หนังผีจีนเรื่องที่น่าดูที่สุดตอนนี้คือ Incantation (咒, 2022) หนังผีไต้หวันแนว found-footage กำกับโดย Kevin Ko ที่ทำรายได้ในประเทศสูงสุดตลอดกาลของหนังผีไต้หวันดั้งเดิม และดูได้ถูกกฎหมายผ่าน Netflix ส่วนหนังผีจีนเก่าที่ถือเป็นตำนานที่สุดคือ A Chinese Ghost Story (倩女幽魂, 1987) กำกับโดย Ching Siu-tung ผู้จุดกระแสหนังผีพื้นบ้านจีนในวงการฮ่องกงมาเกือบ 40 ปี
- หนังผีจีนคืออะไร ต่างจากหนังผีไทยและหนังผีฮ่องกงยังไง
- หนังผีจีนเก่าเรื่องไหนเป็นตำนาน
- หนังผีจีนฮ่องกงยุค 2000s เรื่องไหนดัง
- หนังผีจีนยุคใหม่มีเรื่องไหนน่าดู
- หนังผีไต้หวันน่ากลัวเรื่องไหนต้องดู
- ตารางเปรียบเทียบหนังผีจีนน่าดู
- หนังผีจีนเรื่องไหนน่ากลัวที่สุด
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนังผีจีน
- หนังผีจีนควรเริ่มดูเรื่องไหนดี
หนังผีจีนคืออะไร ต่างจากหนังผีไทยและหนังผีฮ่องกงยังไง
คนไทยส่วนใหญ่มักเรียกรวมหนังผีที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวันว่า “หนังผีจีน” ทั้งที่จริงแล้วทั้งสามที่นี้เป็นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง มีระบบการสร้าง การจัดจำหน่าย และวัฒนธรรมการเล่าเรื่องผีที่แตกต่างกันพอสมควร หนังผีจีนแผ่นดินใหญ่มักผูกกับวรรณกรรมคลาสสิกและมีข้อจำกัดด้านการเซ็นเซอร์เนื้อหาเหนือธรรมชาติค่อนข้างสูง หนังผีจีนฮ่องกงในทางกลับกันมีความอิสระมากกว่า จึงเป็นแหล่งกำเนิดของหนังผีจีนเก่าที่กลายเป็นตำนานหลายเรื่อง ทั้งแนวโรแมนติกแฟนตาซีอิงวรรณกรรมโบราณ และแนวผีดิบกระโดดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนหนังผีไต้หวันมีสไตล์ที่ต่างออกไปอีก คือมักผูกกับประวัติศาสตร์การเมืองหรือความเชื่อพื้นบ้านของเกาะไต้หวันเอง ไม่ได้อิงกับวรรณกรรมจีนโบราณเหมือนฝั่งฮ่องกงและแผ่นดินใหญ่
เมื่อเทียบกับหนังผีไทย หนังผีจีน ไม่ว่าจะเป็นหนังผีจีนฮ่องกงหรือหนังผีจีนเก่า มักผสมแอ็กชัน กำลังภายใน หรือความโรแมนติกเข้าไปในโครงเรื่องผีด้วย ต่างจากหนังผีไทยที่มักเน้นความเชื่อพื้นบ้านและบรรยากาศหลอนตรง ๆ มากกว่า บทความนี้จะพาไล่ดูหนังผีจีนที่น่าดูที่สุดตั้งแต่ยุคเก่าจนถึงยุคใหม่ ครอบคลุมทั้งฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน ถ้าอยากดูหนังผีแนวอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากหนังผีจีน สามารถดูรวมหนังผีทุกแนวเพิ่มเติมได้ที่นี่
