อย คุณโบนัสก็ถามว่า ทำงานมาก แล้วคิดมากรึเปล่า น้องก็สวนกลับมาว่า ที่นี่มีงานอะไรให้หนูทำพี่ เงียบขนาดนี้ คุณโบนัสก็เลยถามต่อว่า ฝันว่ายังไง น้องก็เล่าต่อว่า ในขณะที่หนูหลับ เหมือนกับว่ามีผู้หญิงมาเคาะกระจก แล้วพูดว่า พี่ๆมาช่วยหนูหน่อย หนูอยู่บ้านหลังสุดด้านหลังตรงโน่นเลย หนูอยู่ตรงใต้ต้นไผ่ แล้วก็ถ้าหากจะเดินเข้าไปหาหนูให้สังเกตเลยว่าหนูจะอยู่ตรงรีสอร์ทที่เป็นวิลล่า หน้าบ้านจะมีรูปปั้นที่เป็นสุนัขดำและสุนัขขาวอยู่ คุณโบนัสฟังแต่ก็ไม่ได้เชื่อ คงจะไม่มีอะไร แต่ว่าเจบอกว่า ลองเดินเข้าไปดูก็ไม่เสียหายมั้ง เข้าไปดูกันเลยดีกว่า ผมว่ามันแปลกๆละ

 

คุณโบนัสกับเจก็เดินเข้าไปอีกรอบ ผ่าน 20 หลังแรก ที่มีสระ เดินผ่านสปา และเดินต่อไปจนกระทั่งโซนท้ายสุดที่เป็นรีสอร์ทที่เป็นบ้านไม้เป็นหลังๆและบ้านหลังสุดท้าย มีรูปปั้นสุนัขจริงๆพอเดินไปดูบริเวณบ้าน ก็มีคล้ายกอไผ่อยู่จริงๆแล้วก็มีเฉพาะหลังนี้หลังเดียวด้วย คุณโบนัสก็มีความรู้สึกว่า หรือมันจะมีอะไรอยู่ใต้ดินนี้รึเปล่าวะ เวลาในตอนนั้น บ่าย 3 บ่าย 4 บรรยากาศก็ดูน่าขนลุก คุณโบนัสก็เลยบอกเจว่าพวกเราเดินกลับออกไปก่อนดีกว่า บรรยากาศเริ่มไม่ค่อยดีละ

 

จนกระทั่งมาถึงวันที่ 5 ก็มีน้องผู้หญิงที่เป็นบริกรเล่าว่า ได้ยินคนทะเลาะกัน แล้วก็มีเสียงเหมือนคนใช้ขวดตีกันจนแตก เป็นเสียงผู้ชายกับผู้หญิงทะเลาะกัน แต่ว่าเสียงเถียงกันนั้นไม่ใช่เสียงภาษาไทย คาดว่าน่าจะเป็นภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน ทีนี้ช่วงกลางวัน คุณโบนัสก็ไปถามแม่ครัวที่อยู่กะช่วงกลางวันว่า ป้า ตรงนี้มีแค่เรานอนกันอยู่เท่านี้ หรือมีพนักงานที่ก่อสร้างอยู่ข้างหลังบ้านนี้มั๊ยนะครับ ป้าบอกว่า ไม่มีนะ รอบกลางคืนก็จะมีแต่พวกคุณนั่นล่ะ คุณโบนัสก็คิดละว่า แล้วใครมันทะเลาะกันวะ

 

วันที่ 6 ครั้งนี้ได้ยินกันทั้งหมด 7 ห้องเลย คุณโบนัสก็เปิดประตูห้องออกมาดู ตอนตี 3 พากันไปเดินหาเสียง แน่ใจว่า ยังไงก็จะต้องมีคนอยู่ เดินไปกันอยู่หลายๆคน โดยเสียงมันมาจากตึกแถว ที่เป็นเหมือนห้องของคนงาน ที่ถูกล็อคด้วยแม่กุญแจไว้ แต่ว่าพอเดินไปดู ก็มองไม่เห็นว่ามีใครอยู่ แต่ว่าเสียงทะเลาะกันนั้นก็ยังคงอยู่ จนกระทั่งน้องๆคนอื่นเริ่มกลัว คุณโบนัสก็เลยบอกให้กลับกันดีกว่า และจากนั้นก็กลับออกมา

 

