เรื่องผี | คอนโดฯผีหลอกรายวัน.. เรื่องสยองที่เมืองทองธานี

เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาในโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งออกมาเล่าประสบการณ์เรื่องผีน่ากลัวของตนเอง หลังจากที่เดินทางจากต่างจังหวัดเพื่อมางานแฟนมีตติ้งของศิลปินเกาหลีคนหนึ่ง เมื่อต้นปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามผู้ใช้ทวิตเตอร์รายนี้จองห้องพักที่ “คอนโดฯแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี” เพื่อเตรียมตัวไปร่วมงานในวันถัดมา แต่ปรากฎว่าทันทีที่ก้าวเข้ามายังตึกหลังหนึ่งของคอนโดฯนั้น ก็ต้องพบกับเรื่องที่เสียวสันหลังวาบ แบบที่หาเหตุผลมาหยิบมาจับให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ กระทั่งมีคนนำไปรีทวิตต่อ และลามมาถึงเพจใน FB ชื่อดัง ก็มีคนแชร์ต่อกันกว่า 35,000 ครั้ง แถมยังพบว่ามี “คู่กรณี” กับคอนโดที่ว่านี้อีกนับสิบ ที่ล้วนแล้วแต่เคยได้สัมผัสความหลอนมาเล่าสู่กันฟังแบบออกรส!

เรื่องผี…คอนโดฯหลอน การันตีโดยผู้อาศัย!

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ “May’s Wink” ได้เล่าไว้ว่าเรื่องเริ่มต้นขึ้นจากการที่เรามีนัดไปร่วมงาน “แฟนมีตฯ” ของศิลปินเกาหลีคนหนึ่งเมื่อช่วงมีนาคม 2019 เราเดินทางมากับพี่อีกคนโดยที่เครื่องมาถึงดอนเมืองราว 4 ทุ่ม และเดินทางต่อไปยัง “คอนโดฯแห่งหนึ่ง…ย่านเมืองทอง” เพื่อหาห้องพัก จริงๆแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรามาพักที่คอนโดมิเนียมแห่งนี้ โดยปกติจะได้ห้องพักในตึก C4 แต่เนื่องจากในค่ำคืนนั้นเราไม่ได้จองล่วงหน้า จึงทำให้ไม่ได้ที่พักในตึกนั้นเนื่องจากเต็ม อย่างไรก็ตามเราได้ห้องพักในอีกตึกหนึ่งซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของค่ำคืนแห่งความหลอนอยู่ในใจ

หลังจากได้กุญแจห้องพัก เราสองคนก็ตรงขึ้นไปยังห้องของเราบนชั้นที่ 7 อย่างไรก็ตามที่ตึกนี้ลิฟท์ไม่ได้มีทางออกทุกชั้น แต่จะมีเพียงชั้นเลขคี่เท่านั้น สิ่งเราต้องทำคือกดเพื่อที่จะลงที่ชั้น 6 แล้วเดินขึ้นบันไดต่อไปอีกชั้นนึง ระหว่างที่ขึ้นลิฟท์ไป 2 คนกับพี่ตามลำพัง เรารู้สึกอยู่แวบหนึ่ง ว่าเหมือนมีใครยืนอยู่ด้านหลัง จึงหันหลังควับไปมอง แต่แน่นอนว่ายอมไม่มีใครทั้งนั้น กระทั่งลิฟท์หยุดที่ชั้น 6 และประตูก็เปิดออกทันที พี่ที่มาด้วยกันเดินนำออกไปจากลิฟท์ก่อน เราหันกลับมาและจะเดินตามออกไป ปรากฎว่า! ประตูลิฟต์มันก็ปิด ชึ่บบบ! ลงทันที! เราตกใจและงงกับสิ่งที่เจอมาก…มันปิดเองได้ไง เราก็ไม่ได้ชักช้าหรือพิรี้พิไรอยู่จนออกไม่ทันประตูปิด แต่มันไม่จบแค่นั้น เราพยายามกดปุ่มเปิดประตู ย้ำๆอยู่หลายทีมันก็ไม่ยอมเปิด แถมลิฟต์ยังขึ้นต่อไป แล้วเปิดออกที่ชั้น 8! ทั้งๆที่ตรงหน้านั้นก็ไม่มีใครยืนรอเพื่อที่จะใช้ลิฟต์อยู่ ณ ที่นั้นซักคน คำถามคือ..แล้วใครกดเรียกขึ้นมา? อย่างไรก็ตามยังดีที่พี่วิ่งขึ้นบันไดตามเรามาพอดี ไม่อย่างนั้นเราคงขาแข็ง ก้าวไม่ออกแน่ๆ