อีกจุดที่ทำให้คนแยกไม่ออกคือชื่อเรียกในภาษาไทยเองก็ไม่ได้ตายตัว บางคนเรียกหนังผีจีนเก่ายุค 1980s-1990s ว่า “หนังผีฮ่องกงคลาสสิก” บางคนก็เรียกรวมเป็น “หนังผีจีนฮ่องกง” ไปเลย ส่วนหนังจากไต้หวันบางครั้งก็ถูกเหมารวมเป็น “หนังผีจีน” เพราะพูดภาษาจีนกลางเหมือนกัน ทั้งที่ในความเป็นจริงทั้งฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวันต่างมีสมาคมภาพยนตร์ ระบบเรตติ้ง และตลาดฉายของตัวเองแยกจากกันชัดเจน การเข้าใจความแตกต่างนี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เลือกหนังผีจีนที่ตรงกับรสนิยมได้ง่ายขึ้น เพราะแต่ละสายมีจุดเด่นด้านความหลอนที่ต่างกันอย่างที่จะเห็นในหัวข้อถัดไป
หนังผีจีนเก่าเรื่องไหนเป็นตำนาน
A Chinese Ghost Story (1987) คือหนังผีจีนเก่าที่ถือเป็นจุดกำเนิดของกระแสหนังผีพื้นบ้านจีนในวงการฮ่องกง กำกับโดย Ching Siu-tung อำนวยการสร้างโดย Tsui Hark นำแสดงโดย Leslie Cheung, Joey Wong และ Wu Ma เนื้อเรื่องเป็นแนวโรแมนติก-แฟนตาซี-สยองขวัญที่อิงวรรณกรรมจีนโบราณ เล่าเรื่องความรักระหว่างมนุษย์กับวิญญาณหญิงสาวที่ถูกผีร้ายควบคุมอยู่ในวัดร้าง หนังทำรายได้ในฮ่องกงราว HK$18,831,638 ติดอันดับ 15 หนังทำเงินสูงสุดของฮ่องกงในปี 1987 และทำรายได้รวมทั่วโลกประมาณ 3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ทำให้เกิดภาคต่ออีก 2 ภาค รวมถึงฉบับการ์ตูน ซีรีส์ และรีเมคในปี 2011 กลายเป็นหนึ่งในหนังผีจีนเก่าที่ทรงอิทธิพลที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการ
อีกหนึ่งตำนานที่มาคู่กันเสมอเมื่อพูดถึงหนังผีจีนเก่าคือแนวผีดิบกระโดด หรือ Mr. Vampire (殭屍先生, 1985) หนังฮ่องกงแนวผีดิบกระโดด (jiangshi) ที่ทำให้แนวนี้โด่งดังไปทั่วโลกและกลายเป็นสูตรมาตรฐานของหนังผีดิบกระโดดยุคหลัง (แนวนี้เริ่มเป็นกระแสมาก่อนหน้านั้นแล้วตั้งแต่ Encounters of the Spooky Kind ปี 1980 ของ Sammo Hung แต่ Mr. Vampire คือเรื่องที่ทำให้สูตรนี้ดังไปทั่วโลก) เว็บไซต์นี้มีบทความเจาะลึกแฟรนไชส์ Mr. Vampire โดยเฉพาะอยู่แล้ว จึงไม่ขอลงรายละเอียดซ้ำในบทความภาพรวมนี้ ใครอยากรู้จักที่มาของผีดิบกระโดดแบบเต็ม ๆ อ่านต่อได้ที่บทความผีกัดอย่ากัดตอบ
หนังผีจีนฮ่องกงยุค 2000s เรื่องไหนดัง
เข้าสู่ยุค 2000s หนังผีจีนฮ่องกงเปลี่ยนโทนจากแฟนตาซีโรแมนติกมาเป็นสยองขวัญจิตวิทยาที่จริงจังขึ้น ตัวแทนสำคัญของยุคนี้คือ The Eye (見鬼, 2002) หนังร่วมทุนฮ่องกง-สิงคโปร์ กำกับโดยพี่น้อง Pang Brothers (Oxide Pang และ Danny Pang) นำแสดงโดย Angelica Lee (Lee Sinje) ถ่ายทำทั้งในฮ่องกงและไทย เล่าเรื่องหญิงสาวที่มองเห็นวิญญาณหลังผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา หนังทำรายได้ในฮ่องกงกว่า HK$13,733,856 และทำให้ Angelica Lee ได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมทั้งจาก Golden Horse Awards และ Hong Kong Film Awards ความสำเร็จนี้นำไปสู่ภาคต่ออีก 2 ภาค และถูกนำไปรีเมคหลายประเทศ รวมถึงฉบับฮอลลีวูดปี 2008 ที่นำแสดงโดย Jessica Alba
