She is ปอบ! เรื่องเล่าผี แม่ชีปอบในสวนยูคาลิปตัส

สุดเถิดแม่ชี…อยู่ดีเถิดหนา สยองเรื่องผีปอบแม่ชีท้ายโรงเรียนหลอกคนไปกิน

เรื่องนี้มาจากสมาชิกเฟสบุ๊ชื่อ “คุณปาง” คุณปางเล่าว่าสมัยเด็กราว 17 ปีที่แล้ว ได้อาศัยอยู่กับคุณย่าในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่จ.มหาสารคาม ในช่วงเย็นคุณปางก็จะออกมาเตะบอลเล่นกับเพื่อนๆในละแวกทุกวัน

เรื่องมีอยู่ว่า…เย็นวันนั้นหลังจากที่เล่นกันจนเหงื่อโทรมกาย ก็ได้พากันไปซื้อของกินที่ร้านขายของชำ แต่แล้วก็มี 3 คนในนั้นซึ่งอายุมากกว่าเขา ถือเป็นรุ่นพี่ของคุณปางเกิดนึกคึกคะนองอย่างไรไม่ทราบ กลับซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ติดมาด้วย พอดื่มได้ซักพักจนกระทั่งเมา ก็นึกพิเรนทร์เขียนชื่อตัวเองลงบนขวดที่ว่า แล้วพูดท้าทายเพื่อนในกลุ่มว่า

“ใครกล้าเอาขวดนี้ไปวางใต้ต้นฉำฉาหลังโรงเรียนเก่า เดี๋ยวให้ตังค์ 500”

ทีแรกดูเหมือนไม่มีใครปริปากรับคำออกมา กระทั่งคุณปางเองนึกสนุกและเกลี้ยกล่อมเพื่อนๆ เนื่องจากเงิน 500 บาทนั้นถือว่าเยอะทีเดียว หลังตกปากรับคำ รุ่นพี่ก็ควักแบ็งค์ 500 บาทออกมาโชว์

“พวกเอ็งเอาขวดไปวางไว้ซะ เสร็จแล้วก็กลับมาเอา…อ่อ นี่ตังค์ พรุ่งนี้เดี๋ยวจะไปดูผลงาน”

โรงเรียนเก่าที่ว่านั้นอยู่ไกลออกไปราว 1 กม. โดยที่จะมีสวนยูคาฯอยู่ท้ายโรงเรียน และหากเดินตัดซอยเล็กๆเข้าไปในสวนจะเจอต้นฉำฉาที่ว่าตั้งอยู่สุดซอย

ในเย็นวันนั้นนั้นเอง คุณปางกับเพื่อนได้ขี่รถเครื่องไปหลังโรงเรียนเก่าเข้าไปในซอย ผ่านดงต้นยูคาฯที่ขึ้นเป็นแนวอยู่เต็ม จนบังแสงแดดยามเย็นที่ก็น้อยอยู่แล้วกระทั่งแทบไม่ลอดออกมา ในที่สุดก็เห็นต้นฉำฉาเจ้าปัญหาอยู่ห่างออกไปไม่ไกล แต่จำต้องจอดรถเครื่องไว้แล้วเดินไป เนื่องจากทางข้างหน้าเป็นโคลนดิน ตอนนนเองที่ได้รู้สึกว่า…เส้นทางนี้ช่างเงียบสงัดจนชวนให้รู้สึกวังเวง อย่าว่าแต่เสียงนกเสียงกา แมลงซักตัวยังไม่มี

ขณะที่เดินไปยังต้นฉำฉานั่นเอง ทุกคนได้ยินเสียงแหวกหญ้าคล้ายมีคนเดินเข้ามาดังสวบสาบ ทั้งกลุ่มหันไปมองหาต้นเสียง แต่กลับไม่พบอะไร จนกระทั่งเข้าใกล้โคนต้นไม้หยิบขวดออกมา ทันใดนั้นก็มีเสียงเดินแหวกหญ้าดังขึ้นอีก พร้อมกับเสียงกิ่งไม้หักดังเป๊าะ พร้อมกับเสียงคนแว่วมาไกลๆ

“พวกเอ็งมาทำอะไรกัน!!”

เสียงเหมือนหญิงมีอายุแว่วมาตามลม ดูมีอารมณ์อยู่ในที หากแต่หันไปมองหาก็ไม่พบ จนสักครู่หนึ่งต้นเสียงที่ว่าก็ออกมาปรากฏตัวหลังเสียงแหวกใบหญ้าหยุดลง เจ้าของเสียงที่ว่าคือแม่ชีอายุราว 70 ร่างผอม ศีรษะมีผมสีขาวโพลนขึ้นประปราย แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งคณะยืนขาสั่นทันทีที่เห็นไม่ใช่เพราะกลัวถูกดุด่า หากแต่เป็นนัยน์ตาของแม่ชีที่เบิกโพลงออกกว้างราวสัตว์ป่า รูม่านตาที่ขยายออกเป็นวงรี จ้องมองมาทางนี้แล้วกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงชวนขนลุก

“พวกเอ็งมาทำอะไรกัน…อยากมาอยู่ด้วยกันเหรอ~”

