เรื่องเล่าผี | สยองยุค’90 เมื่อผีโทรเข้ามากลางรายการวิทยุ

หากพูดถึงรายการที่เกี่ยวกับเรื่องเล่าผี เดอะช็อคต้องเป็นตัวเลือกแรกที่คนนึกถึง ด้วยความที่เสิร์ฟเรื่องเล่าสุดหลอนมานานนับสิบๆปีจนมีแฟนๆทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ในอดีตนั้นที่เชียงใหม่เคยมีรายการเรื่องผีที่โด่งดังที่สุดอย่าง “ไนน์ตี้ช็อค” กับเรื่องราวสุดสะพรึงเมื่อมี “ผี” โทรศัพท์เข้ามาเล่าเรื่องผีเสียเอง!

เมื่อผี…โทรศัพท์เข้ามาเล่าเรื่องผี ในรายการผี!

เหตุการณ์สยองขวัญที่พิลึกพิลั่นที่สุดในวงการรายการวิทยุผี ต้องย้อนกลับไปมากกว่า 20 ปีที่แล้ว ปัจจุบันหลายคนคงรู้จักรายการผียอดนิยมคู่บ้านคู่เมืองอย่าง “เดอะช็อค” กันเป็นอย่างดี แต่เหตุการณ์ที่จะกล่าวถึงนี้เกิดขึ้นกับรายการผีรุ่นบุกเบิกอย่าง “ไนน์ตี้ช็อค” (90 Shock) ซึ่งเรียกว่ามีหัวหอกคนสำคัญของเดอะช็อคปัจจุบันอย่าง “พี่ป๋อง กพล” เป็นพิธีกรรายการในขณะนั้นด้วย เรื่องนี้เกิดขึ้นราวพ.ศ. 2539 โดยปกติแล้วรายการไนน์ตี้ช็อค จะมีช่วงที่รับสายเรื่องเล่าผีจากทางบ้านในช่วงหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ว่ากันว่า..ในค่ำคืนนั้นเรื่องผีที่โทรเข้ามาล้วนแล้วแต่น่าเบื่อ ไม่น่ากลัวเลยสักนิด เป็นอีกคืนนึงที่ผ่านไปอย่างราบเรียบ จนกระทั่งมาถึง “สายสุดท้าย” ที่เข้ามาในคืนนั้น

สายที่ว่านั้นเป็นสายจากผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้แจ้งชื่อเสียงเรียงนามว่าเป็นใคร หรือมาจากไหน อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้ดูมีอะไรผิดปกตินักนอกจากเสียงจากสายโทรศัพท์ที่จะไม่ค่อยชัด มีขาดๆหายๆ มีเสียงซ่าๆปนเข้ามา คล้ายกับสัญญาณคลื่นไม่ค่อยดี จนกระทั่งเธอเริ่มเล่าเรื่อง… เพราะสิ่งที่เธอเล่าออกมาไม่ใช่เรื่องเล่าผีอย่างที่ทุกคนคิดว่าจะเป็น

“หนู…เป็นคนทำงานกลางคืน… หนูเลิกดึก…มาก… หนูขี่รถเครื่อง…มาทำงาน”

มันดูคล้ายกับว่าเธอโทรเข้ามาเพื่อปรับทุกข์มากกว่าที่จะโทรมาเล่าเรื่องผี อย่างไรก็ตาม วิธีการเล่าของเธอก็ดูแปลกๆ เธอเล่าๆหยุดๆเป็นช่วงๆ แต่สิ่งที่คนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นจำได้ดีคือ…น้ำเสียงอันเย็นเยียบ และแฝงไว้ด้วยความน่าขนลุก ราวกับในตัวละครในหนังผี

“คืนนั้น..หนูขี่รถกลับบ้านทางดอยสะเก็ด… ช่วงประมาณตี 1… ในความมืด… หนูเจอเข้ากับ..มัน!”

