ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 (Mr. Vampire III) หนังกัดตอบฮ่องกงคลาสสิกปี 1987
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 หรือชื่อสากล Mr. Vampire III คือหนังผีกัดตอบสายคอมเมดี้จากฮ่องกง ฉายเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1987 กำกับโดย ริกกี้ เลา (Ricky Lau) อำนวยการสร้างโดย แซมโม่ ฮุง เล่าเรื่องเต๋าจอมปลอมที่ต้องรับมือแม่มดตัวจริงและโจรอาคมที่คุกคามหมู่บ้าน เป็นภาคที่ 3 จากทั้งหมด 5 ภาคที่ริกกี้ เลา กำกับในซีรีส์นี้
ก่อนจะพาไปรู้จักหนังเรื่องนี้ให้ลึกขึ้น ใครที่กำลังมองหาหนังผีเรื่องอื่นๆ มาดูต่อ ลองแวะไปดู รวมหนังผีน่ากลัวขึ้นหิ้ง ที่เรารวบรวมไว้ให้แล้ว
สรุปสั้นๆ ก่อนอ่านต่อ
- ชื่อไทยที่คนจำได้คือ ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 ชื่อสากลคือ Mr. Vampire III (ชื่อจีน 靈幻先生)
- ฉายที่ฮ่องกงเมื่อ 17 ธันวาคม 1987 กำกับโดยริกกี้ เลา อำนวยการสร้างโดยแซมโม่ ฮุง
- นำแสดงโดยหลิน เจิ้งอิง, ริชาร์ด อึ้ง และบิลลี่ เลา แนวแอ็กชัน-คอมเมดี้-สยองขวัญแบบเจียงซือ (ผีกระโดด)
- เป็นภาคที่ 3 จากทั้งหมด 5 ภาคหลักของซีรีส์ Mr. Vampire ที่ริกกี้ เลา กำกับระหว่างปี 1985-1992
- ดูได้ทาง iQIYI แบบซับไทยฟรี ส่วนต่างประเทศมีลิขสิทธิ์ผ่าน Criterion Channel
ข้อมูลหนัง ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 โดยสรุป
| ชื่อไทย | ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 |
| ชื่อสากล | Mr. Vampire III (Mr. Vampire Part 3) |
| ชื่อภาษาจีน | 靈幻先生 |
| ผู้กำกับ | ริกกี้ เลา (Ricky Lau) |
| ผู้อำนวยการสร้าง | แซมโม่ ฮุง (Sammo Hung) |
| วันที่ฉาย | 17 ธันวาคม ค.ศ. 1987 (ฮ่องกง) |
| ความยาว | 92 นาที |
| แนว | แอ็กชัน, คอมเมดี้, สยองขวัญ (เจียงซือ/ผีกระโดด) |
| นักแสดงนำ | หลิน เจิ้งอิง, ริชาร์ด อึ้ง, บิลลี่ เลา, พอลีน หว่อง |
| ลำดับในซีรีส์ | ภาคที่ 3 จาก 5 ภาคที่กำกับโดยริกกี้ เลา (1985-1992) |
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 เล่าเรื่องอะไร
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 เล่าเรื่องของ อาจารย์หมิง (รับบทโดยริชาร์ด อึ้ง) เต๋าจอมปลอมที่หากินด้วยการทำพิธีไล่ผีปลอมๆ โดยมีวิญญาณสองดวงเป็นลูกมือคอยช่วยหลอกลวงชาวบ้าน วันหนึ่งเขาเดินทางไปยังหมู่บ้านอีกแห่งพร้อมกับลูกศิษย์ ที่นั่นเขาได้พบกับ อาจารย์เกา จอมขมังเวทย์ตัวจริงที่กำลังพยายามปราบแม่มดตัวร้าย (รับบทโดยพอลีน หว่อง) และแก๊งโจรที่มีวิชาอาคมแกร่งกล้าซึ่งใช้ความสามารถพิเศษปล้นสะดมและก่อความเดือดร้อนไปทั่วหมู่บ้าน
เมื่อของปลอมต้องเจอของจริง อาจารย์หมิงจึงถูกบีบให้ต้องจับมือกับอาจารย์เกาที่แต่เดิมเป็นคู่ปรับกัน เพื่อรวมพลังกันปราบแม่มดและแก๊งโจรอาคมให้ได้ก่อนที่หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจะพังพินาศ หนังผสมฉากต่อสู้ประชิดตัวสไตล์กังฟูเข้ากับมุกตลกโปกฮาและความน่ากลัวแบบผีจีนโบราณได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นสูตรที่ทำให้ซีรีส์ Mr. Vampire ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ภาคแรก
