“สวัสดีค่ะ เรื่องกรุ..สนุกมั้ย” อุธาหรณ์คนชอบฟังเรื่องผี

เรื่องเล่าผีสุดสะพรึงและพิศดารที่สุดที่เคยฟังมาเรื่องนึงเลย เรื่องนี้ถูกเล่าไว้ในรายการผีทางโซเชียลชื่อดังอย่าง “คืนพุธมุดผ้าห่ม” ว่ามีผู้ฟังรายหนึ่งส่งเรื่องเล่าที่ตัวเองเคยประสบพบเจอมาร่วมสนุกในรายการ เป็นเรื่องเล่าของคณะขนส่งสินค้าที่เกิดผิดแผน ทำให้จำเป็นต้องเดินทางในช่วงกลางคืน ทุกอย่างคงไม่เกิดเป็นเรื่องเล่าผี ถ้าเจ้าของเรื่องซึ่งร่วมรถไปด้วยในครั้งนั้น…ไม่ได้ลงไปซื้อแผ่นซีดี เดอะช็อค ระหว่างแวะพัก… ใครจะไปนึกว่าความตื่นเต้นในการเปิดซีดีเรื่องเล่าผีในครั้งนั้น จะยิ่งกว่าดูหนัง 4D เพราะผี…มาให้ดูกันตัวเป็นๆ!

เรื่องเล่าผี… “สวัสดีค่ะ” มีอยู่ว่า…

ที่บ้านผมทำธุรกิจรับติดตั้งและซ่อมแซมลิฟต์ เรื่องมีอยู่ว่า…มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เรารับงานด่วนมาจากลูกค้าที่กำชับมาว่า ต้องการจะติดตั้งลิฟต์ใหม่อย่างเร็วที่สุด พูดง่ายๆคือสั่งวันนี้พรุ่งนี้ต้องไปส่งได้ทันที อย่างไรก็ตามงานได้รับมาแล้ว ที่หมายคือจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ แม้จะค่อนข้างไกล แต่หากรีบที่สุดก็สามารถไปถึงในวันเดียวได้ จึงจัดแจงขนสินค้าขึ้นรถบรรทุกทันทีที่เตรียมการเสร็จ

อย่างไรก็ตาม เกิดปัญหาไม่คาดคิดขึ้นซะก่อน รถบรรทุกเจ้ากรรมเกิดเสียขึ้นมากระทันหันในเวลาเร่งรีบแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะโชคดีอยู่บ้างที่มันเสียตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าไปเสียกลางทาง ทว่า…มันก็ทำให้กำหนดการที่ควรจะง่ายๆสบายๆ กลายเป็นงานที่ต้องแข่งกับเวลาขึ้นไปทุกที กว่าะได้รถบรรทุกคันใหม่มาแทน กว่าจะขนลิฟต์ขึ้นรถอีก นับว่าเสียเวลาไปมากโข

จากที่เคยคาดว่าจะสามารถไปส่งได้ก่อนค่ำ กลายเป็นว่าต้องจำใจเดินทางกันช่วงกลางคืน ตอนนั้นข้าวปลาก็ยังไม่ทันได้กิน ต้องอาศัยอาหารจากร้านสะดวกซื้อยอดนิยมข้างทาง อุ่นขึ้นมากินบนรถกัน แม้งานนี้จะเริ่มอย่างตะกุกตะกัก แต่มันก็ไม่ไดเกินจากที่พวกเราเคยเจอกันมา เหตุการณ์ไม่คาดคิดมันเกิดขึ้นได้เสมอ…ตอนนั้นผมคิดแบบนั้น แต่ในความเป็นจริง ค่ำคืนนี้จะเป็นคืนที่พวกเราไม่มีวันลืม