กระทั่งเราเข้าไปยังห้องพักหมายเลข 733 ทันทีที่ก้าวเข้าไปก็รู้สึกแปลกๆพิกล เป็นความรู้สึกอึดอัดในอกที่อธิบายไม่ได้ว่าเพราะอะไร และในคืนนั้นเอง หลังจากที่เข้านอนกันไปแล้ว ราวๆเที่ยงคืนเราก็ได้ยินเสียงน้ำไหลจากในห้องน้ำ หันมองดูพี่ก็ยังนอนอยู่ ไม่มีใครเข้าอยุ่แน่ก็เลยไปดู ปรากฎว่าน้ำจากก๊อกอ่างล้างหน้าไหลโจ้กๆอยู่ พอเอื้อมมือไปจับดูก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า หัวก๊อกมันคลายอยู่จริงๆ ไม่ใช่เพราะว่ามันรั่วเลยไหลออกมาเอง เราค่อนข้างมั่นใจว่าใช้เป็นคนสุดท้ายก่อนจะเข้านอน และมั่นใจด้วยว่าเราไม่ได้ถึงขนาดจะปล่อยปะละเลยจนลืมปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ แม้จะไม่ใช่ที่บ้านตัวเอง และมันฏ้พึ่งจะเริ่มไหล เมื่อตะกี้นี้เอง ถ้าลืมปิดมันน่าจะไหลตั้งนานจนเรารู้สึกตัว ภาพในหัวมันโผล่ขึ้นมาชวนให้กลัวจริงๆ หรือว่าจะมี “มือ” ใครบางคนโผล่ออกมาจากมุมอับสายตา ก่อนจะค่อยๆบิดคลายเกลียวของก๊อกน้ำ และปล่อยให้น้ำไหลออกมาจนได้ยินเสียงดังไปทั่วห้อง เรากลัวจนต้องไปปลุกพี่มาดูด้วย ก่อนจะปิดมันแล้วนั่งคุยเป็นเพื่อนกันเกี่ยวกับงานมีตติ้งที่จะไปร่วม

กระทั่งนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้บอกเวลาตี 3 เราก็ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ก่อนที่จะแยกย้ายกันนอน แต่หลังจากล้มตัวลงนอนไม่ถึง 5 นาที เราซึ่งยังไม่ได้หลับในทันที ก็ได้ยินเสียง “ลากเก้าอี้” ดังเอี๊ยดอ๊าดไม่ห่างจากเตียงนัก แต่เราไม่แม้แต่จะติดที่จะลุกขึ้นมาดู ได้แต่ขดตัวสั่นงันงก เหงื่อแตกอยู่ใต้ผ้าห่มจนเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยเพลีย กระทั่งรุ่งเช้าก็เตรียมตัวกันเพื่อจะออกไปร่วมงานมีตติ้งจุดประสงค์หลักของการเดินทางครั้งนี้ งานมีตฯผ่านพ้นไปได้อย่างดีและน่าประทับใจ แต่ยังมีเรื่องต้องห่วงอีกอย่าง คือการทีเรายังต้องพักที่คอนโดฯที่ว่านั่นอีกคืน…

