กลางคืนใครเรียกชื่อ…อย่าขานรับ

เคยได้ยินมั้ย? หากได้ยินเสียงเรียกชื่อกลางคืน…อย่าขานรับ

เรื่องเล่าจากเดอะช็อคสตอรี่ (The shock Story)

คนเฒ่าคนแก่มักเชื่อและสอนลูกสอนหลานว่า “เวลากลางค่ำกลางคืน หากได้ยินเสียงแปลกๆหรือเสียงร้องเรียก ห้ามทักตอบเป็นอันขาด” สำหรับมุมมองของคนที่ไม่เชื่อเรื่องผี ก็อาจมองว่าเป็นกุศลโลบาย ไม่ให้เด็กๆเอะอะใช้เสียงในยามค่ำคืนให้หนวกหูขาวบ้าน หากแต่ในอีกมุมนึงก็เชื่อว่าเพราะมันเป็นเสียงเรียกของ “วิญญาณ” ดังที่ได้เกิดขึ้นกับหลวงพี่รูปหนึ่งที่ผมรู้จัก เรื่องมีดังนี้…

ในสมัยเมื่อ 8 ปีที่แล้ว หลวงพี่ท่านนี้ยังไม่ได้บวชเป็นพระ เคยเป็นนักเรียนที่พาล นิสัยแย่คนนึง ชอบทำตัวเป็นหัวโจก รวมกลุ่มกันเป็นอันธพาลมีเรื่องและไถตังค์กับคนอื่นเขาไปทั่ว ในตอนนั้นหลวงพี่ถูกเรียกชื่อจากเพื่อนๆในกลุ่มว่า “เอใหญ่” เนื่องจากมีเพื่อนที่ชื่อเอเหมือนกัน ดังนั้นจึงเรียกเป็นเอเล็ก-เอใหญ่ โดนมีเพื่อนในกลุ่มอีกคนคือตั้ม

ในวันนั้นเป็นวันประกาศผลสอบจบการศึกษา นักเรียนและผู้ปกครองจะไปชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นเป็น “ป๊อบ” นักเรียนร่วมห้องที่เอใหญ่และกลุ่มเพื่อนมักขู่รีดไถตังค์อยู่เสมอ หากแค่คราวนี้มันเริ่มจากการที่แม่ของป๊อบ ซึ่งในวันนั้นมาเป็นผู้ปกครอง เธอแต่งตัวดูแปลกๆคล้ายกับพวกไหว้เจ้าเข้าทรง ขณะเดินผ่านหน้าเอใหญ่ แม่ของป๊อบก็ชี้หน้าเอแล้วพูดขึ้นว่า…

“ระวังตัวไว้เถอะเอ็ง จะอยู่ได้อีกไม่นาน มีคนเขามารอแล้ว”

ป้าของเอที่ไปในฐานะผู้ปกครองได้ยินก็ตกใจ ในขณะที่เอฉุนเฉียวอย่างเดือดดาล “ปัญญาอ่อน” แต่เอก็ไม่ได้สนใจจะอยู่โต้เถียงมากไปกว่านั้น

หลังจากวันนั้นไปราวสองอาทิตย์ ปิดเทอมใหญ่ก็มาถึง ในขณะที่เอนอนเล่นอยู่บ้าน เพื่อที่ชื่อตั้มและเอเล็กก็โทรมาชวนไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนร่วมห้องอีกราวสิบกว่าคน เอตบปากรับคำ จนกระทั่งวันนั้นมาถึง พวกเขาเหมารถกันไปเที่ยวระยอง โดยได้ที่พักเป็นบ้านบังกะโลสองชั้น ซึ่งไม่ไกลจากชายหาดนัก

หลังจากเล่นน้ำทะเลที่หาดจนเริ่มมืด ทั้งหมดจึงชวนกันไปกินข้าวเย็น โดยจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ที่พักกันก่อน ตอนนั้ราวทุ่มกว่าๆ ขณะที่เอขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ข้างบน ก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อแว่วมา

“เอ…เอ…”

เอคิดในใจโดยไม่ได้ขานตอบเพียงว่า “จะเรียกทำไมนักนะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” โดยคิดว่าเป็นเพื่อนคนนึงมาตามมาเร่งให้รีบลงมา แต่ที่แปลกคือพอให้หลังไปแผลบเดียว เอก็ลงมาแต่กลับไม่เจอใครเลย เพื่อนๆไปรออยู่ข้างนอกกันหมด ตอนนั้นในบ้านเหลือแต่เอเพียงคนเดียว…

หลังจากอยู่เที่ยวกันจนดึกดื่น ผองเพื่อนก็กลับมานอนกัน โดยที่เอนอนอยู่ที่ชั้นบนกับเพื่อนอีกหลายคน แต่ในคืนนั้นเอง ขณะที่ทุกคนหลับไปแล้ว จู่ๆเอก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อดังแว่วมาอีก

“เอ…เอ….เอ…..”