อีกเรื่องที่โดดเด่นในยุคนี้คือ Painted Skin (畫皮, 2008) หนังจีนแผ่นดินใหญ่ กำกับโดย Gordon Chan สร้างจากวรรณกรรมคลาสสิก “Strange Stories from a Chinese Studio” ของ Pu Songling นำแสดงโดย Donnie Yen, Zhou Xun, Chen Kun และ Zhao Wei เล่าเรื่องปีศาจจิ้งจอกที่สวมหนังมนุษย์เพื่อปลอมตัวเป็นคนสวยและเข้าไปพัวพันกับชีวิตรักของมนุษย์ ใช้ทุนสร้างประมาณ 80 ล้านหยวน แต่ทำรายได้กลับมาถึงราว 227 ล้านหยวน และได้รับเลือกเป็นตัวแทนฮ่องกงส่งเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศในปี 2009 ด้วยธีมปีศาจจิ้งจอกสวมหนังมนุษย์นี้เอง ถ้าใครชอบแนวผีจิ้งจอกแบบเดียวกันแต่เป็นเวอร์ชันฮ่องกง เว็บนี้มีบทความโอมเนื้อหนังมังผี ผีจิ้งจอกฮ่องกงที่พูดถึงธีมนี้โดยตรงเช่นกัน
หนังผีจีนยุคใหม่มีเรื่องไหนน่าดู
เมื่อพูดถึงหนังผีจีนยุคใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายผีดิบกระโดดแบบเก่าแต่เล่าใหม่ให้มืดหม่นและจริงจังขึ้น ต้องพูดถึง Rigor Mortis (殭屍, 2013) หนังฮ่องกง กำกับโดย Juno Mak อำนวยการสร้างโดย Takashi Shimizu ผู้กำกับซีรีส์ Ju-on นำแสดงโดย Chin Siu-ho หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นเพื่อยกย่องและแสดงความเคารพต่อแฟรนไชส์ Mr. Vampire โดยตรง แต่เปลี่ยนโทนจากตลกขบขันมาเป็นสยองขวัญที่หนักหน่วงและภาพสวยแบบอาร์ตฮอเรอร์ หนังทำรายได้ในฮ่องกง HK$16,781,408 จากทุนสร้าง HK$15,000,000 เข้าชิงหลายรางวัลในเวที Hong Kong Film Awards ครั้งที่ 33 และคว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมให้กับ Kara Wai รวมถึงรางวัลวิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยมมาครอง
Rigor Mortis จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของหนังผีจีนยุคใหม่ที่ไม่ได้แค่สร้างหนังผีดิบธรรมดา แต่หยิบตำนานเก่ามาตีความใหม่ให้น่ากลัวและมีชั้นเชิงทางภาพยนตร์มากขึ้น เหมาะกับคนที่เคยดูหนังผีดิบกระโดดยุคเก่าแล้วอยากเห็นเวอร์ชันที่จริงจังกว่าเดิม
หนังผีไต้หวันน่ากลัวเรื่องไหนต้องดู
หนังผีไต้หวันมีจุดเด่นตรงที่มักผูกกับประวัติศาสตร์หรือความเชื่อพื้นบ้านของไต้หวันเองมากกว่าจะอิงวรรณกรรมจีนโบราณแบบฝั่งฮ่องกง เรื่องแรกที่ต้องพูดถึงคือ Detention (返校, 2019) กำกับโดย John Hsu ดัดแปลงจากวิดีโอเกมชื่อเดียวกันของ Red Candle Games เนื้อเรื่องอิงยุค White Terror ของไต้หวันในปี 1962 ผสมความหลอนแบบเหนือธรรมชาติเข้ากับความกดดันทางการเมืองได้อย่างแนบเนียน หนังทำรายได้ทั่วโลกราว 10.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในไต้หวันเองทำเงินไป NT$259 ล้าน จนกลายเป็นหนังไต้หวันทำเงินในประเทศสูงสุดของปีนั้น และเข้าชิงถึง 12 รางวัลในเวที Golden Horse Awards ครั้งที่ 56 ก่อนจะคว้ามาได้ 5 รางวัล รวมถึงบทดัดแปลงยอดเยี่ยมและผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