เจียงซือคืออะไร ทำไมผีในเรื่องถึงต้องกระโดดกัดคน
คนที่ไม่คุ้นกับหนังผีจีนอาจสงสัยว่าทำไมผีใน ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 ถึงเคลื่อนไหวด้วยการกระโดดแข็งทื่อแทนที่จะเดินปกติ คำตอบคือผีชนิดนี้เรียกว่า เจียงซือ (殭屍) หรือ “ศพลุกเดิน” ตามความเชื่อพื้นบ้านจีน มีที่มาจากตำนานเรื่องการขนย้ายศพทางไกลในสมัยโบราณ ที่เชื่อกันว่านักพรตเต๋าจะใช้เวทมนตร์บังคับให้ศพยืนกระโดดเคลื่อนที่ตามกันเป็นแถวกลับบ้านเกิด เพราะสมัยก่อนไม่มีพาหนะขนศพระยะไกลที่สะดวก
ตามความเชื่อ เจียงซือจะมองไม่เห็นและตรวจจับเหยื่อด้วยการดมกลิ่นลมหายใจ นี่คือที่มาของฉากคลาสสิกที่ตัวละครในหนังต้องกลั้นหายใจเวลาเจียงซือเดินผ่าน ส่วนยันต์กระดาษสีเหลืองติดหน้าผากที่เห็นในหนังคือเครื่องมือของนักพรตเต๋าในการควบคุมและสะกดเจียงซือให้อยู่นิ่ง องค์ประกอบเหล่านี้ทั้งหมดถูกนำมาสร้างเป็นสูตรหนังที่ริกกี้ เลา วางไว้ตั้งแต่ภาคแรก และยังคงใช้ต่อเนื่องมาถึงภาค 3 ทำให้คนดูที่คุ้นเคยกับสูตรนี้รู้สึกอินไปกับกฎเกณฑ์ของโลกในหนังได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายซ้ำมาก
ตัวละครหลักและนักแสดงใน ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3
แม้ หลิน เจิ้งอิง นักแสดงที่แฟนหนังจีนกำแพงจำได้ในบทเต๋าปราบผีจากภาคก่อนๆ จะยังปรากฏตัวในเรื่องนี้ แต่บทเด่นของภาคนี้กลับตกเป็นของ ริชาร์ด อึ้ง ในบทอาจารย์หมิง เต๋าจอมปลอมสายกวนตีนที่ต้องเปลี่ยนจากคนหลอกลวงมาเป็นฮีโร่ตัวจริงแบบไม่ได้ตั้งใจ ส่วน บิลลี่ เลา รับบทลูกศิษย์ที่คอยเสริมมุกตลกตลอดทั้งเรื่อง และ พอลีน หว่อง รับบทแม่มดผู้ร้ายที่เป็นภัยคุกคามหลักของเรื่อง
จุดที่ทำให้นักแสดงชุดนี้น่าจดจำคือการผสมความสามารถด้านการแสดงตลกเข้ากับพื้นฐานการฝึกกังฟูจริง ทำให้ฉากต่อสู้ในหนังดูมีน้ำหนักและสมจริงกว่าหนังตลกทั่วไปที่มักเน้นมุกตลกอย่างเดียวโดยไม่มีฉากแอ็กชันที่จริงจังรองรับ
ริกกี้ เลา และแซมโม่ ฮุง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ
ริกกี้ เลา ผู้กำกับที่สร้างแนวหนังผีกัดตอบขึ้นมาเอง
ริกกี้ เลา คือผู้กำกับที่ปลุกกระแสหนังแนว “เจียงซือ” หรือผีกระโดดกัดคนให้กลับมาโด่งดังอีกครั้งในวงการหนังฮ่องกงยุค 1980 นับตั้งแต่ภาคแรกในปี 1985 ที่ประสบความสำเร็จถล่มทลาย จนนำมาสู่การสร้างภาคต่ออีกหลายภาค โดย ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 เป็นภาคที่สามที่เขากำกับด้วยตัวเอง ห่างจากภาคแรกเพียง 2 ปี ซึ่งถือว่าเป็นจังหวะการผลิตที่รวดเร็วมากสำหรับหนังที่ต้องใช้ทั้งฉากแอ็กชันและเทคนิคพิเศษ
แซมโม่ ฮุง กับบทบาทผู้อำนวยการสร้าง