มันเป็นเสียงเดิมกับที่ได้ยินตอนหัวค่ำ…เป็นเสียงของผู้ชาย ที่ดูเหมือนจะมีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยิน ถึงตอนนี้เอเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เอตัดสินใจนอนฟังต่อไปเงียบๆ โดยไม่ขานรับหรือแสดงท่าทีจะค้นหาต้นตอของเสียง แต่เสียงเรียกก็ยังดังมาเป็นระยะไม่หยุด จนเอต้องล้วงพระออกมากำแล้วท่องบทสวด จนกระทั่งสักพักเสียงเรียกก็หยุดหายไป เอจึงลุกขึ้นมามองหาต้นเสียงท่ามกลางแสงสลัวในความมืด เขาความตามองหาไปรอบๆห้อง ในที่สุดก็ไปเจอสิ่งที่ทำให้ช็อคสุดขีด! มีคนร่างใหญ่โตที่ในมือถือหอดแหลมสองคน กำลังยืนคุยอะไรบ้างอย่างกันที่มุมห้องอีกฝั่ง! ฟังดูไม่เป็นภาษาคน เอตกใจสุดขีดรีบมุดตัวเข้าผ้าห่มไปนอนแทรกกับเพื่อนๆ คลุมโปงแกล้งหลับไม่กระดุกกระดิก จนกระทั่งหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

เช้าวันถัดมา เอยังคงได้ยินเสียงเรียกชื่ออยู่เป็นระยะ มันทำให้เจากลัวแทบเป็นบ้า ในวันนั้นเองเพื่อนๆก็อดแปลกใจกับท่าทีของเอใหญ่ ที่ปกติมักจะโหวกเหวกโหวงเหวง วันนี้กลับดูสงบเสงี่ยมอย่างเหลือเชื่อ แต่ยิ่งกว่านั้นคือเอเล็กก็ดูเซื่องซึมไม่แพ้กัน ในช่วงเย็นกลุ่มเพื่อนๆก็ยังไปเล่นน้ำกันที่ชายหาด เอเล็กลงน้ำไปกับเพื่อนๆ ขณะที่มีเพียงเอใหญ่ที่ยืนอยู่ที่หาด เขายังคงต่อสู้กับเสียงขานเรียกชื่อ “เอ…เอ…” ซึ่งดังขึ้นอีกแล้ว จนในที่สุดเขาก็เริ่มขยับตัว เอใหญ่วิ่งลงตามไปในน้ำแล้วตะโกนเรียกดังก้อง

“ไอ้เอๆ…มีคนเรียกเมิง มีคนกำลังเรียกหาเมิงอยู่…”

“ใครวะ?”

เอเล็กหันกลับมาขานรับด้วยความสงสัย แต่ทันทีที่สิ้นเสียงขานรับ เสียงที่ดังในหูของเอใหญ่ก็หยุดลงทันที ขณะเดียวกับที่ร่างของเอเล็กผลุบหายลงไปในผิวน้ำ คล้ายกับถูกดึงรั้งจากใต้น้ำ แล้วหายไปกับเกลียวคลื่นลมของทะเล เอใหญ่เดินวนมองหาอยู่สักพักก็ไม่พบ จึงตะโกนบอกกับเพื่อนๆคนอื่นให้ช่วยกันหา แต่ก็ไม่พบง่ายๆ ในขณะที่แถวนั้นก็ร้างผู้คน สุดท้ายเลยตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือ ตรมเจ้าหน้าที่มาช่วยกันงมหาอยู่กว่า สองชั่วโมง สุดท้ายก็พบกับร่างของเอที่บัดนี้ได้เย็นชืด ไม่หายใจเสียแล้ว

สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ เอใหญ่ก็ไม่ได้เล่าให้ใครในหมู่เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นได้ฟัง เขาคิดเอาว่า…บางทีเสียงนั่นอาจต้องการตัวเขา แต่ “เข้าใจผิด” เอาตัวคนที่ชื่อเอเหมือนกันไปแทน อย่างไรก็ตามตั้วแต่วันที่มีงานฌาปนกิจของเอเล็ก เอมหญ่ก็ได้บวชอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร และยังคงบวชเรียนสร้างกุศลต่อเนื่องในผ้าเหลืองจวบจนทุกวันนี้…

 

ขอบคุณที่มา : สมาชิกพันทิปหมายเลข 3029364

Loading...
Loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!