รถขับผ่านมาได้ระยะหนึ่ง พอฟ้ามืดแต่ละคนในรถก็เริ่มจะง่วงเหงาหาวนอน เพลงที่เคยเพราะเสนาะหู ถึงตอนนี้ก็เริ่มเบื่อจนดูเหมือนจะยิ่งส่งเสริมให้หลับขึ้นไปอีก เพราะว่าฟังวนครบทั้งอัลบั้มมา 3-4 รอบเข้าไปแล้ว ตอนนั้นเองที่ผมเป็นคนออกไอเดียว่า เราควรแวะพักรถกันที่ปั๊มข้างหน้าดีกว่า เผื่อจะได้แวะเข้าร้านสะดวกซื้อ หลังจากได้พักเข้าห้องน้ำห้องท่ากันอยู่พักนึง ผมก็หยิบซีดีจากร้านสะดวกซื้อติดมือมาด้วย ตอนนั้นไม่แน่ใจว่าตัวผมคิดอะไรอยู่ บางทีอาจจะเพราะความง่วง ความเพลียนี่แหละ ที่ทำให้ผมหยิบแผ่นซีดีเรื่องเล่าผีอย่าง “the Shock fm” แทนที่จะเป็นเพลงเพราะๆชวนหลับ

จะว่าไปมันก็ได้ผลเกินคาด คราวนี้แต่ละคนบนรถก็ดูตื่นเต้นลุ้นระทึกไปกับเรื่องเล่าที่ค่อยๆไต่ระดับความพีค เลยไม่มีใครดูง่วงกันอีกต่อไป กระทั่งจู่ๆก็มีอะไรบางอย่างวิ่งตัดหน้ารถ จนทำให้คนขับต้องรีบเหยียบเบรคแบบไม่ทันตั้งตัว ส่งเสียงเอี๊ยดดดังลั่น ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นอะไร เท่าที่ฟังจังคนขับคือ เหมือนจะเป็นสุนัขสีดำทะมึนตัวใหญ่ แต่หลังรถหยุดพอมองไปรอบๆทางเปลี่ยวข้างพงหญ้า ก็ดูเหมือนไม่พบสัญญาณของสิ่งมีชีวิต

ผลจากการเบรคกระทันหัน ไม่เพียงแต่คนที่หน้าคะมำคว่ำกลิ้งกันทั้งคัน ลิฟต์ที่อยู่ท้ายรถบรรทุกก็ดูท่าจะโยกคลอนออกจากตำแหน่งของมัน พอหันหลังไปดูก็พบว่าผ้าที่คลุมไว้ และเชือกที่รัดลิฟต์กับรถไว้อย่างดี ตอนนี้มันกระโดดออกจากกันไปคนละทาง ผมดูนาฬิกาดิจิตอลบนวิทยุหน้ารถบอกเวลาตีสามเข้าไปแล้ว โชคดีที่ถนนเส้นนั้นในเวลานั้นร้างผู้คนสัญจร ไม่เช่นนั้นอาจเกิดอันตรายมากกว่านี้ แต่ในขณะเดียวกัน….เพราะมันร้างจนเงียบเชียบจนได้ยินทุกเสียงกระทบเล็กๆน้อยๆนี่แหละ ที่ทำให้ผมกลัว! ยิ่งเมื่อกี้พึ่งจะฟังเรื่องผี the shock มาหยกๆ จินตนาการในสมองผมก็ขยันขันแข็งขึ้นมาผิดเวล่ำเวลา ทำเอาผมคิดไปไกลแล้ว ผมก็พ่อ ลุง และคนงานอีกคน ลงจากรถเพื่อไปช่วยกันรัดสินค้าให้แน่นเหมือนเดิม มีเพียงคนขับเท่านั้นที่ยังรออยู่บนรถ