แซมโม่ ฮุง ตำนานนักแสดง-ผู้กำกับสายกังฟูของฮ่องกง รับหน้าที่อำนวยการสร้างให้กับซีรีส์นี้ทั้งหมด การมีชื่อของแซมโม่ ฮุง อยู่เบื้องหลังเป็นเหมือนเครื่องการันตีคุณภาพงานแอ็กชันของหนัง เพราะเขาเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการหนังกังฟูฮ่องกงที่มีมาตรฐานด้านฉากต่อสู้สูงมาโดยตลอด
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 ต่างจากภาคอื่นในซีรีส์อย่างไร
ซีรีส์ Mr. Vampire ที่กำกับโดยริกกี้ เลา มีทั้งหมด 5 ภาค ผลิตต่อเนื่องระหว่างปี 1985 ถึง 1992 โดยภาคที่ 3 นี้ฉายห่างจากภาคแรกเพียง 2 ปีเท่านั้น ถือเป็นช่วงที่แฟรนไชส์กำลังอยู่ในจุดพีคของความนิยม จุดที่ทำให้ภาคนี้ต่างจากภาคก่อนคือการเปลี่ยนตัวเอกหลักจากที่เน้นอาจารย์เต๋าปราบผีจริงจังมาเป็น “เต๋าจอมปลอม” ที่ต้องกลายเป็นฮีโร่โดยบังเอิญ ทำให้โทนเรื่องออกมาขบขันและเบาสมองกว่าภาคแรกอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็ยังคงเก็บองค์ประกอบผีเจียงซือ พิธีกรรมเต๋า และมนต์คาถาที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์เอาไว้ครบ
การที่ทีมงานเดิม (ริกกี้ เลา กำกับ, แซมโม่ ฮุง อำนวยการสร้าง) ยังคงอยู่ครบตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคนี้ ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณภาพงานสร้างและมาตรฐานฉากแอ็กชันของภาค 3 ไม่ตกไปจากภาคก่อนหน้า แม้จะเปลี่ยนโทนเรื่องให้เบาลงก็ตาม
สูตรแอ็กชัน-คอมเมดี้-สยองขวัญ ทำไมถึงเวิร์กในภาค 3
จุดที่ทำให้ ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 ยังดูสนุกได้แม้ผ่านมาเกือบ 40 ปี คือการวางจังหวะผสมสามแนวเข้าด้วยกันอย่างมีชั้นเชิง แทนที่จะสลับฉากตลกกับฉากน่ากลัวแบบตัดสลับหยาบๆ หนังใช้ “ฉากพิธีกรรม” เป็นจุดเปลี่ยนโทนอารมณ์ตลอดทั้งเรื่อง เช่น ฉากที่ตัวละครต้องกลั้นหายใจหลบเจียงซือ ซึ่งเริ่มต้นด้วยความตึงเครียดแล้วค่อยๆ คลายเป็นมุกตลกเมื่อตัวละครแสดงอาการทุลักทุเลระหว่างกลั้นหายใจ วิธีนี้ทำให้คนดูไม่รู้สึกสะดุดเวลาอารมณ์ของหนังเปลี่ยนไปมา
ในทางทฤษฎีภาพยนตร์ทั่วไป การผสมแนวคอมเมดี้กับสยองขวัญให้ได้ผลดีต้องอาศัยจังหวะ (timing) ที่แม่นยำมาก เพราะทั้งสองอารมณ์ต่างพึ่งพาความคาดไม่ถึงเหมือนกัน แต่ให้ผลลัพธ์ตรงข้ามกัน ความตลกมักมาจากการทำให้คนดูคาดเดาผลลัพธ์ผิดไปในทางที่ไม่เป็นอันตราย ขณะที่ความน่ากลัวมาจากการทำให้คนดูคาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอันตรายเมื่อไร หนังของริกกี้ เลา แก้โจทย์นี้ด้วยการให้ตัวเอกอย่างอาจารย์หมิงเป็นตัวละครที่ “กลัวไม่แพ้คนดู” ปฏิกิริยาตื่นตระหนกเกินจริงของเขาเวลาเจอผีจึงกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความกลัวกับความตลกได้ในเวลาเดียวกัน แทนที่จะต้องแยกฉากตลกกับฉากผีออกจากกันเป็นคนละส่วน
บริบทวงการหนังฮ่องกงปี 1987 ตอนที่หนังเรื่องนี้เข้าฉาย