เรากีบพี่กลับเข้าที่พักตอน 4 ทุ่ม แม้จะเกรงๆอยู่บ้างที่จะต้องขึ้นลิฟต์ตัวนั้นในเวลากลางคืนอีก แต่ก็โชคยังดีที่มีคนอื่นอีกคนขึ้นมาด้วย และวันนี้ลิฟต์มันก็ทำงานปกติดีเหมือนอย่างที่มัน “ควรจะเป็น” เมื่อมาถึงเราก็เข้าห้องน้ำเตรียมตัวอาบน้ำทันที แต่ระหว่างที่กำลังเปิดฝักบัวอยู่นั้น จู่ๆน้ำจากก๊อกอ่างล้างหน้า…ก็ไหลจ๊อกๆออกมาต่อหน้าต่อตา! พอเข้าไปสำรวจก็พบว่าเกลียวก๊อกถูกบิดเหมือนเมื่อคืน เรารีบบิดกลับคืนทันที แล้วรีบอาบจะได้ออกจากห้องน้ำซะที หลังออกมาแต่งตัวจนเสร็จก็เข้าไปนั่งที่โซฟาเพื่อจะดูทีวีซึ่งมีพี่นั่งดูอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปถึง จู่ๆรีโมทที่ตั้งอยู่บนตู้วางทีวีก็ล้มลงก่อนที่จะกลิ้งหลุนๆ แล้วร่วงลงมาที่พื้นราวกับมันพยายามที่จะโชว์กายกรรมให้ดูซะอย่างนั้น เรากับพี่ได้แต่มองน้ำกันแล้วกลืนน้ำลายดังเอื๊อกจนกลบเสียงทีวี …อันที่จริง ที่ตั้งรีโมทก็ดูมั่นคงพอควรนะ และไม่มีใครเดินเฉียดเข้าไปใกล้มันเลย

เราปิดทีวีแล้วหนีกันไปจัดกระเป๋าเอาเสื้อผ้าเข้าที่ให้เรียบร้อย เพื่อที่ว่าเช้ามาจะได้ออกไปได้ทันที เรื่องในค่ำคืนนี้แค่อยากจะขอเก็บไว้ที่เดิม.. ไม่ต้องเพิ่มเติม..ให้มันเป็นเรื่อราว… หลังจากนั้นเรากับพี่ก็เผลอหลับกันทั้งที่ยังพึ่งนั่งคุยกันอยู่บนเตียง จนกระทั่ง…ได้ยินเสียงเพลงฮิตในช่วงเวลานั้น ดังขึ้นมาจากทีวี เป็นรายการเพลงช่วงดึกนั่นเอง แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า…มันดังขึ้นมาเองได้ยังไง เราปิดมันไปตั้งแต่ก่อนที่จะหลับอีก แต่ยังไม่ทันจะได้คำตอบต่อคำถามนั้น ก็มีเสียงจากก๊อกน้ำเจ้าปัญหาส่งเสียงน้ำไหลจ๊อกๆดังออกมาร่วมประสานเสียง ราวกับวงออเครสตร้าก็ไม่ปราณ! ค่ำคืนนั้นเรากอดกันกลมอยู่ใต้ผ้าห่มทั้งพี่ทั้งเราอยู่อย่างนั้น โดยฮาวทูทิ้งทุกเรื่องราวไว้ที่ฉากหลัง แล้วมูฟออนจากมันมา อย่างไม่สนใจใยดี เราต้องข่มตาให้หลับสลับกับสวดมนต์อยู่ในใจให้คืนนี้ผ่านพ้นไป

จำได้ว่าคืนนั้นพี่ดูจะออกอาการมากกว่าทุกที เช้าวันรุ่งขึ้นนั้นระหว่างที่ลงไปหาข้าวเช้ากินเลยได้ถามดู ปรากฎว่าคืนนั้นพี่หันไปมองในห้องน้ำ กะว่าจะลุกไปปิดมัน ก็เห็นเข้ากับผู้หญิงนิรนามยืนอยู่ในมุมมืดของห้องน้ำ เลยเปลี่ยนใจ! ก่อนที่จะมุดลงใต้ผ้าห่มยาวๆไป อย่างไรก็ตามเรายังไม่ไดเช็คเอาท์จึงต้องกลับขึ้นไปเอากระเป๋าอีกรอบ ปรากฎว่าพบกระเป๋าเดินทางใบมาตรฐานที่มั่นคงแข็งแรง นอนล้มอยู่…ทั้งๆที่ไม่มีใครเดินเตะมันหรือมีแรงอะไรจะไปปะทะให้มันลงไปนอนวัดพื้นได้เลย ให้มันได้อย่างนี้ซี่! และก่อนจะเช็คเอาท์กลับบ้าน เราก็ไม่ลืมถามให้หายคาใจกันไป ว่าพี่พนักงาน..ห้องนี้ก๊อกน้ำมันเสียรึเปล่า สิ่งที่เค้าตอบกลับมาคือ “เปล่าเสียนะ พี่พึ่งจะเปลี่ยนไปไม่นานนี้เอง เพราะมีคนคอมเพลนมา” โอเค…สบายใจละ เราไม่ได้คิดไปเอง และไม่ใช่แค่เราที่เจอ!