สิ้นคำพูดนั้น คุณปางติดตีนหมาวิ่งนำออกไปก่อน โดยที่มีเพื่อนอีกสองคนวิ่งตามกลับออกไปทางเดิม แล้วทิ้งรถเครื่องเอาไว้อย่างไม่ใยดี

กระทั่งวิ่งจนหอบ เลยตั้งนั่งพักที่หน้าซอยทางเข้าสวนหลังโรงเรียน เนื่องจากชะล่าใจว่าห่างออกมาไหลแล้ว แต่นังไม่ทันจะหายเหนื่อยดี คุณปางหันกลับไปดูทางป่ายูคาฯซึ่งขึ้นสูงเรียงกันราวกับเป็นกำแพงพิศวง แล้วก็ต้องตกใจแทบลืมหายใจ เมื่อเห็นยายแม่ชีคนเมื่อกี้ ยืนแอบอยู่ด้านหลังต้นยูคาฯต้นหนึ่งในดงของมัน แล้วโผล่เฉพาะท่อนบนออกมาสอดส่องสายตา พร้อมแสยะยิ้มน่ากลัวมาทางพวกเขา

“เห้ย! นี่ยังหนีไม่พ้นอีกเรอะ”

โดยไม่ทันต้องคิดให้ยุ่งยาก ขาคุณปางกระโดดโหยงแล้วออกวิ่งต่อไปทันทีอย่างอัตโนมัติ ส่วนเพื่อนอีกสองคนก็คงตามมาติดๆ แม้คุณปรางไม่แม้แต่คิดจะหันกลับไปมอง แต่ได้ยินเสียงร้องตะโกนโหวกเหวกดังไล่หลังมาทันที จนกระทั่งมารวมตัวกันที่บ้านคุณปาง

เรื่องราวที่ทราบในภายหลัง คือแม่ชีท่านนี้แกมาจากไหนไม่มีใครทราบแน่ชัด ทราบเพียงว่าแกธุดงค์แล้วมาปักกลดอยู่ที่สวนหลังโรงเรียนเก่า จากนั้นก็มีชาวบ้านที่พบเห็นเข้าไปกราบไหว้บูชา ต่อมาก็มีข่าวว่าแม่ชีแกใบ้หวยได้แม่นมาก ชาวบ้านแถวนั้นถูกติดกันเป็นสิบๆงวด มีคนเข้าออกแถวนั้นเป็นจำนวนมาก กระทั่งช่วงหลังมากลับเกิดเหตุการณ์แปลกๆขึ้น คือมีคนหาปลาส่องกบไปพบเห็นแม่ชีแกเดินป้วนเปี้ยนไปรอบมหมู่บ้านในเวลาดึกดื่นอยู่บ่อยๆ ครั้นถามแกก็ตอบว่ามาเดินจงกรม ทำกรรมฐาน

แต่ที่แปลกและสยองไปกว่านั้นคือ จากชุมชนที่เงียบสงบ จู่ๆก็มีผู้ชายเสียชีวิตไปทีละคนสองคน โดยที่ไม่มีอาการป่วยใดๆ เพียงแต่นอนๆอยู่ก็ไปทั้งอย่างนั้น หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ไหลตาย” มีตั้งทั้งหนุ่มทั้งแกา หลังจากนั้นก็มีเสียงซุบซิบกันว่าอาจจะเป็นเพราะผีแม่หม้ายออกอาละวาด จึงได้ไปปรึกษาหมอธรรม ซึ่งคือตำแหน่งของผู้ที่มีคาถาอาคมที่ใช้ในทางที่ดี หมอแกบอกว่า…ไม่ใช่ผีแม่หม้ายหรอก แต่หากอยากรู้ว่าเป็นอะไร ให้ลองนำไก่ไปหาแม่ชี แล้วเอากลับมาผ่าดูข้างใน

มีชาวบ้านอุมไก่ไปพบแม่ชี หลังพูดคุยกันพักหนึ่งจึงกลับออกมา ปรากฎว่าจู่ๆไก่ก็น็อคไปซะอย่างนั้น เมื่อกลับมาผ่าออกดู ปรากฎว่าเครื่องในละเอียดไปหมด ราวกับถูกสัตว์ขย้ำ หลังจากนั้นชาวบ้านก็พากันรวมตัวไปขับไล่แม่ชีให้ออกไปจากหมู่บ้าน แต่เมื่อไปถึงดงต้นยูคาฯ กลับไม่พบร่องรอยของใครอยู่เลย จนคิดไปเองว่าคงจะหนีไปแล้ว แต่จากปากคำของคนหาปลาหากบตอนกลางคืน ยังคงมีคนพบเห็นแม่ชีเดินจงกรมไปตามหมู่บ้านอยู่! โดยเมื่อพยายามจะเข้าไปใกล้ แม่ชีแกก็จะจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าลืออีกว่า เด็กๆที่ไปวิ่งเล่นแถวป่ายูคาฯก็พบเจอแม่ชีป้วนเปี้ยนอยู่ในบางครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อชาวบ้านออกค้นหา ก็เป็นอันต้องคว้าน้ำเหลวทุกทีไป

 

ขอบคุณที่มาเรื่องเล่า : คุณปาง สมาชิกกลุ่มเฟสบุ๊ค “เรื่องผีๆ-สาระดีๆ”

Loading...
Loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!