ส่วนหนังผีไต้หวันน่ากลัวที่สุดในลิสต์นี้คือ Incantation (2022) กำกับโดย Kevin Ko แนว found-footage โฟล์กฮอเรอร์ที่เข้าฉายในไต้หวันเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2022 เนื้อเรื่องอิงความเชื่อพื้นบ้านเรื่องคำสาปที่ติดตามตัวไปเรื่อย ๆ หนังทำรายได้ในไต้หวันราว 170 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 5.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นหนังผีไต้หวันดั้งเดิม (ไม่ใช่หนังรีเมค) ที่ทำเงินในประเทศสูงสุดตลอดกาล และเข้าชิงรางวัล Taipei Film Award ถึง 7 สาขา ที่สำคัญคือ Incantation เป็นหนังผีจีนเรื่องเดียวในลิสต์นี้ที่ยืนยันช่องทางสตรีมมิงถูกกฎหมายชัดเจน เพราะ Netflix ซื้อลิขสิทธิ์ทั่วโลกและเผยแพร่ทาง Netflix มาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2022
สำหรับหนังผีจีนเรื่องอื่นในลิสต์นี้ที่ไม่ใช่ Incantation ให้ตรวจสอบแอพสตรีมมิงในไทยก่อนดูเสมอ เพราะสิทธิ์ลิขสิทธิ์การฉายมักเปลี่ยนแปลงบ่อยตามแต่ละช่วงเวลา
หนังผีจีนแต่ละเรื่องต่างกันตรงไหนบ้าง
เพื่อให้เห็นภาพรวมง่ายขึ้น ตารางด้านล่างสรุปหนังผีจีนทั้ง 7 เรื่องที่พูดถึงในบทความนี้ ตั้งแต่หนังผีจีนเก่าไปจนถึงหนังผีไต้หวันยุคใหม่ พร้อมจุดเด่นและระดับความหลอนของแต่ละเรื่อง
| เรื่อง | ปี | ประเทศ (ผู้กำกับ) | จุดเด่น | ความหลอน | ดูได้ที่ไหน |
|---|---|---|---|---|---|
| A Chinese Ghost Story | 1987 | ฮ่องกง (Ching Siu-tung) | ต้นแบบหนังผีพื้นบ้านจีน อิงวรรณกรรมโบราณ | หลอนแบบดราม่า-บทกวี | ดูหมายเหตุ* |
| Mr. Vampire | 1985 | ฮ่องกง | จุดกระแสหนังผีดิบกระโดด (jiangshi) จนดังทั่วโลก | หลอนแบบตลกขบขัน | ดูหมายเหตุ* |
| The Eye | 2002 | ฮ่องกง-สิงคโปร์ (Pang Brothers) | มองเห็นวิญญาณหลังผ่าตัดดวงตา | หลอนแบบจิตวิทยา-สะเทือนขวัญ | ดูหมายเหตุ* |
| Painted Skin | 2008 | จีน (Gordon Chan) | ปีศาจจิ้งจอกสวมหนังมนุษย์ อิงวรรณกรรมคลาสสิก | หลอนแบบดาร์กแฟนตาซี | ดูหมายเหตุ* |
| Rigor Mortis | 2013 | ฮ่องกง (Juno Mak) | ตีความผีดิบกระโดดใหม่แบบมืดหม่น | หลอนแบบภาพและบรรยากาศ | ดูหมายเหตุ* |
| Detention | 2019 | ไต้หวัน (John Hsu) | ดัดแปลงจากเกม อิงประวัติศาสตร์ White Terror | หลอนแบบกดดันการเมือง-จิตวิทยา | ดูหมายเหตุ* |