อย่างไรก็ตาม หลังเรื่องเล่าผีนี้ถูกแชร์ในเพจชื่อดัง ก็ถูกส่งต่อและมียอดแชร์กว่า 3 หมื่นแชร์! และนี่คือส่วนนึงของคอมเมนท์จากผู้ที่เคยอยู่ในคอนโดที่ว่าต่างกรรมต่างวาะระ เจอกันมาในหลายรูปแบบ

รีวิวโรงแรมหลอนย่านเมืองทองธานี

ทีมงานปอเต๊กตึ้งที่เคยอาศัยที่คอนโดแห่งนี้ในตึก C7 ยืนยันว่า “เป็นเรื่องปกติ!” มันมีทุกตึกเลย ตนเองนั้นมีโอกาสได้พบเจอเรื่องหลอนบ่อยๆจนชิน เพราะห้องของตนเองก็มีเหมือนกัน…

สมาชิกท่านนี้ออกมายืนยันว่า เจ้าของเรื่องคิดมากไปครับ มันเป็น “ปกติ” ของที่นี่จริงๆ อย่างตัวผมเองพบเจอ “กระเป๋าปริศนา” สีดำที่มักจะตั้งแอบอยู่ตามมุมบันไดบ้าง หน้าประตูตรงนั้น ตรงนี้บ้าง โดยไม่ทราบว่าเป็นของใคร แล้วตั้งเพื่ออะไร หรือทำไมมันย้ายที่ไปมา โดยที่อยู่แบบนี้เป็นอาทิตย์ โดยที่ก็ไม่มีใครตั้งคำถามหรือนำมันออกไป ไม่รู้เหมือนกันว่า…ด้านในมีอะไรอยู่!

คุณพี่ทหารท่าหนึ่งเล่าว่า เมื่อก่อนตอนย้ายมาประจำการแถวนี้ใหม่ๆ และยังไม่ได้รับห้องพักสวัสดืการ ตนก็เคยมาเช่าที่นี่อาศัย ปรากฎว่าเข้ามาก็ได้กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงมาก หลังเดินตามหากลิ่นจนทั่วก็ไปพบเข้ากับ ร่างคุณลุงท่านึงผู้อาศัยที่ชั้น 1 ประสบเหตุล้มหัวฟาดจนเสีย กว่าที่เขากับรปภ.ตึกจะไปเจอเข้า ก็ส่งกลิ่นตลบอบอวน

ความเห็นนี้บอกว่า ตอนนี้ตนอยู่ตึก C7 ชั้น 11 เวลาขึ้นลิฟต์มักจะได้ยินเสียงพรายกระซิบ ทั้งๆที่ยืนอยู่คนเดียว!

ความเห็นนี้บอกว่า ตึกอื่นนั้นเบสิคๆ ที่พีคๆระดับเพชรยอดมงกุฏสตาร์แพลทตินั่มต้องที่ตึก T ชั้น 13 ห้อง 13 สิ! ห้องข้างๆเธอนั่นเอง ซึ่งเธอเคยเห็นว่าในห้องนั้นเต็มไปด้วยธูปเทียน แถมมีกะโหลกคล้ายของที่ใช้ทำพิธีคุณไสยในห้องนั้น ซึ่งทุกห้องบนชั้นนั้นจะมีผ้ายันต์แปะไว้ทุกห้อง

นี่ก็อีกประสบการณ์หลอนบนลิฟต์ของคอนโดแห่งนี้ บอกเลยว่าพีคในพีค โจทย์เยอะมากจริงๆ นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของทั้งหมดเท่านั้น ใครเคยมีประสบการณ์เคยมาพักหรือเคยอยู่ที่นี่ รบกวนเล่าให้เราฟังด้วยนะ!

ขอบคุณที่มาเรื่องผีสยองขวัญ : กระทู้เด็ดพันทิป-ผี-สยองขวัญ

อ่านเรื่องเล่า เรื่องผีพันทิป เรื่องอื่นๆ >> คลิก

กลับสู่หน้าแรก สยองสแควร์