ปี 1987 เป็นช่วงที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮ่องกงกำลังอยู่ในยุครุ่งเรืองที่สุดยุคหนึ่ง สตูดิโอใหญ่อย่างโกลเด้นฮาร์เวสต์ (Golden Harvest) ซึ่งอยู่เบื้องหลังการผลิตซีรีส์ Mr. Vampire ผลักดันหนังแนวกังฟูผสมตลกและหนังผีออกสู่ตลาดต่อเนื่องแทบทุกปี เพราะเป็นสูตรที่ทำเงินได้ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทย การที่ แซมโม่ ฮุง ซึ่งมีเครือข่ายนักแสดงและทีมสตันต์คุณภาพสูงในมืออยู่แล้วมารับหน้าที่อำนวยการสร้าง ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ซีรีส์นี้รักษามาตรฐานฉากแอ็กชันได้ต่อเนื่องทุกภาค
ในตลาดไทยเอง ช่วงปลายทศวรรษ 2520 ถึงต้นทศวรรษ 2530 ก็เป็นยุคทองของหนังจีนกำแพงที่นำเข้าฉายโรงและฉายซ้ำทางโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง หนังแนวเจียงซือแบบผีกัดอย่ากัดตอบจึงเข้าถึงผู้ชมไทยได้ง่ายในช่วงเวลานั้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดูหนังวันหยุดของครอบครัวไทยจำนวนมากมาจนถึงปัจจุบัน
ทำไม “ผีกัดอย่ากัดตอบ” ถึงเป็นชื่อที่คนไทยจำได้ขึ้นใจ
สำหรับคนไทยจำนวนมาก ชื่อ ผีกัดอย่ากัดตอบ ไม่ได้เป็นเพียงชื่อหนังเรื่องเดียว แต่กลายเป็นชื่อเรียกรวมของหนังผีเจียงซือฮ่องกงทั้งแนวไปโดยปริยาย เพราะหนังชุดนี้ถูกนำมาฉายซ้ำทางโทรทัศน์ไทยอยู่หลายครั้งต่อเนื่องกันมาหลายสิบปี จนภาพจำของ “ผีกระโดดใส่ยันต์หน้าผาก” และมุกตลกแบบเต๋าปราบผีกลายเป็นวัฒนธรรมร่วมของคนที่โตมาในยุคที่หนังจีนกำแพงยังฉายเป็นประจำทางทีวี แม้ปัจจุบันจะหาช่องทางรับชมทางทีวีปกติได้ยากขึ้น แต่ชื่อเรื่องนี้ก็ยังถูกพูดถึงในฐานะความทรงจำวัยเด็กของคนหลายรุ่นอยู่เสมอ
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 ดูได้ที่ไหนบ้างตอนนี้
ปัจจุบัน ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 มีให้รับชมแบบซับไทยฟรีบนแพลตฟอร์ม iQIYI ส่วนในต่างประเทศมีลิขสิทธิ์ฉายผ่าน Criterion Channel (แบบซับอังกฤษ) และมีจำหน่ายในรูปแบบดิจิทัลผ่านร้านค้าออนไลน์บางแห่ง อย่างไรก็ตาม ช่องทางสตรีมมิ่งและลิขสิทธิ์เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามรอบสัญญา แนะนำให้เช็คในแอปที่ใช้อยู่อีกครั้งก่อนตัดสินใจดูจริง เพื่อความชัวร์ว่ายังมีให้รับชมอยู่หรือไม่
สำหรับใครที่อยากดูตัวอย่างหนังก่อนตัดสินใจหา สามารถชมตัวอย่างต้นฉบับที่บูรณะใหม่ได้ที่นี่
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 เหมาะกับใคร ดูตอนไหนดี
ด้วยความที่หนังเรื่องนี้เน้นความบันเทิงแบบแอ็กชันผสมตลก มากกว่าความหลอนขนหัวลุกจริงจัง ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 จึงเหมาะกับการดูแบบผ่อนคลาย ดูรวมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงในวันหยุด มากกว่าการดูคนเดียวตอนดึกเพื่อหาความหลอน เหมาะกับคนที่ชอบหนังกังฟูคลาสสิก คนที่คิดถึงบรรยากาศหนังจีนกำแพงยุค 1980 รวมถึงคนที่อยากแนะนำหนังแนวนี้ให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักภาพจำ “ผีเจียงซือ” ที่เป็นต้นแบบของหนังผีจีนหลายเรื่องในเวลาต่อมา