ระหว่างที่เรา 4 คนอยู่หลังรถ ช่วยกันจัดการกับสินค้าอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงดัง ตึก..ตึก..ตึกก.. เสียงมันค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีคนกำลังเดินย่ำเท้ามาทางนี้ พอผมหันไปดูทางหลังรถก็เจอเลย! เป็นหญิงสาวผมดำยาวเป็นมันในชุดสีขาว กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาๆ จวนเจียนจะถึงท้ายรถอยู่แล้ว! พอดีว่าจัดการกับลิฟต์เสร็จพอดี ผมเลยเคาะกระจกบอกคนขับให้ออกตัวเดี๋ยวนั้นเลย ผมไม่รู้ว่าที่เจอเป็นใครหรืออะไร แต่ก็โล่งใจที่ออกมาจากตรงนั้นได้ ระหว่างทางก็ขนลุกจนคิดไม่ตก แต่อย่างน้อยเราก็คงไม่ได้เจอ “สิ่งนั้น” อีกแล้ว ผมเคยคิดอย่างนั้น จนกระทั่ง…

เราตัดสินใจที่จะหาที่พักค้างคืนกันก่อน เพราะว่าหากดันทุรังไปต่ออาจจะเป็นอันตราย ก็ไปหาห้องพักกันหน้างาน และไปพบกับห้องพักราคาประหยัดแห่งหนึ่ง ซึ่งก็สมน้ำสมเนื้อกับราคาเสียจริง เพราะในห้องนั้นไม่มีอะไรอำนวยความสะดวกแต่อย่างใด เป็นห้องโล่งๆเลยว่างั้นเถอะ สักพักแม่บ้านก็นำฟูกนอนมาปูให้ครบจำนวน 4 คน ส่วนโชเฟอร์ของเรานอนแยกอยู่อีกห้องหนึ่ง

บอกตามตรงว่า เหนื่อยทั้งใจและกาย หัวถึงหมอนก็หลับทันที แต่เวลาน่าจะผ่านไปไม่นานนัก จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูห้อง “ก๊อกๆๆ…ก๊อกๆๆๆ” ทำลายความเงียบ ผมไม่ได้อยากลุกออกไปเท่าไหร่นัก แต่ก็จำเป็น และก็พบว่ามีผู้หญิงผมยาวในชุดสีขาวตั้งแต่หัวจรดเท้ามายืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าเดือดเนื้อร้อนใจ

“สวัสดีค่ะ… หนูทำบางอย่างหาย… ช่วยหาหน่อยค่ะ…” 

มีคนมาขอความช่วยเหลือถึงหน้าห้อง แม้มันจะไม่ใช่เรื่องของเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ จริงมั้ยล่ะครับ พ่อผม ลุง และคนงานอีกคนในห้อง เลยลุกตามเธอ ไปช่วยหาของที่ก็ไม่รู้ว่าอะไร ส่วนตัวผมนั้นบอกตรงๆว่ารู้สึกไม่ดี และก็คุ้นหน้าคุ้นตาผู้หญิงคนนี้ แต่ดันนึกไม่ออก ประกอบกับความง่วงจัด เลยนอนรอทุกคนอยู่ในห้อง

ระหว่างที่ผมนอนหลับปุ๋ยอยู่คนเดียว ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ถึงตรงนี้ครั้นจะลุกไปเปิดก็เกิดปอดขึ้นมาซะอย่างนั้น ผมนิ่งอยู่อย่างนั้น กะว่าเดี๋ยวก็คงเงียบไปเองทำเมินซะอย่าง แต่จู่ๆก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นมาแทน “สวัสดีค่ะ!” ผมอดแปลกใจไม่ได้ว่า… เห้ย นี่มันเสียงผู้หญิงชุดขาวคนเมื่อกี้นี้หนิ กลับมาอีกทำไม? ละ..ล.. แล้วพ่อเรากับอีก 2 คนที่ไปด้วยกันล่ะ ไปไหน? ทำไมไม่กลับมาพร้อมกัน ผมคิดหาเหตุหาผลให้กับเรื่องราวประหลาดที่พยเจอมาตลอดคืนจะหัวแทบไหม้ ไม่ทันให้ผมได้คอดนาน สักพักเสียง “สวัสดีค่ะ” ก็เริ่มดังขึ้น แบะถี่ขึ้น!