วันที่ 7 มีน้องคนนึงที่เป็นแม่บ้านกะกลางคืน ลงไปเล่นน้ำในช่วงกลางวัน แล้วก็มีเด็กที่เป็นลูกของคนงานกะตอนกลางวันมาเล่นด้วย แต่ว่าไม่ได้มาเล่นน้ำ กลับชี้ไปที่สไลด์เดอร์ คนที่เป็นแม่บ้านก็ถามว่า มีอะไรหรอหนู เด็กก็พูดไม่ค่อยชัด แต่ว่าพอฟังรู้เรื่องว่า น้าๆมีคนเล่นอยู่ด้านบน เด็ก 4 ขวบคงไม่น่าจะมาโกหก เด็กก็บอกต่อว่า เขาขึ้นไปเล่นได้ แล้วทำไมหนูขึ้นไปเล่นไม่ได้ แล้วพ่อแม่ของเด็กคนนี้ก็รีบวิ่งมาและพูดว่า มานี่ๆเลย อย่าไปพูดมั่วๆ จากนั้นก็พาลูกเขากลับ น้องแม่บ้านก็มาถามคุณโบนัสว่า มันจะมีอะไรมั้ย น้องเขาชี้ไปตรงสไลด์เดอร์หลายครั้งจังเลย คุณโบนัสก็เริ่มใจคอไม่ดีละ

 

วันที่ 8 ผู้จัดการนึกยังไงไม่ทราบอยากจะเล่นน้ำตอนตี 3 ก็เปิดไฟสระว่ายน้ำ สว่างพอควร จังหวะที่เล่นแกก็ว่ายอยู่ตามลำพัง แกพูดว่า แกได้ยินเสียงคนกระโจนน้ำตามลงมา ตูมนึง ทีแรกแกคิดว่าเป็นคนในโรงแรม หันไปก็ไม่เจอใคร แต่ว่าได้ยินคำพูดมาคำนึงว่า น้าๆหนูเล่นน้ำด้วยได้มั้ยแต่ผู้จัดการก็ยังคงมองไม่เห็นใครสักคน ได้ยินแต่เสียง แต่แล้วก็ไม่มีอะไร แกก็ขึ้นจากสระขึ้นมา

 

ทีนี้เรื่องมาสุดๆก็คือวันที่ 9 ผู้จัดการก็เจออีกครั้งนึง แกเล่นสระว่ายน้ำอย่างเดิม แต่ว่ารอบนี้ ระหว่างที่แกดำน้ำอยู่ ได้ยินเสียงคนกระโจนน้ำมาเหมือนเดิม แล้วในระหว่างที่ดำอยู่ ก็เห็นว่ามีเด็กกระโจนน้ำ

 

ลงมาด้วย สระมันก็จะใสๆผู้จัดการก็มองเห็นเป็นเด็กผู้ชายแต่สภาพคือมีเลือดออก ผู้จัดการก็ตกใจรีบขึ้นมาจากสระ กลัวว่าเด็กจะเป็นอะไรหรือไม่ แต่ว่าพอขึ้นมากลับไม่มีอะไร เสมือนเป็นสระว่ายน้ำว่างเปล่าที่มีแกอยู่ตามลำพัง แต่ผู้จัดการบอกว่า แกเห็นจริงๆแกก็พูดว่า มันไม่น่าอยู่แล้วล่ะ จะมีใครบ้างตอบพวกเราได้มั๊ยว่า เรากำลังเจอกับอะไร

 

ทีนี้ก็เลยไปถามบุคลากรที่อยู่กะตอนกลางวันที่เป็นคนจากประเทศเพื่อนบ้านที่พอพูดภาษาไทยได้ เขาก็เล่าว่า ก็ไม่มีอะไรนะ พวกคุณบางทีอาจจะอ่อนเพลีย แล้วก็ได้ยินไปเองล่ะมั้ง คุณโบนัสก็ถามย้อนกลับไปว่า แล้วทำไมพวกคุณไม่อยู่กะกลางคืนกันล่ะ เขาก็พูดว่า ไม่อยู่หรอก พวกฉันทำกะช่วงกลางวันกันแล้ว คุณโบนัสก็ถามคำถามว่า แล้วกะตอนกลางคืนมีคนเคยมาอยู่มั๊ย เขาก็ตอบว่า ก็เคยมี แต่ว่าเขาก็อยู่กันไม่ได้นาน คุณโบนัสก็ถามต่อว่า เพราะอะไรถึงอยู่กันไม่ได้ เขาก็พูดว่า ไม่รู้เหมือนกัน แล้วก็พวกคุณก็เป็นชุดที่ 4 แล้ว ที่มาทำกะตอนกลางคืน

 