มรดกของ ผีกัดอย่ากัดตอบ ต่อวงการหนังผีเจียงซือ
ความสำเร็จของซีรีส์ Mr. Vampire ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาค 3 มีส่วนสำคัญที่ทำให้แนวหนัง “เจียงซือ” หรือผีกระโดดกลายเป็นแนวหนังยอดนิยมเฉพาะตัวของวงการหนังฮ่องกงไปตลอดช่วงปลายทศวรรษ 1980 ถึงต้นทศวรรษ 1990 มีหนังเลียนแบบและหนังในธีมเดียวกันตามมาอีกจำนวนมาก องค์ประกอบอย่างยันต์เต๋าติดหน้าผาก การกลั้นหายใจเพื่อหลบผีเจียงซือ และพิธีกรรมไล่ผีแบบจีนโบราณ กลายเป็นภาพจำที่ถูกอ้างอิงถึงในสื่อบันเทิงเอเชียมาจนถึงปัจจุบัน แม้แต่ในไทยเองก็มีการนำองค์ประกอบเหล่านี้ไปล้อเลียนหรืออ้างอิงในสื่อบันเทิงหลายรูปแบบ สะท้อนว่าอิทธิพลของหนังชุดนี้ไปไกลเกินกว่าแค่ตลาดฮ่องกง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 ต้องดูภาคก่อนหน้าก่อนไหม
ไม่จำเป็น เพราะแต่ละภาคของซีรีส์ Mr. Vampire เล่าเรื่องแยกจากกัน มีตัวละครและปมเรื่องของตัวเอง ดูภาค 3 ก่อนโดยไม่เคยดูภาคอื่นมาก่อนก็เข้าใจเรื่องได้ปกติ
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 น่ากลัวมากไหม
หนังเรื่องนี้เน้นแอ็กชัน-คอมเมดี้เป็นหลัก ความน่ากลัวมีแทรกอยู่บ้างในรูปแบบผีเจียงซือและแม่มด แต่โดยรวมไม่ได้เน้นความหลอนขนหัวลุกแบบหนังผีจริงจัง เหมาะกับคนที่อยากดูหนังผีแบบเบาสมอง
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 ยาวกี่นาที
ความยาวทั้งเรื่องอยู่ที่ 92 นาที ถือเป็นความยาวมาตรฐานของหนังฮ่องกงยุค 1980
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 ใครกำกับ
กำกับโดย ริกกี้ เลา ผู้กำกับที่สร้างซีรีส์ Mr. Vampire มาตั้งแต่ภาคแรก โดยมีแซมโม่ ฮุง เป็นผู้อำนวยการสร้าง
ผีกัดอย่ากัดตอบ ทั้งซีรีส์มีกี่ภาค
ริกกี้ เลา กำกับซีรีส์นี้ทั้งหมด 5 ภาค ระหว่างปี 1985 ถึง 1992 นอกจากนี้ยังมีหนังแนวเดียวกันที่ใช้ชื่อชุดคล้ายกันแต่กำกับโดยทีมอื่นตามมาอีกในภายหลัง
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 ดูได้ที่ไหนตอนนี้
ดูแบบซับไทยฟรีได้ที่ iQIYI ส่วนต่างประเทศมีลิขสิทธิ์ผ่าน Criterion Channel แต่ช่องทางเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามรอบสัญญา ควรเช็คในแอปก่อนรับชมจริง
ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 เหมาะกับใคร
เหมาะกับคนที่ชอบหนังกังฟูคลาสสิก คนที่คิดถึงบรรยากาศหนังจีนกำแพงยุค 1980 และคนที่อยากดูหนังผีแนวตลกเบาสมองมากกว่าแนวหลอนจริงจัง
ใครที่เคยดู ผีกัดอย่ากัดตอบ ภาค 3 แล้วจำฉากไหนได้ขึ้นใจ หรือใครที่ยังไม่เคยดูแต่อยากลองหามาดูหลังอ่านบทความนี้ คอมเมนต์เล่าให้ฟังหน่อยว่าคิดยังไงกับหนังผีเจียงซือคลาสสิกเรื่องนี้ และถ้าอยากดูหนังผีเรื่องอื่นเพิ่มเติม ลองแวะไปดู รวมหนังผีทุกแนว ที่เรารวบรวมไว้ให้ครบ