สวัสดีค่ะๆๆ…สวัสดีค่ะๆๆๆ…สวัสดีค่ะๆๆๆๆ…

บอกเลยว่าคนปกติทั่วไปคงไม่ทำอะไรน่าขนลุกแบบนี้!

เสียงที่ว่ายังคงดังต่อไป ในที่สุดผมก็รู้สึกได้ว่า…เสียงมันเริ่มใกล้หูเข้ามามากขึ้นทุกทีๆ จนเหงื่อกาฬไหลพรากๆ ไม่ไหวแล้วผมอยู่ในนี้คนเดียวต่อไปไม่ได้… คิดได้แบบนั้นก็รีบพุ่งคัวทะยานออกจากห้อง วิ่งไปไม่ไกลนักก็ไปเจอพ่อกับคนอื่นๆยืนอยู่ ผมรีบเล่าสิ่งที่เจอมาโดยสังเขปให้ฟัง หลังจากนั้นเราเลยไปรวมตัวกันในห้องอาหารใกล้ๆ ก่อนที่จะเรียบเรียงเหตุการณ์ที่พบเจอกันมาให้ฟังโดยละเอียด

แต่คุณพระ!! จู่ๆผู้หญิงคนที่เป็นหัวข้อสนทนา ก็เหมือนอยากร่วมวง ปรากฏตัวมาจากทางไหนก็ไม่ทราบ ก่อนจะโผล่พรวดเข้ามากลางวงที่พวกเรานั่งล้อมกันอยู่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า…

“ชอบฟังเรื่องผีกันมากเหรอ? …เรื่องของกรุ สนุกมั้ยล่ะ !!”

“เรื่องกรุ สนุกมั้ยล่ะ… เรื่องกรุ สนุกมั้ยล่ะ… เรื่องกรุ สนุกมั้ยล่ะ… เรื่องกรุ สนุกมั้ยล่ะะะะะะ” 

เธอพูดซ้ำๆอย่างนั้นต่อหน้าทุกคนอย่างบ้าคลั่ง มันเป็นภาพที่ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ แต่ก่อนที่ผมจะได้รู้เหตุและผล หันหน้ากลับมาอีกทีก็พบว่า…วงแตกกระเจิง วิ่งหนีกันไปหมดคนละทิศคนละทาง! ส่วนผมเหรอ จะรออะไรล่ะครับ! ใส่เกียร์หมาวิ่งจ้ำตามไปเลยจร้าา

สุดท้ายหลังวิ่งกันอยู่พักใหญ่ ก็กลับมารวมตัวนอนกอดกันกลมในห้องเดิม ผู้ชาย 4 คนนอนแนบชิดสนิทเนื้อ ที่ในสถานการณ์ปกติคุณไม่มีวันได้เห็นแน่ๆ หน้าประตูเราก็เอาสัมภาระกระเป๋าแต่ละคนมากองรวมกัน กะว่าผีมันเปิดผ่านเข้ามาไม่ได้แน่ๆ พอรุ่งเช้าเราก็ตื่นมานั่งคุยกัน จับความไปจับความมาก็นึกสงสัยสิ่งที่เธอพูดทิ้งเอาไว้ “เรื่องกรุ…สนุกไหม?” ผมเลยล้วงแผ่นซีดี the Shock ที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อขึ้นมาพลิกๆดู ไล่ดูลิสท์รายชื่อเรื่องเล่าผีที่อยู่บนปกด้านหลัง ก็ไปสะดุดเข้ากับบรรทัดหนึ่ง ที่มีเรื่องชื่อว่า “สวัสดีค่ะ” อยู่ในลิสต์ด้วย!! และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด

ขอบคุณที่มาเรื่องเล่าผี : “สวัสดีค่ะ” จากคืนพุธมุดผ้าห่ม

อ่านเรื่องผีน่ากลัว เรื่องอื่นๆ >> กดที่นี่

กลับสู่หน้าแรก สยองสแควร์