วันที่ 10 น้องผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านที่ท้องอยู่ นั้นหายไป รถยนต์อยู่ครบดังเดิม ทุกคนก็เดินตามหากัน หายังไงก็หาไม่พบ ก็เลยถามเมทที่นอนกับน้องคนนั้น แต่เขาก็บอกว่า ไม่รู้เรื่องเลยว่าน้องออกไปตอนไหน พวกคุณโบนัสก็เดินตามหากันในโรงแรม แต่อย่างไรก็หาไม่พบ หายไปตลอดทั้งคืน คอยจนกระทั่งรุ่งเช้า เพื่อรอให้แม่บ้านกะตอนกลางวันเข้ามา คุณโบนัสก็เดินเข้าไปถามว่า ป้าครับ ลูกน้องผมหายคนนึง แม่บ้านก็ถามว่า จริงหรอ เขาออกไปข้างนอกหรือเปล่า คุณโบนัสก็พูดว่า ไม่หรอกครับ เขาไปไม่ถูก รถยนต์ก็ยังอยู่ครบ ต่อไปนี้แกก็พูดว่าลองไปหาที่บ้านหลังสีส้มดู คุณโบนัสก็ถามว่าอยู่ตรงไหน แม่บ้านก็บอกว่า เดินไปเหอะ มีอยู่หลังเดียว

 

คุณโบนัสรวมทั้งคนอื่นรวมกัน 6-7 คนเดินกันไป และก็พบน้องคนนั้นอยู่ในบ้านหลังสีส้ม แต่ประตูบ้านหลังสีส้มล็อคแม่กุญแจไว้ พวกคุณโบนัสจำเป็นต้องพังประตูเข้าไป แม่บ้านก็ไม่เดินตามมาด้วย เข้าไปประตูไป น้องก็หลับอยู่ คุณโบนัสก็ปลุกจนกระทั่งตื่นขึ้นมาน้องบอกประมาณว่า มีผู้หญิงมาตาม แต่รอบนี้ใส่เป็นชุดไทย เขาพูดว่า ไปนั่งเป็นเพื่อนเขาหน่อย เขาอยู่ลำพังคนเดียว เขาเหงา แล้วเหมือนหนูคุมตัวเองไม่ได้ และเดินตามเขาไป แล้วก็มารู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนพวกพี่มาเนี่ยล่ะ ทีนี้ทั้งหมด 14 คนก็มานั่งคุยกันว่า พวกเรากลับกันดีมั๊ย เจ้าของก็ไม่เข้ามาเลย ยิ่งอยู่ไปเราจะเป็นอะไรกันมั้ย พออยู่ครบ 13-14 วัน ช่วงกลางคืนจะมีเสียงเด็กมาไล่เคาะกระจกทุกห้องเลย และก็หัวเราะด้วย แฟนคุณโบนัสถึงกับร้องไห้เลย กระทั่งนอนกันไม่ได้ และทุกคืนวันพฤหัสก็จะมีเสียงคู่สามีภรรยาประเทศเพื่อนบ้านทะเลาะกัน ช่วงนี้ทุกคนหลอนกันไปหมดเลย ไม่รู้จะทำอย่างไร

 

จนกระทั่งในที่สุดที่อยู่ไม่ได้จริง ก็คือราววันที่ 17-18 ก็มีน้องคนนึงหายไป เป็นน้องผู้ชาย น้องคนนี้เป็นเด็กถือกระเป๋า หาไม่พบเหมือนเดิม คุณโบนัสก็ถามแม่บ้านเหมือนเดิมว่า ป้า น้องผมหายอีกแล้วอ่ะ ป้าก็ถามว่า ชายหรือหญิงล่ะ คุณโบนัสก็ตอบว่าผู้ชาย ป้าก็พูดว่า ลองไปดูที่ฟิตเนสสิ ซึ่งป้าแกรู้หมดเลย ถ้าหากผู้หญิงหายจะไปอยู่ที่ห้องสีส้ม ผู้ชายหายจะไปอยู่ในฟิตเนส แล้วก็ทุกครั้งที่คุณโบนัสผ่านห้องฟิตเนส ห้องมันล็อคอยู่ตลอด แล้วน้องมันจะเข้าไปได้อย่างไร แล้วคุณโบนัสเข้าไปเจอน้องคนนี้ในสภาพที่น้องเขาแขนหักข้างนึง ข้างซ้าย ในเวลานั้นคุณโบนัสก็ยังไม่ได้ถามอะไร พาไปหาหมอก่อน เนื่องจากว่าคงจะหักมานานแล้วด้วย

 

พอน้องตื่นมาก็ถามกันว่าเกิดไรขึ้น น้องก็เล่าว่า ผมเจอผู้ชายพูดว่า มาช่วยเขายกของหน่อย ผมก็เดินตามออกไปด้วยเพราะอะไรไม่รู้ แล้วสิ่งสุดท้ายก่อนจะแขนหักคือ เขาโยนดัมเบลล์ใส่ เขาบอกอ่ะ ช่วยรับไอนี่หน่อย แล้วใครมันจะรับไหว จังหวะนั้น น้องก็รับ 2 มือ แต่ว่าด้วยความที่มันหนักมาก ทำให้แขนข้างซ้ายของน้องมันหัก และจากนั้นก็หลับไปเลย มารู้ตัวอีกทีก็ในตอนที่แขนเข้าเฝือกเป็นที่เรียบร้อย