เธอยังคงเล่าเรื่องของเธอต่อไป แต่คราวนี้น้ำเสียงเธอยิ่งแฝงความปวดร้าวไว้ภายใน พร้อมกับเสียงสะอื้นเป็นระยะ แม้ว่าเธอจะไม่ได้เล่าเรื่องผีอยู่ แต่คนที่ได้ฟังรายการสดในวันนั้นคงจะสัมผัสถึงบรรยากาศน่าขนลุกอันไม่น่าไว้วางใจได้เป็นอย่างดี และเนื่องจากเป็นการออกอากาศสด ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จนกระมีเสียงของทีมงาน ผู้ช่วยของดีเจผู้ดำเนินรายการแทรกเข้ามากระทันหัน “พี่..หนูว่ามันแปลกๆแล้วนะ วางสายเถอะ หนูไม่ไหวละนะพี่!” สิ้นเสียงของทีมงานพูดจบ หญิงปริศนาที่ปลายสายก็เริ่มร้องห่มร้องไห้อย่างหนักทันที เธอสะอึกสะอื้นอย่างโหยหวน จนเริ่มคิดกันแล้วว่านี่ไม่ใช่การล้อกันเล่นแน่ๆ อย่างไรก็ตาม ขณะที่ยังร้องไห้ไม่หยุด เธอก็เริ่มเล่าต่อด้วยน้ำเสียงแผดดังน่ากลัว

“มันตามหนูมาแล้ววว มันตามหนูมา..ฮือๆ แล้วมัน..แล้วมัน ฮือๆ”

“แล้วมันก็ฆ่าา !!!!!!!!!!!!!!”

เพียงเท่านั้น ทีมงานผู้ช่วยดีเจก็ร้องกรี๊ดออกมาอย่างหวาดกลัว “วางสายเลยๆ วางสายสิพี่!” ทีมงานร้องเร่งให้ดีเจวางสายโทรศัพท์นั้นทิ้งซะ ตามมาด้วยเสียงโครมคราม เสียงร้องไห้ เสียงตะโกนและกระซิบกระซาบอย่างจับใจความไม่ได้ภายในห้องส่ง แสดงให้เห็นถึงความชุลมุนชุบเกอยู่ในที่นั้น นั้นคือสิ่งสุดท้ายที่ผู้ฟังทางบ้านได้ยิน ก่อนที่ทางสถานีจะตัดเข้าโฆษณา ยิ่งสร้างความงุนงงและสงสัยแก่ผู้ฟังที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น…

กระทั่งวันถัดมาก็มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น และตรงกันกับสิ่งที่หญิงนิรนามโทรเข้ามาเล่าอย่างน่าสะพรึง นั่นคือข่าวการพบศพหญิงสาวเสียชีวิตอยู่ที่เส้นทางดอยสะเก็ด – เชียงใหม่ ซึ่งสร้างความฮือฮาไปทั่วจังหวัดเชียงใหม่ในยุคนั้น โดยจาการสืบสวนพบว่าน่าจะถูกฆ่าชิงทรัพย์ หลังจากที่หญิงสาวรายดังกล่าวขี่มอเตอร์ไซคผ่านเส้นทางนี้ หลังจากเลิกงานที่ไนท์บาร์ซ่า และถูกถีบรถจนล้ม จากนั้นก็ถูกทำให้ถึงแก่ชีวิต อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากสภาพร่างของเธอแล้วคาดว่าจะเสียมาแล้วหลายวัน

มีหลายอย่างที่ชวนให้คิดว่า “หญิงสาวที่ถูกพบร่าง” กับ “หญิงในสายนิรนาม” อาจจะเป็นคนเดียวกัน เนื่องจากมีคีย์เวิร์ดหลายอย่าง…ชวนให้คิดเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเปลี่ยวดอยสะเก็ด การทำงานในช่วงกลางคืน หรือแม้กระทั่งเรื่องเล่าทางโทรศัพท์ที่ชวนขนลุกไม่แพ้เหตุการณ์สยองในคดีนี้เลย หลายคนเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ “ผีโทรศัพท์เข้าไปในรายการ” เพื่อจะสื่อสารให้ใครได้รับรู้ถึงสิ่งที่เธอประสบด้วยความโชคร้าย และต้องการให้มีคนไปพบร่างของเธอ

อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องนี้จะผ่านมาเกิน 20 ปีแล้วก็ตาม แม้ว่ารายการ “ไนน์ตี้ช็อค” จะกลายเป็นเพียงตำนานของชาวเชียงใหม่ไปแล้ว เรื่องเล่าผีเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นที่กล่าวขานกันมาอยู่เนืองๆถึงปัจจุบัน ด้วยความตลกร้ายตรงที่…รายการผีที่ใครๆก็อยากจะฟังเรื่องเล่าผี กลับมีผีโทรเข้ามาเล่าเรื่องของตัวเองให้ได้ฟังกันซะงั้น เรื่องราวสั้นๆที่ชวนสยองเป็นที่สุด นอกจากนี้ในเว็บไซท์พันทิป.คอม ยังเคยมีสมาชิกพูดคุยถกเถียงกันถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ว่ามเป็นเรื่องจริงรึเปล่า ซึ่งก็มีผู้ฟังที่อยู่ในเหตุการณ์จริงวันนั้น มาร่วมแชร์ประสบการณ์ให้ได้ฟังกันอีกด้วย

ความคิดเห็นจากผู้ที่อยู่ได้ฟังสดเรื่องเล่าผีในคืนนั้น…

สมาชิก “ปลาวาฬแก้มป่อง” ออกมายืนยันว่าเป็นแฟนรายการไนน์ตี้ช็อค และก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสได้ฟังสดรายการวันนั้นด้วยตัวเอง แถมหลังจากการออนแอร์รายการในคืนนั้น สมาชิกท่านนี้ได้มีโอกาสไปติดตามเรื่องราวต่อถึงสถานี โดยได้รับการบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่สถานีว่า โดยปกติเจ้าหน้าที่คนนี้จะเป็นหนึ่งในทีมงานและเป็นผู้คอยรับโทรศัพท์เพื่อสกรีนเรื่องของผู้เล่าจากทางบ้านก่อน แต่ค่ำคืนนั้นเขากลับเข้ามาห้องส่งไม่ทันตอนสายหลอนดับกล่าวโฟนอินเข้ามา จึงกลายเป็นว่าดีเจผู้จัดรายการเป็นคนรับสายนั้นด้วยตัวเอง ยืนยันว่าเรื่องราวในวันนั้นเกิดขึ้นจริง

สมาชิกพันทิป “แม่ฮะ เทไฮน์ให้หน่อย” เป็นอีกคนที่ออกมาแชร์ประสบการณ์ในค่ำคืนนั้น โดยเขาจำเรื่องเล่าผีวันนั้นได้ดี โดยเพิ่มเติมรายละเอียดว่า ภายหลังมีการค้นหาเทปบันทึกรายการวิทยุในค่ำคืนนั้นด้วย แต่ปรากฎว่า…สิ่งที่บันทึกไว้มีเพียงเสียงของดีเจเท่านั้นที่ถูกบันทึกติด แต่ช่วงที่เป็นหญิงปริศนาเล่าเรื่องของตน กลับกลายเป็นว่าไม่มีเสียงใดๆอยู่เลย และนั่นเป็นการออนแอร์ครั้งสุดท้ายของรายการด้วย

“ไส้อั่วจิ้นหมู” บอกว่าตนเคยนำเรื่องนี้มาพูดคุยครั้งหนึ่งเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ซึ่งตนยืนยันว่าเคยเป็นเรื่องทอล์คออฟเดอะทาวนืในสมัยนั้น ที่วัยรุ่นในเชียงใหม่ต่างพูดถึงกัน โดยแก้ข้อมูลนิดนึงว่า รายการยังคงออนแอร์อยู่อีกหนึ่งวัน ก่อนที่จะปิดตัวถาวรในภายหลัง โดยยังให้แนวคิดว่า ในสมัยนั้นการจะใช้เทคดนโลยีในการปลอมแปลงเสียงหรือทำซาวด์ไม่ง่ายเหมือนในปัจจุบัน ต้องบอกว่าความหลอนที่ทุกคนได้รับฟังกันในคืนนั้น เป็นของจริงแท้แน่นอน

ขอบคุณที่มาเรื่องเล่าผี : https://pantip.com/topic/34505887

อ่านเรื่องเล่า เรื่องผีเดอะช็อค เรื่องอื่นๆ >> คลิก

กลับสู่หน้าแรก สยองสแควร์