| Incantation | 2022 | ไต้หวัน (Kevin Ko) | found-footage โฟล์กฮอเรอร์ อิงคำสาปพื้นบ้าน | หลอนแบบฝังใจติดตัว | Netflix |
* ทั้ง 6 เรื่องนอกจาก Incantation ยังไม่มีแพลตฟอร์มสตรีมมิงถูกกฎหมายในไทยที่ยืนยันได้แน่ชัด ให้ตรวจสอบแอพสตรีมมิงที่ใช้อยู่ก่อนดูเสมอ เพราะสิทธิ์ลิขสิทธิ์เปลี่ยนแปลงบ่อย
หนังผีจีนเรื่องไหนน่ากลัวที่สุด
ถ้าให้จัดอันดับความน่ากลัวจากทั้ง 7 เรื่องที่พูดถึงในบทความนี้ (รวมทั้งหนังผีจีนฮ่องกง หนังผีจีนเก่า และหนังผีไต้หวัน) จะเรียงได้ดังนี้
- Incantation (2022) — สไตล์ found-footage บวกกับเนื้อเรื่องคำสาปพื้นบ้านที่ตามหลอกหลอนผู้ชมได้จริงจังที่สุดในลิสต์นี้
- Rigor Mortis (2013) — บรรยากาศมืดหม่นและภาพหลอนหนักหน่วง ตีความผีดิบกระโดดแบบจริงจังกว่าต้นฉบับ
- Detention (2019) — ความกดดันจากบริบทประวัติศาสตร์การเมืองไต้หวันทำให้หลอนแบบกัดกินจิตใจ ไม่ใช่แค่ผีหลอกธรรมดา
- The Eye (2002) — ภาพหลอนจากดวงตาที่มองเห็นวิญญาณ สร้างความสยองแบบจิตวิทยาที่ติดตามาแม้ดูจบไปแล้ว
- Painted Skin (2008) — ความน่ากลัวแบบดาร์กแฟนตาซีของปีศาจจิ้งจอกที่ปลอมตัวเป็นมนุษย์
- A Chinese Ghost Story (1987) — เน้นโรแมนติกมากกว่าขู่ แต่บรรยากาศวัดร้างและผีร้ายยังคงหลอนแบบคลาสสิก
- Mr. Vampire (1985) — เน้นความตลกและแอ็กชันควบคู่กับผีดิบกระโดด จึงน่ากลัวน้อยที่สุดในลิสต์นี้ แต่ยังคุ้มค่าดูในฐานะเรื่องที่ทำให้แนวนี้โด่งดังทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนังผีจีน
หนังผีจีนกับหนังผีฮ่องกงคือเรื่องเดียวกันไหม
ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเป๊ะ ๆ คนไทยมักเรียกรวมหนังจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวันว่า “หนังผีจีน” ทั้งที่แต่ละที่มีอุตสาหกรรมภาพยนตร์แยกกัน เช่น A Chinese Ghost Story (1987), The Eye (2002) และ Rigor Mortis (2013) เป็นผลงานฮ่องกง ส่วน Painted Skin (2008) เป็นหนังจีนแผ่นดินใหญ่ และ Detention (2019) กับ Incantation (2022) เป็นหนังไต้หวัน
หนังผีจีนเรื่องไหนดูจบแล้วนอนไม่หลับ
Incantation (2022) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในหนังที่หลอนติดตามมากที่สุดในลิสต์นี้ ด้วยสไตล์ found-footage และเนื้อเรื่องคำสาปพื้นบ้าน ตามมาด้วย Rigor Mortis (2013) ที่มีบรรยากาศมืดหม่นและภาพหลอนหนักหน่วงไม่แพ้กัน
หนังผีจีนแนวผีดิบกระโดดเรียกว่าอะไร
เรียกว่าหนัง “jiangshi” หรือผีดิบกระโดด ซึ่ง Mr. Vampire (1985) เป็นเรื่องที่ทำให้แนวนี้โด่งดังไปทั่วโลกและกลายเป็นสูตรมาตรฐานของวงการหนังฮ่องกง และ Rigor Mortis (2013) ก็สร้างขึ้นเพื่อยกย่องและแสดงความเคารพต่อแฟรนไชส์ Mr. Vampire โดยตรง
หนังผีไต้หวันนับเป็นหนังผีจีนไหม
ในทางภาษาพูดของคนไทยมักถูกนับรวมเพราะใช้ภาษาจีนกลางเป็นหลัก แต่ในทางอุตสาหกรรมไต้หวันมีระบบการสร้างและตลาดของตัวเอง อย่าง Detention (2019) และ Incantation (2022) ทำรายได้และรางวัลในประเทศแยกจากฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่อย่างชัดเจน
มีหนังผีจีนเรื่องไหนดูได้ถูกกฎหมายในไทยบ้าง
ที่ยืนยันแพลตฟอร์มชัดเจนคือ Incantation (2022) ซึ่ง Netflix ซื้อลิขสิทธิ์ทั่วโลกและเผยแพร่มาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2022 ส่วนเรื่องอื่นในลิสต์นี้ควรตรวจสอบแอพสตรีมมิงในไทยก่อนดู เพราะสิทธิ์ลิขสิทธิ์เปลี่ยนแปลงบ่อย
หนังผีจีนเรื่องไหนเหมาะเริ่มดูเป็นเรื่องแรก
ถ้าอยากได้ความคลาสสิกและไม่โหดเกินไป ควรเริ่มที่ A Chinese Ghost Story (1987) เพราะเป็นต้นแบบของหนังผีพื้นบ้านจีนที่มีทั้งความโรแมนติกและระทึกไปพร้อมกัน ส่วนคนที่อยากได้ความน่ากลัวเต็มขั้นตั้งแต่เรื่องแรกควรเริ่มที่ Incantation (2022) ที่ดูได้ถูกกฎหมายผ่าน Netflix
ทำไม A Chinese Ghost Story ถึงเป็นหนังผีจีนที่สำคัญ
เพราะเป็นหนังที่จุดกระแสหนังผีพื้นบ้านจีนในวงการฮ่องกงตั้งแต่ปี 1987 ทำรายได้ติดอันดับ 15 หนังทำเงินสูงสุดของฮ่องกงในปีนั้น และมีอิทธิพลมากพอจนเกิดภาคต่อ 2 ภาค การ์ตูน ซีรีส์ และรีเมคในปี 2011
สรุป หนังผีจีนควรเริ่มดูเรื่องไหนดี
ถ้าชอบแนวโรแมนติกคลาสสิกผสมสยองขวัญเบา ๆ ให้เริ่มที่ A Chinese Ghost Story (1987) ถ้าชอบผีดิบกระโดดสายฮาที่ทำให้แนวนี้โด่งดังทั่วโลก ให้ไปอ่านต่อและตามดู Mr. Vampire (1985) ผ่านบทความเจาะลึกของเว็บนี้ ถ้าชอบสยองขวัญจิตวิทยาที่มีนักแสดงมีชื่อเสียง The Eye (2002) และ Painted Skin (2008) คือคำตอบ ส่วนคนที่อยากได้ความมืดหม่นจริงจังของหนังผีจีนยุคใหม่ ให้เลือก Rigor Mortis (2013) และถ้าต้องการหนังผีไต้หวันที่หลอนสุดและดูได้ถูกกฎหมายง่ายที่สุด Incantation (2022) ทาง Netflix คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด ส่วนใครที่อยากได้แนวจิตวิทยากดดันผูกกับประวัติศาสตร์จริง Detention (2019) ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน ไม่ว่าจะเลือกเริ่มจากหนังผีจีนเก่าหรือหนังผีไต้หวันยุคใหม่ ทั้ง 7 เรื่องในบทความนี้ล้วนเป็นตัวแทนที่ดีของแต่ละยุคและแต่ละสายภาพยนตร์ ลองเรียงลำดับดูตามความชอบส่วนตัว แล้วค่อย ๆ ไล่ดูให้ครบทั้งหมด จะทำให้เห็นภาพรวมของวงการหนังผีจีนได้ชัดเจนขึ้นมาก ตั้งแต่ยุคที่ยังผูกกับวรรณกรรมโบราณ จนถึงยุคที่กล้าเล่าเรื่องด้วยเทคนิค found-footage แบบจริงจัง