 

วันที่ 20 ก็ยังมีเด็กมาเคาะกระจกช่วงกลางคืน จนกระทั่งวันที่ 21 กรุ๊ปของคุณโบนัสตัดสินใจกลับ แต่ก่อนที่่จะกลับ ก็ไปถามแม่บ้าน ป้าแม่บ้านก็เล่าว่า ในความเป็นจริงแล้วพี่ก็จะลาออกสิ้นเดือนนี้เช่นกัน เพราะ ถ้าเกิดหมดจากชุดพวกเราก็อาจจะไม่มีใครมาแล้วหละมั๊ง คุณโบนัสก็ถามว่าเด็กที่อยู่ตรงสไลด์เดอร์เป็นใครกันแน่ ป้าก็เอาหนังสือพิมพ์ให้คุณโบนัสอ่าน เป็นหนังสือพิมพ์ที่ออกข่าวในจังหวัดนั้น เป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 4 เดือนแรกที่โรงแรมนี้เปิด สไลด์เดอร์ปกติจะมีโค้งรับ หรือบางทีจะมีเป็นอุโมงค์ แต่ว่าที่นี่ไม่มี ทำให้เด็กหลุดโค้งตกลงมากระแทกที่พื้นเสียชีวิต จากความสูงเท่ากับอาคาร 3-4 ชั้น แม้กระนั้นในหนังสือพิมพ์ไม่ได้กล่าวว่าเสียชีวิตจากที่โรงแรมแห่งนี้

 

แล้วคุณโบนัสก็ถามอีกว่า ห้องฟิตเนสเป็นยังไง ป้าก็พูดว่า คนงานที่เป็นเพื่อนบ้านเราเนี่ย เขาไปออกกำลังกายตอนค่ำ ในตอนนั้นโรงแรมก็ยังสร้างไม่เสร็จ ก่อนที่จะเปิด เหมือนเขามานอนยกบาร์เบลล์ แล้วไม่รู้ว่ายกอีท่าไหน บาร์เบลล์ร่วงลงมาที่คอ คอหักตาย คุณโบนัสก็ถามอีกเรื่องนึงว่า น้องผู้หญิงเขาฝันอีกว่ามีผู้หญิงขอให้ไปช่วย ป้าก็พูดว่า ระหว่างที่กำลังสร้าง เขาก็เร่งให้โรงแรมเสร็จเร็วๆผู้หญิงคนนี้ก็หน้ามืด นอนตายอยู่ที่บ้านหลังสุดท้ายข้างหลังนั้น คุณโบนัสก็ถามอีกว่า แล้วบ้านสีส้มหละ ป้าก็บอกว่า เป็นพนักงานสปา ถูกลูกค้าบีบคอ ส่วนทุกๆวันพฤหัสที่จะได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ก็คือ คนงานทะเลาะกัน เป็นคู่รักกัน เอามีดแทงกัน เอาขวดตีกันตาย พอถามไปถามมาก็ได้ทราบว่า ครึ่งนึงของพื้นที่เป็นกุโบร์เก่าหรือสุสานของอิสลาม แล้วไปสร้างโรงแรมทับไว้

 

ต่อจากนั้นคุณโบนัสก็โทรหาเจ้าของโรงแรม เจ้าของโรงแรมก็ถามว่า อยู่ไม่ได้ใช่มั๊ย อย่าว่าแต่เราเลย พี่ยังไม่กล้าเข้าเลย คุณโบนัสก็ถามว่า แล้วพี่ให้พวกเรามาเนี่ยนะ เจ้าของก็เล่าว่า จริงๆพี่ประกาศขายแต่ก็ไม่มีใครมาซื้อ โดยก่อนหน้านี้ เจ้าของโรงแรมคนนี้ ได้ซื้อโรงแรมต่อเขามาอีกที ในราคา 35 ล้านบาท ซึ่งมันถูกมากกับพื้นที่ตั้ง 20 ไร่ แล้วก็ก่อสร้างเสร็จหมดแล้ว แล้วก็ตลอด 20 -21 วันที่กรุ๊ปคุณโบนัสไปปฏิบัติงานที่โรงแรมนี้ ก็ไม่พบลูกค้าที่เข้ามาพักเลยแม้กระทั่งคนเดียว และในปัจจุบันนี้ โรงแรมแห่งนี้ เป็นโรงแรมร้างและยังคงประกาศขายอยู่ แต่ว่าก็ยังไม่มีใครมาซื้อตลอดระยะเวลา 9 ปี

 

Loading...
Loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *